ไลฟ์สไตล์

'สมคิด-นายกสภาจุฬาฯ'ลั่นรับไม่ได้'นิรโทษ'

'สมคิด-นายกสภาจุฬาฯ'ลั่นรับไม่ได้'นิรโทษ'

04 พ.ย. 2556

'สมคิด'ชี้กระทบการสอนลูกศิษย์ที่เพียรสอนไม่ให้โกง หวังวุฒิสภายับยั้งกม.นิรโทษ ขณะที่'นายกสภาจุฬาฯ'ซัดบอกลูกหลานอย่างไรว่า'ทุจริตมันไม่ดี'หากกม.ผ่าน

                4 พ.ย.56 นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวต่อจากนี้ของที่ประชุมอธิการบดีว่า ยังไม่ได้กำหนด เพราะเชื่อว่าแต่ละแห่งมีการเคลื่อนไหวของตัวเอง และวันนี้เวลา 15.00 น. จะร่วมกับองค์การต่อต้านคอรัปชั่นที่มี นายประมน สุทธีวงศ์ เป็นประธาน จะไปยื่นหนังสือถึงวุฒิสภา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการส่วนใหญ่ของประชาชน ส่วนการส่งเสริมการแสดงออกของนักศึกษาในเรื่องนี้นั้น ยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นนักศึกษา เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพ เชื่อว่ามีการร่วมแสดงออกแล้ว เพราะตอนแรกเขาคิดว่าปัญหาคงไม่ใหญ่นัก แต่เมื่อเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ก็ออกมาร่วมกันเคลื่อนไหว

                ส่วนที่ว่าหากผ่านกฎหมายนี้จะมีท่าทีอย่างไร นายสมคิด กล่าวว่า เรื่องนี้ผ่านพ้นมือของรัฐบาลไปแล้ว เพราะสภาผู้แทนฯ ให้ความเห็นชอบแล้ว กระบวนการก็จะไปที่วุฒิสภาที่มีเวลา 60 วัน ที่จะพิจารณากฎหมาย วาระ 1-3 ดังนั้น จึงจะมีการยื่นที่วุฒิสภาเพื่อไม่ให้วุฒิสภามีความเห็นชอบ ก็จะช่วยให้กฎหมายฉบับนี้ถูกยับยั้งไปภายในเวลา 180 วัน ตามที่ระบุในรัฐธรรมนูญ

                “ผมคิดว่าการเคลื่อนไหวคัดค้านการแสดงความคิดเห็นมีตลอด และที่ประชุมอธิการบดีฯ ยินดีที่จะร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้งหลายเพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ตกไป และยืนยันว่า เราไม่ได้คัดค้านการบริหารงานของรัฐบาล แต่เราคัดค้านการออกกฎหมายที่เราถือว่า มหาวิทยาลัยทั้งหลายคือ มหาวิทยาลัยที่สอนนักศึกษา ผลิตคนและบัณฑิตให้กับสังคมต้องชัดเจนว่า การทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเราสอนในมหาวิทยาลัยว่าคือ สิ่งที่ผิดกฎหมายฉบับนี้ทำให้สิ่งที่เราสอนล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ดังนั้น การที่เราออกมาคงมีคนฟังและก็ฟังเยอะ เราไม่ใช่นักเคลื่อนไหว เราไม่ใช่กลุ่มการเมือง เราเป็นสถาบันทางวิชาการ และการรวมตัวครั้งนี้เป็นเอกภาพที่แสดงออกไปยังผู้มีอำนาจทั้งหลาย นี่คือ สิ่งที่เราอยากสะท้อนให้เห็นว่าเรารับไม่ได้กับสิ่งที่ทำ” นายสมคิด กล่าว

                นายสมคิด กล่าวต่อว่า เราไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่เรายืนยันเรื่องต่าง ๆ ต้องมีหลักการไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะการที่ร่างกฎหมายนี้ผ่าน เราคงประเมินค่าความเสียหายไม่ได้ เพราะความเสียหายทางจิตใจ ความเสียหายทางคุณธรรม คือ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น นั่นคือสิ่งที่อธิการบดีทั้งหลายรับไม่ได้

                 “เราไม่สนใจหรอกครับว่าในทางการเมืองจะเป็นอย่างไร เราสนใจแค่ว่าเราจะผลิตบัณฑิตลูกศิษย์เราไปในสถานการณ์ที่ส่งเสริมให้คนทุจริตคอรัปชั่น เราคงรับไม่ได้กับสิ่งเหล่านี้”นายสมคิด กล่าว

                รองศาสตราจารย์ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการสถาบันบัณฑิตย์พัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวว่า นิด้าออกแถลงการณ์ไปแล้วก่อนหน้านี้ในนามของคณาจารย์และบุคลากรของนิด้ากับการไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมครั้งนี้ ซึ่งตอนแรกมีมาลงชื่อ 490 คน แต่วันนี้ตรวจสอบแล้วมีหลายพันคนที่ร่วมลงชื่อไม่เห็นด้วย เพราะในทางการเมืองเราถือว่าแล้วแต่เราจะคิด แต่ว่าการนิรโทษกรรมคนที่ทุจริตคอรัปชั่น ถ้าเราปล่อยตรงนี้ให้ผ่านไปได้เกรงว่า สังคมจะเจอจุดวิบัติ เราจะไม่สามารถสอนเด็กในรุ่นต่อไปได้ว่าสิ่งที่ถูกต้องมันคืออะไรถ้าตรงนี้ผ่านไปได้

                “มีคนถามว่าถ้าออกพ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว มีความเสียหายเท่าไร ผมว่าตัวเลขทางการเงินถ้าเรามาคิดดูอาจจะใช้ไม่เท่าไหร่ แต่ความเสียหายต่อสังคมมูลค่านับไม่ได้จากนี้ไปสำหรับสังคมไทย”อธิการนิด้า กล่าว

                ส่วนผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.) กล่าวว่า เช่นเดียวกับทุกมหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยไม่ปิดกั้นให้เสรีภาพในการแสดงความรู้สึกนึกคิดในเรื่องนี้ รวมทั้งคณาจารย์ บุคลากร นิสิต นักศึกษาของเราได้ลงชื่อกันเป็นจำนวนมาก และในช่วงบ่ายวันนี้ ทางมศว.ก็จะออกแถลงการณ์ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มติที่ประชุมอธิการบดีคือ ภาควิชาการ ถ้าเราไม่แตะเรื่องการเมืองเลยก็จะเห็นชัดว่าการนิรโทษกรรมที่เกี่ยวข้องกับการยกเว้นความผิดให้กับผู้ที่กระทำคอรัปชั่นหรือดำเนินการแล้วศาลตัดสินคดีถึงที่สุดแล้วน่ากระทบความเชื่อมั่นไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่จะกระทบกับระบบของอารยประเทศด้วย

                “เขาตกใจว่าการนิรโทษกรรมมักจะเกิดขึ้นเฉพาะความขัดแย้งทางการเมืองที่ยุติกัน เพื่อให้เกิดความปรองดอง แต่ถ้าการนิรโทษกรรมนั้น ขยับมาถึงการกระทำผิดที่เป็นเรื่องอาชญากรรม เพราะต่างประเทศถือว่า การคอรัปชั่นเป็นอาชญากรรม เราให้นิรโทษกรรมไม่ได้ครับ ต้องรับโทษ แต่รับโทษแล้วมีการลดหย่อนโทษหลังจากที่รับโทษนั่นเป็นอีกเรื่อง แต่ยกโทษให้เลยโดยไม่มีความผิดไม่มีประเทศไหนที่เป็นอารยะเขารับได้ เรื่องนี้รับไม่ได้ พอ ๆ กับการปฏิวัติรัฐประหารที่ผมว่าอยู่ในระนาบเดียวกัน”อธิการมศว. กล่าว

                ด้านศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการม.มหิดล กล่าวยืนยันว่า ให้การสนับสนุนนักศึกษาในการออกมาเคลื่อนไหวเพราะเป็นเสรีภาพในการแสดงออก

 

 

"นายกสภาจุฬาฯ"ซัดบอกลูกหลานอย่างไรว่า"ทุจริตมันไม่ดี"หากกม.ผ่าน

 

                 ศ.กิตติคุณ ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โดยส่วนตัวเท่าที่ได้เห็นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในบางมาตรามีความรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะในปกติการออกกฎหมายนิรโทษกรรม จะทำเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม แต่กฎหมายฉบับนี้ มีการขยายเวลาการนิรโทษกรรมออกไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ถึงเดือนสิงหาคม 2556 และครอบคลุมทั้งคดีอาญา คดีทุจริต คอรัปชั่นและบางคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา

                 "หากกฎหมายฉบับนี้ออกมามีผลบังคับใช้ จะครอบคลุมผู้กระทำความผิดทั้งคดีอาญาและคดีทุจริตคอรัปชั่นและถ้าเป็นแบบนี้ เราจะบอกลูกหลานได้อย่างไรว่าการทุจริตมันไม่ดี โดยเฉพาะเราเป็นครูบาอาจารย์ จะสอนลูกศิษย์ได้อย่างไร ขณะเดียวกัน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมา จะเท่ากับเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่รับไม่ได้และไม่ควรมีใครในโลกนี้ที่จะรับกฎหมายนี้ได้"คุณหญิงสุชาดา กล่าว

                อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจุฬาฯนั้นเท่าที่ทราบ ขณะนี้ทางฝ่ายบริหารได้มีการออกแถลงการณ์เพื่อคัดค้านกรณีดังกล่าว ขณะที่ ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันนิสิตได้ออกไปร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน แสดงจุดยืน  เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าจะอยู่สีไหน แต่เกี่ยวที่ประเทศไทยต้องอยู่รอด ทั้งนี้ สิ่งที่จุฬาฯต้องทำต่อไปคือ การให้ความรู้ เรื่องประชาธิปไตยที่ถูกต้องกับนิสิตและบุคลากรของจุฬาฯ เป็นการให้ความรู้ทางวิชาการแต่คงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง