ไลฟ์สไตล์

ปั้นเกษตรกรปลูก'มะลิ'เงินล้าน!

ปั้นเกษตรกรปลูก'มะลิ'เงินล้าน!

29 ต.ค. 2556

ทำมาหากิน : พลิกฟื้นที่กันดารเขตปฏิรูปที่ดิน ปั้นเกษตรกรปลูก 'มะลิ' เงินล้าน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 

                           หลังชาวบ้านในตำบลแก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรีต้องทนกับภาวะแห้งแล้งซ้ำซากมานานหลายสิบปี เนื่องจากพื้นที่อยู่นอกเขตชลประทาน ในที่สุดปัญหาดังกล่าวก็เริ่มหมดไป เมื่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี โดยการนำของบรรลือศักดิ์ ไกรโชค มีแนวคิดในการบูรณาการความร่วมมือกับสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 8 ราชบุรี จัด “โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้งเขตปฏิรูปที่ดิน” ขึ้นมา เพื่อสูบน้ำจากดิน โดยก่อสร้างระบบประปาบาดาล กระจายไปรอบหมู่บ้าน พร้อมวางแนวท่อจ่ายน้ำเข้าแปลงเกษตรกรเพื่อพลิกฟื้นผืนดินเกษตรกรรมของชาวบ้านให้กลับมามีความชุ่มชื่นอีกครั้ง

                           "น้ำคือชีวิต" หลักคิดสำคัญที่พ่อหลวงพระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยเพื่อนำไปปฏิบัติในการบริหารจัดการน้ำในชุมชนยังกึกก้องอยู่ในหัวสำหรับ "สมชัย คำแก้ว" หนุ่มใหญ่วัย 60 ปี หนึ่งในเกษตรกรชาวตำบลแก้มอ้นที่เข้ามาอาศัยทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยยึดอาชีพปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และเกษตรผสมสาน แต่ต้องประสบปัญหาขาดทุนทุกปี ทำให้เกิดความท้อแท้ และเงินเก็บที่มีนำไปลงทุนไปนั้นหดหายไปจนเกือบหมดตัว เนื่องจากผลผลิตที่ปลูกคุณภาพต่ำ ส่งผลให้ราคาผลผลิตที่ได้ตกต่ำไปด้วย 

                           จากปัญหาดังกล่าว ส.ป.ก จึงเข้าช่วยเหลือจัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรขึ้นจนพื้นที่มีน้ำกิน น้ำใช้ในการเพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ จากนั้นจึงพลิกผันหันมาปลูกมะลิแทนการปลูกพืชไร่ หลังจากได้รับคำแนะนำจากเพื่อนบ้านว่าปลูกมะลิไม่ยากอย่างที่คิดและมีรายได้ใช้จ่ายภายในบ้านทุกวัน จึงเริ่มสนใจไปซื้อกิ่งพันธุ์มาจาก จ.นครนายก ปลูกในพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรจาก ส.ป.ก.จำนวน 3 ไร่ ได้ผลผลิตภายใน 2 เดือน ระยะแรกปริมาณผลผลิตมะลิที่ได้ยังไม่มากเท่าที่ควร แต่มะลิจะให้ผลผลิตได้ดีมีปริมาณมากขึ้นการปลูกจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี และหลังจาก 2 ปีไปแล้วผลผลิตที่ได้จะมากถึง 10 กิโลกรัม หรือมากกว่าต่อไร มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 3 หมื่นบาทต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยปีละล้านกว่าบาท

                           "การปลูกมะลิทำไม่ยาก จะโตได้ดีในสภาพแวดล้อมดินร่วนซุยมีการระบายน้ำดี มีความเป็นกรด-ด่าง 5.5-6.5 มีอินทรียวัตถุและธาตุอาหารสมบูรณ์ ได้รับแสงแดดเต็มที่เพื่อให้มีดอกดก ส่วนการขยายพันธุ์ที่นิยมกันมากที่สุดคือ การปักชำ"

                           สมชัยแจงรายละเอียดต่อว่า การปลูกมะลินิยมนั้นปลูกในช่วงฤดูฝน หรือประมาณเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ขุดหลุมลึก กว้าง และยาวด้านละ 50 ซม. เริ่มแรกให้ใส่ปุ๋ยคอกและวัสดุอื่นๆ ในอัตราส่วน 1:1:1 พร้อมทั้งเติมปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟต (0-46-0) และปุ๋ยผสมสูตร 15-15-15 อย่างละ 1 กำมือ คลุกให้เข้ากัน แล้วใส่กลับลงไปในหลุมใหม่ ทิ้งไว้ 7-10 วัน จึงนำต้นมะลิลงปลูก

                           สำหรับเคล็ดลับการปลูกแบบง่ายๆ ต้องให้น้ำแบบระบบน้ำหยด ซึ่งมะลิต้องการน้ำปานกลาง อาจจะให้น้ำวันละ 1-2 ครั้ง ระวังอย่าให้น้ำขัง ส่วนการใส่ปุ๋ยให้ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 อัตรา 1-3 ช้อนแกงต่อต้นขึ้นอยู่กับขนาดทรงพุ่ม ใส่เดือนละครั้ง โดยหว่านและรดน้ำตาม ส่วนโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญต้องระวัง ได้แก่ โรครากเน่า โรคแอนแทรกโนส โรครากปม หนอนเจาะดอก หนอนเจาะใบ หนอนเจาะลำต้น และเพลี้ยไฟ

                           ขอบคุณ ส.ป.ก.ที่นำสิ่งดีๆ มามอบให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินของตำบลแก้มอ้น โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำที่ทำให้ผลผลิตด้านการเกษตรมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย และ สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินให้มีอาชีพและรายได้มั่นคงต่อไปในอนาคต” นายสมชัยกล่าวทิ้งท้าย

                           จะเห็นว่าปัจจุบันบทบาทของ ส.ป.ก.ใช่เพียงมีภารกิจจัดหาที่ดินทำกินให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ให้สามารถเพียงพอต่อการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรอีกด้วย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่อาศัยในเขตปฏิรูปที่ดินให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั่นเอง  

 

 

------------------------

(ทำมาหากิน : พลิกฟื้นที่กันดารเขตปฏิรูปที่ดิน ปั้นเกษตรกรปลูก 'มะลิ' เงินล้าน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)