ไลฟ์สไตล์

ล่องแก่ง'อุ้มผางคี'วัยไหนๆก็สนุกได้

ล่องแก่ง'อุ้มผางคี'วัยไหนๆก็สนุกได้

27 ต.ค. 2556

ล่องแก่ง'อุ้มผางคี'วัยไหนๆ ก็สนุกได้ : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : กิตตินันท์ รอดสุพรรณ [email protected]

               

               ช่วงนี้พายุลูกแล้วลูกเล่าจ่อเล่นงานบ้านเราอย่างไม่ขาดสาย คนที่รับไปเต็มๆ ปีนี้เป็นคราวของฝั่งตะวันออก ชาวบ้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำท่วมหนักในรอบหลายสิบปี สะท้อนหลายอย่างให้เห็นถึงการจัดการ นั่นอาจจะเป็นมุมที่หลายคนไม่อยากเจอภาวะเช่นนี้ แต่ที่ทางฝั่งตะวันตกใน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ยังมีผืนป่ากว้างใหญ่รองรับฝนที่ตกลงมา ก่อนสะสมแล้วค่อยๆ ปล่อยน้ำลงสู่ลำธารสายเล็กสายน้อย หนึ่งในสายน้ำที่เกริ่นมานั้น คือ สายน้ำอุ้มผางคี

                ระยะทางเกือบๆ 700 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ สู่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ใช้เวลาเดินทางราว 11 ชั่วโมง ในช่วงสุดท้ายของการเดินทางรถต้องวิ่งไปตามทางอันคดเคี้ยวของเส้นทางลอยฟ้า แม่สอด-อุ้มผาง ผู้ควบคุมพวงมาลัยต้องสั่งสมประสบการณ์และความชำนาญมามากพอสมควร จึงจะสามารถพาคณะมาส่งถึง อ.อุ้มผาง ด้วยความปลอดภัย สำหรับผู้ที่ขึ้นรถเมารถ ลงเรือเมาเรือ ขอแนะนำให้แสดงความหาญกล้า ยืดอกพกถุง (พลาสติก) ไว้ได้เลย

               อุ้มผาง เป็นชุมชนสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดถนนด้านใต้ของ จ.ตาก ก่อนเข้าเขตผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันออก แหล่งผลิตโอโซนที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ เป็นที่ตั้งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มากมายไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่ จนนายพรานจากเวียดนามย่องเข้ามายิงเสือโคร่งตายไป 1 ตัว ก่อนที่จะถูกจับดำเนินคดีติดคุกนาน 3 ปีครึ่ง

               เมืองเล็กๆ แห่งนี้ดูเหมือนกำลังพักผ่อน หายใจเข้าออกอย่างช้าๆ และมีสติ ในช่วงเวลาเดียวกับท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง น้ำตกทีลอซู ถูกปิดเพื่อพักฝื้น บรรยากาศจึงเงียบสงบเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ มุ่งมั่นกับกิจกรรมที่ตัวเองสนใจได้เต็มที่ แตก็ยังพอมีแรงจูงใจให้ ร้านสะดวกซื้อมาเปิดสาขา ตามไฟล่อแมลงได้ทั้งคืน

 

ล่องแก่ง'อุ้มผางคี'วัยไหนๆก็สนุกได้

 

               หยดน้ำแต่ละหยดไหลลงสู่ห้วยอุ้มผางคี "ต้นธารแห่งหมู่บ้านบนสายน้ำ" ต้นกำเนิดนั้นอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร ป่าต้นน้ำยังไม่ถูกบุกรุกมากนัก ไหลจากทิศใต้สู่ทิศเหนือก่อนบรรจบรวมกับสายน้ำแม่กลอง  ซึ่งจะมีน้ำมากพอที่จะล่องแก่งได้ในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ตลอดเส้นทางมีแก่ง

               น้ำพยศมากถึง 48 แก่ง ความยากอยู่ที่ระดับ 3-4 เป็นเกณฑ์ที่ปลอดภัยสามารถล่องได้ทุกวัย

               "พี่อู๊ดดี้" หลายคนคงรู้ดีว่าแกปั้น "ตูกะสู" มานานแค่ไหนแล้ว ที่พักแห่งนี้เป็นจุดพักแรมสำหรับเริ่มต้นการเดินทางไปในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของ อ.อุ้มผาง ที่นักเดินทางหลายรุ่นใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง

                 จากตัวเมืองอุ้มผางเราเดินทางโดยรถกระบะ ใช้เส้นทางถนนในชุมชนไปยังหมู่บ้านอุ้มผางคี ซึ่งอยู่ห่างไปราว 10 กิโลเมตร แต่ด้วยเส้นทางที่แคบและคดเคี้ยว อีกทั้งเป็นหลุมเป็นบ่อบางช่วง ทิวทัศน์ของแปลงพืชไร่ชนิดต่างๆ ที่ถูกโอบล้อมทิวเขานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

                เรามาถึงหมู่บ้านอุ้มผางคีช้ากว่ากำหนด จากจุดนี้จะต้องเดินผ่านไร่ข้าวโพดที่สูงท่วมหัว เบียดเสียดกันเต็มเนินเขาลูกย่อมๆ สลับกับนาข้าวแปลงเล็กๆ ข้าวโพดอ่อนฝักเล็กๆ กำลังโตวันโตคืนพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว

               เสียงนกหวีดเป่าเป็นจังหวะจากพี่บัง หนึ่งในผู้ร่วมทริปที่สร้างเสียงฮาได้ตลอดการเดินทาง ช่วยเร่งเร้าจังหวะการก้าวเดินได้เป็นอย่างดี แต่ไม่นานเพื่อนร่วมทริปก็เริ่มกระจัดกระจาย เสียงตบเท้าค่อยจางลง เสียงการเต้นของหัวใจดังจนกลบเสียงดนตรีป่าไปเสียแล้ว เนินข้างหน้านั้นจะชันไปถึงไหนกันเนี่ย

               ต้นไม้สูงขนาดหลายคนโอบมีให้เห็นตลอดสองข้างทาง ทางโคลนเละๆ พร้อมที่จะทำให้ลื่นได้ตลอดเวลา "สตั๊ดดอย" รองเท้าที่ชาวบ้านสวมใส่สำหรับทำงานในไร่ ถูกยืมมาทำหน้าที่เทียบเท่ากับยางรถยนต์ ตะกุยไปตามเส้นทางเดินของชาวบ้านที่ได้ใช้ประโยชน์จากตู้กับข้าวจากธรรมชาติ

                ทางเดินมาสุดที่ช่วงกลางๆ ของสายน้ำ อุ้มผางคี จากนี้ต้องเดินลุยน้ำข้ามไปเพื่อให้ถึงจุดหมาย ก้าวแรกที่ก้าวลงน้ำรับรู้ได้ถึงความเย็นยะเยือกจนต้องถอยมาตั้งหลัก กระแสน้ำกำลังแรง ซัดเซจนเดินไม่เป็นขบวน สายตาของการ์ดจับจ้องที่นักท่องเที่ยวอย่างไม่กะพริบ และคอยบอกไลน์การเดินที่ปลอดภัย ในบางช่วงที่น้ำลึกจนเกินจะเดินข้ามได้สะดวก ก็ใช้เชือกขึงระหว่าง 2 ฝั่ง ได้เป็น ค.คนไต่ราวกันอย่างสนุกสนาน

               ขบวนช้างที่ขนสัมภาระและแพยางขึ้นไปรอที่ต้นน้ำสวนทางกลับลงมา กำลังเดินข้ามน้ำเป็นแถวเป็นแนว ช้างที่ว่ากันว่าชอบเล่นน้ำ ยังละล้าละลังที่จะข้ามลำน้ำ ท่วงท่าการเดินแต่ละก้าวมีการหยั่งขาก่อนถ่ายน้ำหนักลงอย่างช้าๆ แต่มั่นคง

                เวลา 3 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว กล้องที่ต้องคอยหยิบเข้าออกจากถุงกันน้ำ เพื่อหลบทั้งน้ำทั้งฝนทั้งโคลน ทำให้บางจังหวะได้แต่เพียงก้มดูไม้ดอกและแมลงตัวเล็กๆ แล้วผ่านเลย สายฝนโปรยปรายลงมาทันทีเมื่อถึงที่หมาย ข้าวห่อใบตองถูกแจกจ่ายจนครบทุกคน ทำให้เป็นมื้ออาหารที่ได้บรรยากาศป่าๆ อย่างมาก

 

ล่องแก่ง'อุ้มผางคี'วัยไหนๆก็สนุกได้

 

                เรือยางหลากสีบัดนี้พร้อมที่จะลงไปต่อสู้กับกระแสน้ำเชี่ยวแล้ว เสื้อชูชีพและหมวกกันน็อกเป็นสิ่งจำเป็นช่วยลดอันตรายจากเหตุเรือพลิกคว่ำ ข้อแนะนำหากเรือคว่ำหงายเงิบ ให้พยายามพลิกตัวนอนหงายลอยตามสายน้ำ เก็บแขนเข้ากับตัว โอกาสฟกช้ำจากการกระแทกกับก้อนหินและกิ่งไม้จะน้อยลงเรือยางหนึ่งลำจะมีฝีพาย 3 นาย เป็นหัวเรือ 2 คน และท้ายเรืออีก 1 คน ค่อยประคับประคองเรือให้ผ่านแก่งต่างๆ ไปได้ โดยเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ ส่วนผู้โดยสารมีหน้าเก็บเกี่ยวความสนุกสนานตื่นเต้นให้เต็มที่ ตลอดสายน้ำแห่งนี้

                 เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หน้าตาที่บูดเบี้ยวก่อนเรือยางจะผ่านแก่งแต่ละแก่ง มักจะลงเอยด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข สายน้ำพัดพาเรือมุ่งหน้าผ่านเกาะแก่งหินใต้น้ำ โดยมีขอนไม้ใหญ่พาดขวางลำห้วยขัดขวางการลื่นไหลเป็นระยะ จนบางครั้งต้องอาศัยเรือที่ตามมาช่วยกระแทกดันส่งให้เรือลำหน้าไปต่อได้แบบลำต่อลำ ความหนาวเย็นจางหายไปเพราะเลือดที่สูบแรงขึ้น บวกกับเสื้อชูชีพที่กักความร้อนในตัวเอาไว้ ร่างกายอุ่นขึ้นแต่ก็หนาวสะท้านทุกครั้งที่น้ำกระเซ็นเข้าใส่

                 กล้องถ่ายรูปบัดนี้เต็มไปด้วยไอน้ำ แต่ยังคงทำงานได้ดี ภาพที่ได้ดูจะฟุ้งไปบ้างเล็กน้อย กิ่งไม้โน้มตัวลงโอบล้อมลำน้ำเป็นบางช่วง มอสและตะไคร่น้ำฟูนุ่ม ช่วยเก็บความชุ่มชื้นให้ต้นกล้วยไม้และเทียนป่าได้อาศัยใช้ประโยชน์ ซึ่งอยู่ในช่วงที่ผลิดอกสีส้ม สีชมพูเบ่งบาน แต้มสีสันตัดเด่นชัดจากใบไม้สีเขียวเข้ม

                เด็กๆ ชาวกะเหรี่ยงออกมายืนโบกมือทักทายผู้มาเยือนที่ริมห้วยหลังบ้านของพวกเขา นั่นแสดงว่าใกล้ถึงจุดที่เราจะต้องลุกขึ้นจากประสบการณ์อันน่าจะประทับใจครั้งนี้กันแล้ว น้ำขิงอุ่นๆ ข้าวต้มมัด และขนมเทียน ที่ ป้าแก้วจาก ททท.สนง.ตาก เตรียมพร้อมไว้นั้นสามารถหยุดความโหยและความหนาวสั่นไว้ได้ชะงักนัก แต่ไม่สามารถหยุดความอิ่มเอมใจที่สายน้ำนี้มีให้ได้

               การล่องแก่งที่อุ้มผางคีแตกต่างจากการล่องแก่งที่อื่นๆ ตรงที่มีความต่อเนื่อง สัมผัสบรรยากาศการล่องแก่งได้อย่างยาวๆ ตั้งแต่ออกเดินทาง และน้ำไม่ขุ่นแดงเหมือนกับสายน้ำทั่วไปในหน้าฝน

 

หมายเหตุ : ควรที่จะสอบถามปริมาณน้ำก่อนมาล่องแก่ง ตูกะสูคอทเทจ โทร 0-5556-1295, 08-1825-8238, 08-1819-0304 หรือ ททท.สำนักงานตาก โทร. 0-5514-3413

 

 .......................

 

 (ล่องแก่ง'อุ้มผางคี'วัยไหนๆ ก็สนุกได้ : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : กิตตินันท์ รอดสุพรรณ)