
จับตา'ตั้วเฮีย'กับการเปิด'AEC'(1)
จับตา 'ตั้วเฮีย' กับการเปิด 'AEC' (1) : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน ดดย...ดร.ภัทรพล
คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธบทบาทของ “จีน” ในฐานะ “ตั้วเฮีย” หรือ “พี่ใหญ่” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และกำลังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการก้าวไปข้างหน้าของบรรดาประเทศในกลุ่ม “อาเซียน” เมื่อเร็วๆ นี้ “จีน” ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนการพัฒนาโครงข่าย “โลจิสติกต์” ทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รถไฟความเร็วสูง” ที่ “จีน” ตั้งใจจะใช้ “อาเซียน” โดยพุ่งเป้ามาที่ “ไทย” เป็นทางออกทะเลให้จงได้ เพราะเป็นยุทธศาสตร์ “โลจิสติกส์” ที่สำคัญในการเปิดมณฑล “ภาคใต้” ของ “จีน” ทั้งหมด ที่ยังล้าหลังในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมณฑล “ยูนนาน” และมณฑล “สิบสองปันนา”
โดยหลักการแล้ว ในการลงทุนระหว่าง “จีทูจี” หมายถึงการลงทุนระหว่าง “รัฐต่อรัฐ” โดยการชำระหนี้ด้วยสินค้าทางการเกษตรแลกเปลี่ยนกับการที่ “จีน” ให้กู้ยืมในการลงทุนด้าน “โลจิสติกส์” ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะยาว ซึ่ง “จีน” ก็ใช้การลงทุนรูปแบบคล้ายคลึงนี้กับประเทศใน “อาเซียน” เช่น “ลาว” โดย “จีน” ให้ “ลาว” กู้ 100% แลกกับการพัฒนา “เรียลเอสเตท” ในบริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้า สำหรับ “ไทย” คือการขาย “ข้าว” กับ “ยางพารา” หรือผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อแลกกับ “รถไฟความเร็วสูง” ที่ “จีน” มีเทคโนโลยีที่ดีครับ
จากการมาเยือน “ไทย” ของนายกรัฐมนตรีจีน “หลี่ เค่อเฉียง” ได้มีการเซ็นสัญญาซื้อ “ข้าว” 1 ล้านตันต่อปี (เพิ่มขึ้นจากเดิมจาก 1 ล้านตัน ภายใน 4 ปี ถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเป็น 4 เท่า) รวมถึงการซื้อ “ยางพารา” กว่า 2 แสนตันต่อปี นี่ไม่นับรวมการซื้อขายของภาคเอกชนครับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจแน่วแน่ของ “จีน” ที่จะทำการเชื่อมต่อกับ “อาเซียน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “ไทย” ที่ “จีน” มองว่า “ไทย” เป็นแหล่งผลิต “ต้นน้ำ” ของบรรดาสินค้าทางการเกษตร
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่า “จีน” มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ทั้งยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของ “อเมริกา” และเป็นประเทศที่ถือพันธบัตรสกุล “ดอลลาร์” มากที่สุด ในขณะที่ประเทศที่เคยเป็นผู้นำของโลกทั้งทางเศรษฐกิจ, การเมืองและการทหาร อย่าง “อเมริกา” ก็กำลังล้มลุกคลุกคลานหลายครั้ง จนแทบจะล้มละลาย ทำเอาอกสั่นขวัญหายไปทั้งโลก เพราะเกรงว่าจะนำไปสู่ “วิกฤติเศรษฐกิจโลก” รอบใหม่
นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบกันในด้านนโยบายทางการทหารของมหาอำนาจ “จีน” กับ “สหรัฐ” ก็มีนโยบายแตกต่างกันแบบสุดขั้ว ซึ่งนโยบายของ “จีน” หากไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่ส่งกำลังทหารไปปฏิบัติการนอกประเทศ เป็นเพียงกองกำลังรักษาดินแดนและปกป้องอธิปไตยของ “จีน” เท่านั้น ต่างกับ “สหรัฐ” ที่ส่งกองกำลังทหารแทรกแซงไปทั่วโลก อาจจะถึงเวลาที่จะต้องทบทวนแล้วครับ ว่า การที่ “ไทย” อิงกับ “สหรัฐ” มากเกินไปอาจจะส่งผลเสียหรือผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน
นอกจากนั้น สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ การที่ “จีน” เสนอการตั้ง “สถาบันการเงิน” ที่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับ “ไทย” เป็นเงินสกุล “หยวน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการซื้อสินค้าทางการเกษตรที่ “ไทย” มีความรู้ความชำนาญยกตัวอย่าง เช่น ยางพารา “จีน” มีจุดศูนย์การรับซื้อที่เมือง “ชิงเต่า” โดยมีการวางแผนจะทำการติดต่อโดยตรงกับ “ไทย” ที่จังหวัด “บึงกาฬ” เปรียบเสมือน “บ้านพี่เมืองน้อง” ในการค้าขายยางพารา ดูไปดูมา “จีน” ได้รุกคืบพยายามทำตัวเป็น “พ่อค้าคนกลาง” อย่างที่ “สิงคโปร์” เคยทำ คือ การซื้อสินค้าทางการเกษตรแล้วนำไปต่อยอดเพื่อทำการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรนั้นๆ เช่น ยางพารา จะถูกนำไปต่อยอดทำเป็นวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มียางพาราเป็นองค์ประกอบ
แต่หากเปรียบเชิงชั้นแล้ว “จีน” เหนือกว่า “สิงคโปร์” หลายขุมครับ เพราะในอดีตที่ผ่านมา “สิงคโปร์” ทำได้แค่เป็น “พ่อค้าคนกลาง” ซื้อมาเพื่อทำกำไรแล้วขายผ่านมือไป ในขณะที่ “จีน” นอกจากจะทำหน้าที่ “พ่อค้าคนกลาง” แล้ว ยังมีการทำวิจัยและพัฒนา “เทคโนโลยี” ที่ทันสมัยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นๆ รวมทั้งมีเงิน “หยวน” อันเป็นทุนสำรองมหาศาลพร้อมที่จะทุ่มกับตลาดรับซื้อกันแบบไม่อั้น ตลอดจนมีตลาดรองรับผลผลิต เพราะสามารถระบายสินค้าไปสู่ประชากรนับพันล้านคนโดยแทบจะไม่ต้องพึ่งตลาดอื่นใดนอก “เอเชีย” เลย
ในชั่วโมงนี้หากให้ผมเลือกที่จะคบระหว่างบรรดาประเทศใน ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี หรือ จีน ก็คงต้องเลือก “จีน” เป็นอันดับแรกครับ เพราะ “โหงวเฮ้ง” ดูจะมีภาษีดีที่สุดและมีความเป็น “เอเชีย” แบบ “กากีนัง” เหมือนกันกับคนไทย (ที่แท้จริงแล้วมิใช่น้อยก็มีเชื้อจีนอยู่) และดูว่าจะมีนโยบายที่เอาเปรียบน้อยที่สุด ซึ่งสาระน่ารู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวเปิด AEC “เสรีอาเซียน” ยังมีอีกมาก หากมีโอกาสก็จะมาร่ายให้ฟังกันอีก เพื่อที่จะได้ “รู้เขารู้เรา จะได้รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” เพราะในการเปิดประเทศในครั้งนี้ จำเป็นที่จะต้องเตรียมหา “ทางหนีทีไล่” กันเอาไว้ให้ดีครับ มิฉะนั้นหากพลาดพลั้งเสียทีไปคงจะไม่สามารถรักษาเอกราชและอธิปไตยของ “สยามประเทศ” ส่งต่อไปยังคนรุ่นลูกหลานได้ครับ
.......................................
(หมายเหตุ จับตา 'ตั้วเฮีย' กับการเปิด 'AEC' (1) : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน ดดย...ดร.ภัทรพล)



