ไลฟ์สไตล์

เที่ยวช้าๆ พาไปปารีส

เที่ยวช้าๆ พาไปปารีส

27 ต.ค. 2556

เที่ยวช้าๆ พาไปปารีส : คอลัมน์ท่องต่างแดน : โดย...เรื่อง/ภาพ ศิริกุล กสิวิวัฒน์

เที่ยวช้าๆ พาไปปารีส

 

               “ปารีส” หากไม่มีหอไอเฟล ประตูชัย พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ คงขาดเสน่ห์ หากไม่มี ฌ็องเซลิเซ่ คงไร้ชีวิตชีวา

               ปารีส เมืองที่มีความสวยงามทั้งเมือง มีเสน่ห์ทุกมุม ความงามด้านสถาปัตยกรรม ความรุ่มรวยศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชาวปารีส และที่สำคัญยังเป็นศูนย์กลางการออกแบบและแฟชั่นของโลก หากมีเวลา 2-3 วันในปารีส เป็นความท้าทายที่ต้องบรรจงเลือกเฟ้นสิ่งที่ชอบ ชมงานศิลปะ ชิมของอร่อย ช็อปปิ้งนิดหน่อยพอไม่ให้ตกเทรนด์ นั่นแหละสุดยอด !!!

               ปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส มีขนาดค่อนข้างเล็กเพียง 110 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น มีแม่น้ำแซนไหลผ่านกลางเมืองแบ่งปารีสออกเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวา มีสถานที่ท่องเที่ยวกระจายเลียบตลอดสองฝั่งแม่น้ำ ปารีสแบ่งเขตการปกครองเป็น 20 เขตย่อย ทำให้ง่ายและสะดวกในการทำความเข้าใจและเข้าถึง เพียงมีแผนที่แบบพกพาและแผนที่รถไฟใต้ดิน ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวในกรุงปารีสได้ตามใจปรารถนาแล้ว

               การท่องเที่ยวปารีส ขอแนะนำให้เริ่มทำความรู้จักกันก่อนโดยนั่งรถทัวร์สองชั้นชมเมือง ควรนั่งชั้นบน จะได้ชมปารีสแบบพาโนราม่า ดื่มด่ำกับทัศนียภาพ ความงดงามของสถานที่สำคัญๆ ที่เราคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี แล้วยังมีอาคารบ้านเรือนที่ได้รับการออกแบบดูแลและตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยม หลายแห่งติดป้ายขึ้นเป็นโบราณสถานหรือพื้นที่อนุรักษ์ สองฝั่งถนนตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม ตื่นตา ตื่นใจกับความงดงามสุดพรรณนา นี่แหละคือเสน่ห์ของปารีส สวยทุกมุมจริงๆ

               เมื่อชมบ้านชมเมืองแล้ว ก็เลือกเจาะลึกที่ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ความใหญ่โตของพิพิธภัณฑ์ถ้าเดินไม่ถูกก็จะไม่ได้เห็นผลงานสำคัญที่เป็นไฮไลท์ ผู้เขียนจึงเลือกซื้อบัตรเข้าชม พร้อมไกด์เป็นกรุ๊ปทัวร์ทางอินเทอร์เน็ตจากบริษัททัวร์ของฝรั่งเศส สะดวกดี ไกด์มารับถึงหน้าพิพิธภัณฑ์ ด้วยพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร ภายในบรรจุงานศิลปะที่มีคุณค่าระดับโลกมากมายใช้เวลาชื่นชมอยู่ครึ่งวัน

 

เที่ยวช้าๆ พาไปปารีส

 

               อิ่มเอมกับงานศิลป์แล้วขออิ่มท้องบ้าง ตรงไปที่ร้าน Leon de Bruxelles หนึ่งในร้านยอดนิยมสำหรับผู้ชื่นชอบอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องหอยแมลงภู่ตัวขนาดย่อมเปลือกสีดำบาง เนื้อหวาน อบเสิร์ฟเป็นหม้อ จะเลือกปรุงแบบไหนตามใจชอบ เพิ่งมาจากโปรวองซ์ก็ต้องเลือกปรุงแบบโปรวองซ์ใส่มะเขือเทศ ไวน์ขาว สมุนไพรและน้ำมันมะกอก อร่อยลิ้นทั้งเนื้อทั้งน้ำ

               จากนั้นเริ่มต้นวันใหม่ ช่วงเช้าชม โบสถ์นอร์ทเทอร์ดาม อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของปารีส สถาปัตยกรรมงดงามอลังการ เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องกระทบซุ้มประตู แสงระยิบระยับยิ่งเพิ่มความงามเป็นทวีคูณ ต่อด้วยหอไอเฟล หากไม่มาเดี๋ยวจะว่ามาไม่ถึงปารีส ซื้อบัตรแล้วขึ้นลิฟต์ไปชั้นต่างๆ ชมทัศนียภาพรอบกรุงปารีสในระดับความสูงเท่ากับตึก 75 ชั้น ความงดงามของแม่น้ำแซนในมุมสูงเปรียบเสมือนห้องรับแขกที่เชื้อเชิญให้ผู้พบเห็นไปเยือน

               แล้วจะรีรออยู่ใย รีบเดินไปท่าเรือบาโตบุสล่องแม่น้ำแซนดื่มด่ำบรรยากาศ เรือจะล่องจากหอไอเฟลมาเรื่อยๆ ผ่านสถานที่น่าสนใจทั้งสองฝั่งแม่น้ำเลือกที่นั่งด้านหลังสุดบริเวณไม่มีหลังคาเพื่อชมกรุงปารีสให้เต็มตา พอบรรยากาศบ่ายแก่ๆ แวะลงที่ย่านแซงท์แจแมง มองหาร้านกาแฟชื่อดัง Cafe de Flore ร้านกาแฟเก่าแก่ระดับตำนานตั้งแต่ปี 1870 นั่งจิบกาแฟกับขนมที่วิคตอร์ ฮูโก นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ชอบมากินเป็นประจำทำให้ย้อนระลึกถึงคำกล่าวของเขาที่ว่า “A breath of Paris preserves the soul”  การได้หายใจในปารีสช่วยจรรโลงจิตวิญญาณ

 

เที่ยวช้าๆ พาไปปารีส   เที่ยวช้าๆ พาไปปารีส

 

               ปารีสคือสวรรค์ของนักช็อป บน ถนนโอสมานน์ เป็นแหล่งรวมของห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เช่น ห้างแพรงตองส์ ห้างแกลเลอรีลาฟาแยตต์ มีทุกสรรพสิ่งครบครันให้เลือกสรรทุกแบรนด์เนม หากใครชอบช็อป พักย่านนี้ก็สะดวก ใกล้แหล่งท่องเที่ยวด้วย แต่ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน เดินไปเรื่อยๆ จนสุดถนนโอสมานน์ ต่อด้วยถนนมองท์มาร์ท มีร้านอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ ตั้งแต่ปี 1896 มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม คือ ร้าน Bouillon Chartier ร้านยังคงบรรยากาศหรูแบบดั้งเดิมสไตล์ฝรั่งเศส ที่พิเศษ คือ ไม่รับจองโต๊ะ อยากรับประทานต้องมาเข้าคิว คิวยาวนะ..ขอบอก โดยไม่ต้องแต่งตัวหรูหรา เพราะผู้อื่นสามารถมานั่งร่วมโต๊ะด้วย มีความอึดอัดพอควร จดรายการอาหารบนกระดาษปูโต๊ะพร้อมคิดเงินบนกระดาษแผ่นนั้น ระหว่างรับประทานอาหารจะได้ยินเสียงพูดคุย เสียงโต๊ะ เสียงจาน ก็รู้สึกมีชีวิตชีวาไปอีกแบบ อาหารก็อร่อยและเหมาะสมกับราคา  โดยเฉพาะต้องลองลิ้มรสหอยทากอบเนยกระเทียมและเป็ดของร้านนี้

               ขออำลาปารีส ด้วยการเดินทอดน่องยามค่ำตามถนนแนวเส้นตรงสายประวัติศาสตร์ เริ่มที่ประตูชัยที่สร้างขึ้นเพื่อสดุดีวีรชนทหารกล้า เดินต่อมาตาม ถนนฌ็องเซลิเซ่ ถนนที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงปารีสสองข้างทางเรียงรายด้วยต้นเกาลัดที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม มีร้านค้าหรูหรา ร้านอาหาร เดินเรื่อยมาผ่านอาคารกรองปาเลที่สวยงาม หลังคาอาคารทำด้วยโครงเหล็กกรุกระจกใสเคยใช้เป็นสถานที่จัดแสดงสินค้าเดินจนมาถึง จัตุรัสกงกอร์ด เป็นจัตุรัสกว้างใหญ่มีเสาโอเบลิสก์ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางสุดถนนฌ็องเซลิเซ่ เดินผ่านสวนตุยเลอรี เป็นสวนประจำวังลูฟวร์ในอดีต ผ่านประตูชัยคอร์รุเซลที่สร้างเลียนแบบประตูชัยที่โรมเพื่อระลึกถึงชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 จนมาถึงลานพีระมิดแก้วขวัญใจนักท่องเที่ยว ตั้งเด่นอยู่ภายนอกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ทั้งหมดนี้เป็นการวางผังและก่อสร้างขึ้นมาอย่างยอดเยี่ยมและสวยงามมาตั้งแต่โบราณ

               การเดินเที่ยวบนถนนในกรุงปารีสเป็นการเสพผลงานศิลปะที่มีคุณค่าให้ความรื่นรมย์ทางสติปัญญาสมแล้วกับเป็นเมืองน่าเที่ยวที่ใครมาก็ต้องตกหลุมรัก แล้วคุณจะรักปารีส  Paris, je t’aime.

 .......................

(เที่ยวช้าๆ พาไปปารีส : คอลัมน์ท่องต่างแดน : โดย...เรื่อง/ภาพ ศิริกุล กสิวิวัฒน์)