
เมื่อ'คุณหมอ'ออก'ใบสั่ง'
02 พ.ย. 2556
เมื่อ 'คุณหมอ' ออก 'ใบสั่ง' : คอลัมน์ คอฟฟี่เบรก โดย... สินีพร มฤคพิทักษ์
เวลาเจ็บป่วยไปพบแพทย์ คนไข้รับทราบว่าต้องกินยา หรือได้รับการรักษาด้วยวิธีต่างๆ
จะเกิดอะไรขึ้น? หากคุณหมอหยิบใบสั่งยาขึ้นมา เขียนว่าให้คนไข้ไปออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ววันละครึ่งชั่วโมง สัปดาห์ละ 4 วัน เป็นเวลา 3 เดือน !
ความคิดนี้เกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ ในชื่อโครงการ Exercise is Medicine (EIM) ริเริ่มโดยวิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งสหรัฐอเมริกา (ASCM) มี “เดอะ โคคา-โคลา คอมพะนี” เป็นหนึ่งในองค์กรร่วมก่อตั้ง ใน 31 ประเทศทั่วโลก รณรงค์ให้การออกกำลังกายเป็นมาตรฐานหนึ่งของการป้องกัน และรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยผ่านการอบรมจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ สั่งให้คนไข้ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงลักษณะของโรคด้วย
ในประเทศไทยมี ศ.นพ.อรรถ นานา คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้นำเครือข่ายหลัก โดยลงนามความร่วมมือกับ ASCM และนำโครงการดังกล่าวมาสู่ประเทศไทยในนาม EIM Thailand เพื่อรณรงค์ให้บุคลากรทางการแพทย์นำวิธีการสั่งการออกกำลังกาย (Exercise prescription) ไปปฏิบัติกับคนไข้อย่างเหมาะสม โดยได้รับทุนจาก ASCM 1 ปี
เบื้องต้นร่วมกับสถาบัน 5 แห่ง ได้แก่ ม.ขอนแก่น ม.ธรรมศาสตร์ ม.นเรศวร ม.วลัยลักษณ์ และ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และองค์กรวิชาชีพ 2 แห่ง คือ ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ตั้งเป้าว่าจะจัดประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการแก่แพทย์และบุคลากร 600 คนในสองปีแรก โดยจัดอบรมครั้งแรกในวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียน 200 คน ครึ่งหนึ่งเป็นแพทย์
ศ.นพ.อรรถ เล่าถึงที่มาของโครงการนี้ว่า มีหมอที่อเมริกาดูแลคนไข้เบาหวาน พบว่าคนไข้มีแต่จะอ้วนขึ้น น้ำตาลในเลือดเพิ่ม รู้สึกขัดใจมาก วันหนึ่งจึงหยิบใบสั่งยาเขียนว่าให้คนไข้ไปออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที เป็นเวลาไม่จำกัด แล้วยื่นให้คนไข้ คนไข้หายไปสามเดือน มาพบอีกครั้งปรากฏว่าน้ำตาลและน้ำหนักตัวลด หมอสงสัยว่าทำอะไรมา เขาตอบว่าหมอเขียนใบสั่งให้ไปออกกำลัง เขาก็ไปฟิตเนส
จุดประกายให้คุณหมอ ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานวิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาของอเมริกา (ACSM) คิดว่าน่าจะรณรงค์ให้แพทย์เขียนใบสั่งออกกำลังกายเพื่อการรักษา
สำหรับในประเทศไทย ใช้การออกกำลังกายที่คนไทยคุ้นเคย อาทิ โยคะ กระบองป้าบุญมี แอโรบิก ห่วงฮูลาฮูป ฯลฯ จำแนกตามความเหมาะสมของร่างกายหรือโรคที่คนไข้เป็น
จำเป็นไหมที่หมอต้องปฏิบัติก่อนการแนะนำคนไข้? อาจารย์อรรถตอบว่า เราสอนนักเรียนเสมอว่า ก่อนแนะนำคนไข้ ต้องทำด้วย ถ้าหมอแนะนำให้ออกกำลังกายแล้วหมอคนนั้นรูปร่างไม่อ้วน ดูน่าเชื่อถือ ถ้าไม่ใช่-หมอเองไม่กล้าพูด เพราะพูดแล้วเข้าตัว มันมีปัจจัยอื่นๆ อีก อาจให้พยาบาลพูดแทน
“แล้วคุณหมอดูแลสุขภาพอย่างไร” อาจารย์อรรถนิ่งไปชั่วครู่เล็กๆ ก่อนตอบว่า
“ผมออกกำลังกายโดยการเดินกับวิ่ง ปกติเคยวิ่งวันละ 5 กม.สัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง สามปีหลังเอ็นร้อยหวายไม่ค่อยดี หมอพวกนี้ห้ามว่าไม่ควรวิ่ง ผมเดินผสมวิ่ง เข้าห้องยิม ยกน้ำหนักนิดหน่อย ไม่ให้กระดูกพรุน ยังเตะฟุตบอลได้ นานๆ ที (แต่ไม่วิ่ง?) วิ่งก็ได้ เขามีกีฬาบุคลากรภายในมหิดล เวลาเล่นเขาไม่กล้าเอาผมออก เพราะผมเป็นคณบดี ไม่กล้ามาแย่งบอลด้วย ผมบอกฝั่งตรงข้ามไว้ก่อนว่า ห้ามเตะอาจารย์ เขาจะไม่มายุ่งกับผม แต่บอลจะหลุดจากเท้าเราไปเอง”
อยากทราบว่าฝีเท้าอาจารย์ยังเหมือนเดิมไหม ต้องรอชมในการแข่งกีฬาภายในประจำปี !
หากสนใจรายละเอียดของโครงการ หรือดูวิธีการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคต่างๆ (ซึ่งทีมงานทยอยแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย) เข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ exerciseismedicine.or.th
.......................................
(หมายเหตุ เมื่อ 'คุณหมอ' ออก 'ใบสั่ง' : คอลัมน์ คอฟฟี่เบรก โดย... สินีพร มฤคพิทักษ์ )



