
จากดีเจผันสู่อาชีพวาดรูปขาย
ทำมาหากิน : จากดีเจผันสู่อาชีพวาดรูปขาย บั้นปลายชีวิต 'อนุสรณ์ ขจรวงศ์' : โดย...ดลมนัส กาเจ
นิยามที่ว่า "อดีตเป็นพื้นฐานของปัจจุบัน และปัจจุบันเป็นรากฐานสู่อนาคต" อาจไม่จริงเสมอไปสำหรับการดำรงชีพของมนุษย์ อย่าง "อังกูล ขจรวงศ์" หรือชื่อเดิม "อนุสรณ์ ขจรวงศ์" เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นมนุษย์เงินเดือน เป็นดีเจ และนักพากย์ ให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตระเวนจัดรายการไปทั่วประเทศ พอชีวิตเข้าสู่วัยกลางคน เขาเป็นเจ้าของห้องบันทึกเสียง แต่พิษเศรษฐกิจตกต่ำในยุคฟองสบู่แตกเมื่อปี 2540 รายได้จากห้องบันทึกเสียงที่ได้มาเป็นหลักแสนบาท กลับไม่มีงานดื้อๆ เป็นแรมเดือน ในที่สุดเขาใช้บ้านพักอาศัยในซอยโรงเรียนประชาอุทิศ ห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ มาวาดรูปขายเลี้ยงครอบครัว
อังกูล บอกว่า ปกติเป็นคนชอบงานศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ ชอบวาดรูปเล่น แจกให้เพื่อนบ้าง แต่พอโตเขาเลือกเรียนด้านช่างอิเล็กทรอนิกส์ ที่วิทยาลัยเทคนิค อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเรียนจบมุ่งสู่เมืองกรุง สมัครทำงานเป็นผู้ช่วยดีเจ จัดคิวแผ่นเสียงให้เจ้านาย กระทั่งเวลาผ่านไปเข้าสู่อาชีพดีเจอย่างเต็มตัว ตระเวนจัดรายการเพลงทั่วประเทศ รวมถึงรับจ้างพากย์ภาพยนตร์ อ่านสปอตโฆษณาในรายการวิทยุ และพากย์ละครวิทยุด้วย
"ผมทำงานไม่กี่ปี ผมมีรถยนต์ มีบ้านในใจกลางของเขตห้วยขวาง แต่วันหนึ่งผมคิดว่าชีวิตควรพักผ่อนบ้าง จึงขอลาออก เจ้านายคนสนิทให้เครื่องบันทึกเสียงมา 1 ชุด จึงดัดแปลงบ้านส่วนหนึ่งเป็นห้องบันทึกเสียง ช่วงแรกรายได้ดีมาก และมากกว่าเงินประจำหลายเท่า แต่ทำได้ไม่นานเทคโนโลยีสมัยใหม่ๆ ในวงการห้องบันทึกเสียงทำให้ห้องบันทึกเสียงแบบแมนวล (Manual) กลายเป็นของโบราณ เพราะยุคใหม่ใช้ระบบดิจิตอล ผมมานั่งคิดว่าถ้าลงทุนก็สูงพอควร เป็นจังหวะพอดี บ้านเราประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อปี 2540 ทำให้ลูกค้าประจำที่มาจ้างบันทึกเสียงหายหมดเลย จากรายได้ที่เลี้ยงครอบได้อย่างสบาย กลับไม่มีงานแม้แต่ชิ้นเดียวภายใน 1 เดือน เพราะบริษัทที่เป็นลูกค้าเจ๊งหมด ผมต้องนำสมบัติบางอย่างที่สะสมมาขายกิน" อังกูล ย้อนอดีต
อังกูลบอกอีกว่า ระหว่างที่เป็นเจ้าของห้องบันทึกเสียงพอมีเวลาบ้าง จึงใช้เวลาบางส่วนนั่งวาดรูปในยามที่อารมณ์ดี พอเสร็จแล้วมาใส่กรอบติดข้างฝาบ้าน พอถึงวันเกิดของเพื่อนฟูงและคนที่นับถือก็จะมอบให้ บางคนที่เห็นชมว่าสวย ขอซื้อบ้างแต่ตอนนั้นไม่ได้คิดที่จะวาดรูปขาย เพียงแต่ทำขึ้นมาเพราะความชอบ พอหลังจากที่กิจการห้องบันทึกเสียงซบเซา จึงมานั่งคิดว่า จะลองวาดรูปและปั้นรูปขาย เผื่อจะมีเงินเลี้ยงครอบครัวด้วย เพราะลูก 2 คนต้องเรียนหนังสือ จึงหันมาวาดรูปตั้งแต่นั้นมา
"ที่จริงรูปที่ผมวาดชิ้นแรกขายได้เมื่อปี 2538 ตอนนั้นเพื่อนผมคนหนึ่งมีแกลอรี่ที่โชว์และขายรูปอยู่ที่ชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้าเยาฮัน หรือฟอร์จูน รัชดาฯ ปัจจุบัน พอเพื่อนเห็นรูปที่ผมวาดเขาชมว่าสวยและขอนำไปโชว์เฉยๆ เพราะผมบอกแล้วว่าจะไม่ขาย เป็นรูปทิวทัศน์ ขนาด 50X70 ซม. มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนบอกว่าให้ไปที่แกลอรี่ของเขา เพราะรูปหาย พอไปดูก็มีการต่อว่าเพื่อนเล็กน้อย พอเพื่อนบอกว่ารูปมีเยอะแยะไม่มีคนขโมย แสดงว่ารูปของผมต้องสวย พอคิดได้ก็ยิ้มออก จนออกจากร้าน เพื่อนตามมาบอกว่าขายไป 9,000 บาท ก็คิดว่าตัวเองมีฝีมือ เพราะมีคนซื้อ" อังกูล กล่าว
สำหรับภาพที่วาดตามแนวถนัดของอังกูล ส่วนใหญ่เป็น ภาพวิว หรือทิวทัศน์เหมือนจริง ผสมกับจินตนาการ ทำให้รูปบางรูปอาจสวยเกินจริง วาดด้วยสีน้ำ สีอะคริลิค และสีน้ำมัน ราคาตั้งแต่ภาพละ 1,200 บาท สูงสุด 8 หมื่นบาท ส่วนใหญ่จะวาดรูปเฉพาะที่ลูกค้าสั่งเท่านั้น โดยในแต่ละเดือนจะมีงานตลอด เพราะการวาดรูปต้องใช้เวลา บางรูปวาดเป็นเดือน เพราะจะวาดได้เมื่ออารมณ์สงบ จิตมีส่วนร่วมจึงจะวาดได้ มาถึงวันนี้แม้รายได้จากการวาดรูปจะไม่ทำให้เขาเป็นผู้ที่ร่ำรวย แต่เขาบอกว่าสามารถเลี้ยงครอบครัวได้
สนใจงานวาดรูปของอังกูล หรือ อนุสรณ์ ขจรวงศ์ สามารถสอบถามได้ที่ โทร.08-1987-5175
-----------------------
(ทำมาหากิน : จากดีเจผันสู่อาชีพวาดรูปขาย บั้นปลายชีวิต 'อนุสรณ์ ขจรวงศ์' : โดย...ดลมนัส กาเจ)



