ไลฟ์สไตล์

สกว.พบเมธีวิจัยฟังข้อชี้แนะปรับยุทธศาสตร์สอดรับพัฒนาปท.

สกว.พบเมธีวิจัยฟังข้อชี้แนะปรับยุทธศาสตร์สอดรับพัฒนาปท.

28 ต.ค. 2556

ผอ.สกว.นำคณะผู้บริหารเดินสายพบผู้นำสถาบันอุดมศึกษาและนักวิจัยอาวุโส 4 ภาคทั่วประเทศ รับฟังข้อเสนอแนะนำไปปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ให้สอดรับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ

              28ต.ค.2556 เมื่อเร็วๆนี้ ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดโครงการ “สกว. พบประชาคมวิจัย ร่วมก้าวไปสู่ทศวรรษที่ 3” เพื่อแนะนำแผนยุทธศาสตร์ สกว. พ.ศ. 2557-2560 ให้เป็นที่รู้จักในหมู่ประชาคมเครือข่ายวิจัย และรับฟังความเห็น ประมวลคัดกรองเพื่อปรับปรุงแผนให้มีคุณลักษณะเป็นไปได้จริงครบถ้วนรอบด้านยิ่งขึ้น และสอดรับกับความต้องการในภาพรวมของประชาคมวิจัยและของประเทศ ตลอดจนแนะนำโครงการใหม่ ภาพรวมของนโยบายการดำเนินงาน และโครงการในปัจจุบันของ สกว.

              นอกจากนี้ยังเป็นการเยี่ยมเยียนพบปะพูดคุยและรับฟังนโยบายของแต่ละฝ่ายกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และตัวแทนนักวิจัยอาวุโส อีกทั้งเยี่ยมชมดูงานและรับฟังผลการดำเนินงานของโครงการวิจัยและสถานที่สำคัญ สถาบันหรือโครงการใหม่ ๆ ของมหาวิทยาลัย โดยแบ่งการจัดงานเป็น 4 ภาค คือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

              สำหรับการเปิดตัวครั้งแรกในรอบ 10 ปี ได้เริ่มต้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผู้บริหาร นักวิจัยอาวุโส และนักวิจัยที่สนใจเข้าร่วมประมาณ 140 คน ซึ่ง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นฝ่ายวิจัย กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ สกว. มาเปิดตัวในทศวรรษที่ 3 เป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ซึ่งหวังว่าการเริ่มทศวรรษที่ 3 ของ สกว. ในโครงการนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศและการวิจัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อนำยุทธศาสตร์ใหม่ไปใช้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

              ขณะที่ผู้อำนวยการ สกว. ได้แนะนำคณะผู้บริหาร สกว. พร้อมกับนำเสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ สกว. ซึ่งมีสาระสำคัญประกอบด้วย ยุทธศาสตร์การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในประเด็นสำคัญเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องและเพียงพอ ตรงกับปัญหาและสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์การสร้างและเพิ่มศักยภาพของนักวิจัย บุคลากรวิจัย และองค์กรวิจัย ให้มีขีดความสามารถในระดับนานาชาติ ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบวิจัยให้มีประสิทธิภาพ มีการทำงานเป็นเครือข่ายและเชื่อมโยงสู่สากล ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการเพื่อนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และการพัฒนาระบบการสื่อสารและการเชื่อมโยงกับสังคมและฝ่ายนโยบาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง


              ในโอกาสนี้ผู้บริหาร สกว. ได้แนะนำภาพรวมการให้ทุนของฝ่ายต่าง ๆ ใน สกว. ประกอบด้วย ฝ่ายวิจัยเชิงวิชาการ เครือข่ายวิจัยนานาชาติ การให้ทุนเชิงวิจัยและพัฒนา พร้อมกันนี้ได้ร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และการทำวิจัยกับคณะผู้บริหาร ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเมธีวิจัยอาวุโส สกว. และตัวแทนนักวิจัยอาวุโส สกว. ซึ่งประเด็นสำคัญคือ การสร้างและพัฒนานักวิจัยวิจัยรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการสร้างองค์ความรู้และผลงานวิจัยในอนาคต การขยายฐานเครือข่ายวิจัยไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน การทำวิจัยในประเด็นคุณธรรมจริยธรรม และยุววิจัย

              ส่วนปัญหาที่สำคัญ คือ งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างจำกัด รวมถึงงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และมหาวิทยาลัยที่ร่วมทุน ตลอดจนความร่วมมือในการบริหารจัดการงานวิจัยอย่างเป็นระบบ แต่สิ่งสำคัญคือต้องพิสูจน์ให้รัฐบาลเห็นว่าได้มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ซึ่งนอกจากการต่อยอดในเชิงพาณิชย์แล้ว ยังต้องพัฒนานวัตกรรม การตลาด และวิศวกรรมด้วย


              จากนั้นคณะผู้บริหาร สกว. ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการวิจัย “การปรับรูปแบบห่วงโซ่อุปทานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของอุตสาหกรรมการเกษตร” ซึ่งมี รศ. ดร.กาญจนา เศรษฐนันท์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหัวหน้าโครงการ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายในการทำให้เกิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเกษตร จากการที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นเขตการผลิตเดียว (การมีฐานการผลิตร่วมกัน) ตลาดเดียว ในปี 2558 จึงจำเป็นต้องศึกษาขอบเขตการลงทุน การสร้างงาน และการสร้างรายได้ เพื่อให้เกิดสมดุลในการเปิดเสรีทางการค้าที่จะไม่กระทบกระเทือนต่อประเทศไทย ซึ่งได้แบ่งแผนงานวิจัยออกเป็น 5 โครงการย่อย

              ได้แก่ การปรับรูปแบบห่วงโซ่อุปทานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล การปรับรูปแบบห่วงโซ่อุปทานของการเก็บเกี่ยวอ้อยที่ใช้เครื่องจักรกลเกษตรเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การปรับรูปแบบโซ่อุปทานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง การปรับรูปแบบห่วงโซ่อุปทานสำหรับอุตสาหกรรมกุ้งแช่เย็นแช่แข็งเพื่อการปรับตัวรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการศึกษาระบบโลจิสติกส์ของเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อการผลิตอ้อยภายใต้บริบท AEC


              ผลที่ได้รับจากแผนงานวิจัยทั้งหมดจะมีประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิตผลิตผลทางการเกษตร ผู้ประกอบการ และหน่วยสนับสนุน เช่น ภาครัฐ โดยคณะวิจัยได้ทำซอฟต์แวร์เพื่อให้โรงงานนำไปใช้รวมถึงซอฟต์แวร์การเก็บเกี่ยวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างรายได้มากที่สุด ทั้งนี้หลักสำคัญของโลจิสติกส์ คือ ถูก เร็ว และดี รวมทั้งจะต้องคำนึงถึงเกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดให้สามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตและรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งท้าทายคือการเลือกพันธุ์ที่ทนต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปรวมทั้งโรคต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี รวมถึงการเก็บเกี่ยวและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ

              ทั้งนี้ได้มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยว้องกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในประเทศ อาทิ บริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด ซึ่งนำการบริหารจัดการการไหลเข้าของวัตถุดิบ (อ้อย) เข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับเชิญจากบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (สมาคมโรงงานน้ำตาลของไทย) ไปเป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับผลการวิจัย นอกจากนี้สมาคมชาวไร่อ้อยและหน่วยงานจากภาครัฐของประเทศฟิลิปปินส์ยังได้เดินทางมาเยี่ยมชมดูงานของโครงการวิจัย ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วย