ไลฟ์สไตล์

ทุ่งรวงทอง ณ บ้านป่าบงเปียง

ทุ่งรวงทอง ณ บ้านป่าบงเปียง

03 พ.ย. 2556

ทุ่งรวงทอง ณ บ้านป่าบงเปียง : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม

               คำร่ำลือถึงความสวยงามของนาขั้นบันได แห่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ทำให้ช่วงฤดูทำนาของทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวที่แสวงหาธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ ออกเดินทางท่องเที่ยวดูวิวสวยๆ ของท้องทุ่งนาข้าว และชื่อของ "บ้านป่าบงเปียง" ก็เข้ามาอยู่ในลิสต์สถานที่น่าสนใจ แม้ในมุมมองของคนที่อยู่ที่นั่น มองเป็นเรื่องของความอยู่รอด ที่แฝงความสวยงามและสงบ

               บ้านป่าบงเปียง เป็นหย่อมบ้านเล็กๆ ที่อยู่เกือบจะสุดปลายของ อ.แม่แจ่ม ต่อกับดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เส้นทางเข้าถึงค่อนข้างจะโหดร้ายต่อยานพาหนะเดินทางสักหน่อย เนื่องจากยังเป็นเพียงทางลูกรัง ที่เมื่อฤดูฝนผ่านไป เส้นทางก็จะกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ เลาะตามไหล่เขาไปเรื่อย

               มาฉิโพ หนุ่มปกากะญอ อาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด เล่าให้ฟังว่า หมู่บ้านของเขาตั้งมาเกือบจะ 50 ปีได้ เพราะพ่อย้ายมาอยู่แถวนี้พร้อมๆ กับทวด เมื่อสมัยที่พ่อยังเด็ก เมื่อก่อนพื้นที่แถวนี้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ บ้านที่พวกเขาอยู่ก็มาปรับปรุงจากบ้านร้างของพวกเลี้ยงสัตว์สมัยก่อนนั้นเอง

               "จากเดิมที่มากัน 3 ครอบครัว ย้ายมาจากบ้านแม่แลก ใน อ.แม่แจ่ม เหมือนกัน ก็อาศัยปรับปรุงสภาพพื้นที่ อาศัยปรับปรุงกระท่อมร้าง ที่พวกเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ทิ้งเอาไว้ แต่ปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน 8 ครอบครัว ราวๆ 20 กว่าคน เป็นเครือญาติกันหมด"

                จากการอพยพมาตั้งถิ่นฐานเมื่อสมัยก่อน พวกเขาพลิกฟื้นพื้นดินริมเขาเป็นแปลงนาขั้นบันได ตามสภาพของพื้นที่ เพื่อยังชีพ จากอาชีพหลักก็คือทำนา ซึ่งก็ทำได้ปีละหน และเพิ่งจะมีข้าวโพดเข้ามาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ทำกันไม่มากนัก นอกจากฤดูทำนาก็เลี้ยงสัตว์ และบางครอบครัวที่อยู่ด้านล่างจะปลูกหอมแดง

                ช่วงเวลาของความสวยงามของนาขั้นบันไดนี่เอง ทำให้บ้านป่าบงเปียงหัวกระไดไม่แห้ง เพราะมีผู้คนแวะไปเชยชมมากหน้าหลายตา จนมาฉิโพ ออกปากว่า เมื่อปีก่อนยังมีนักท่องเที่ยวไม่กี่คน แต่ปีนี้ นักท่องเที่ยวเข้าไปเยอะมาก จนบ้านพักรับรองของเขาที่อยู่ริมทุ่ง 1 หลัง กับศาลากางเต็นท์อีก 1 หลัง แทบจะไม่ร้างรานักเดินทาง

               "บ้านที่ทำขึ้นมานี่ ก็ทำเป็นตัวอย่าง ถ้าจะให้ขยายบ้านพักอีก อย่างมากสุดก็จะทำไม่เกิน 3 หลัง เพราะไม่อยากให้บรรยากาศเสียไป หรือถ้านักท่องเที่ยวมาเยอะก็ไปนอนบ้านชาวบ้านก็ได้ อยากให้เป็นอย่างนั้น และที่สำคัญ ผมชอบความสงบมากกว่า"

                เพียงถ้อยคำที่ออกมาจากปากของหนุ่มปกากะญอวัย 29 ปี ทำให้ฉันรู้สึกได้ทันทีถึงความรัก ความหวงแหนในพื้นที่ ที่ไม่ต้องการให้สังคมเมืองคืบคลานเข้าไปจนเสียหายเหมือนกับหลายๆ พื้นที่ ที่เปลี่ยนไปหลังนักท่องเที่ยวเข้าไปเยือนมากๆ 

                แปลงข้าวโพดเล็กๆ ข้างทางเก็บฝักกันแล้ว ส่วนนาข้าวกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองรอการเก็บเกี่ยว ใครชอบเขียวๆ ก็ต้องไปก่อนหน้านี้ แต่ถ้าใครชอบทุ่งรวงทองก็ต้องไปต้นเดือนพฤศจิกายนแบบนี้ ถ้าเก็บเกี่ยวหมด ก็จะเหลือแต่ตอซังข้าว

               ทุ่งรวงทองที่มีสายหมอกปกคลุมยามเช้ายามนี้ สวยงามอย่าบอกใคร แต่จะลงไปในแปลงนาก็ขอให้ระวัง อย่าเดินย่ำ เดินเตะรวงข้าวริมคันนาเสียหายได้

               จังหวะของความสวยงาม จังหวะของธรรมชาติ อยู่ที่จังหวะของเราเลือกไปพบเจอ แม้จะเกี่ยวข้าวไปแล้ว แต่วิถีของชาวบ้านยังคงดำเนินต่อไป

 

หมายเหตุ : ติดต่อ บ้านพัก  081-020-1691

การเดินทาง : บ้านป่าบงเปียง เข้าได้ 2 ทาง แต่สะดวกสุดก็คือเส้นทางอินทนนท์-แม่แจ่ม จากดอยอินทนนท์ ไปทางแม่แจ่ม เลี้ยวเข้าไปทางน้ำตกแม่ปาน เลยที่ทำการน้ำตกไปตามทางลูกรังอีกราว 2 กม. เส้นทางระยะนี้ถ้าให้ดีควรเป็นรถโฟร์วีลส์ หรือกระบะแรงดี หรือจะเช่ารถสองแถวเหลืองสายจอมทอง-แม่แจ่ม ก็มีวิ่งบริการนอกเส้นทางแบบนี้เช่นกัน

 

..........................

(ทุ่งรวงทอง ณ บ้านป่าบงเปียง : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม)