
จุฬาฯผุดเครื่องมือตรวจเชื้อหวัดสกัดผู้ป่วยลาม
จุฬาฯ ผุดมาตรการกันหวัด 2009 ใช้ CU-Detect ตรวจเชื้อเบื้องต้น สกัดผู้ป่วยก่อนเชื้อลุกลาม นักเรียนอัสสัมชัญติดหวัด ผอ.ยันไม่จำเป็นต้องปิดเรียน
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2552 ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง มาตรการในการป้องกันและดูแล นิสิต บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาฯ ต้องนำตัวผู้มีไข้ไปทดสอบด้วยชุดทดสอบ CU-Detect ที่พัฒนาขึ้นโดย ผศ.ดร.ปิยะศักดิ์ ชอุ่มพฤกษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งนำไปใช้ทั้งที่โรงพยาบาลจุฬาฯ และศูนย์บริการสุขภาพภายในจุฬาฯ
“มาตรการเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ของจุฬาฯ นั้น จะมีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มสำรวจนักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ นิสิต อาจารย์ และบุคลากร ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศภายใน 7 วัน จากทุกคณะฯ ทุกหน่วยงานให้เฝ้าสังเกตุอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 7 วัน โดยใน 3 วันแรกจะให้พักอยู่ที่บ้าน หรือ หอพัก ขณะเดียวกันจะมีการรับตรวจสุขภาพในรายที่ต้องสงสัย ณ ศูนย์บริการสุขภาพแห่งจุฬาฯ อาคารจามจุรี 9 พร้อมส่งตรวจเบื้องต้น ด้วยชุดน้ำยาสำเร็จรูป(CU-Detect) ซึ่งจะได้ผลภายใน 60-75 นาที
ศ.นพ.ภิรมย์ กล่าวอีกว่า ในกรณีที่ผลเป็น บวก จะจัดส่งตัวผู้ป่วยไปยัง ร.พ.จุฬาฯ เพื่อตรวจยืนยันจากผลตรวจเบื้องต้น อีกครั้ง หากผลการตรวจครั้งที่ 2 ยังคงเป็น บวก จะรับเข้าไว้ในโรงพยาบาลเพื่อรักษาและคัดแยก (isolation) ผู้ป่วย พร้อมทำการสืบสวน สอบสวนการระบาดของโรคต่อไป ในกรณีที่ผลตรวจเป็น ลบ ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน จะประชาสัมพันธ์ให้นิสิต อาจารย์และบุคลากรทุกคนที่มีไข้หรือมีอาการน่าสงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้ไปรับบริการตรวจร่างกาย ในกรณีที่เป็นวันหยุดสามารถรับการตรวจได้ที่ ร.พ.จุฬาฯ สำหรับผู้ต้องการสอบถามข้อมูลสามารถติดต่อที่ ศูนย์ศึกษาและและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพและสาธาณสุข จุฬาฯ. โทร. 02-218-8226 (เครื่องตอบรับอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง) หรือ 081-692-8582” ศ.นพ.ภิรมย์ กล่าว
ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 รุกรามในหลายพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทำให้มีผู้ต้องการใช้ชุดน้ำยา CU-Detect เพิ่มขึ้น ซึ่ง สกอ. จะช่วยเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อจะได้นำไปใช้กับบุคลากร นิสิต นักศึกษา รวมถึงประชาชน ที่ของ มหาวิทยาลัย หรืออยู่ใกล้กมหาวิทยาลัยนั้น ๆ สามารถเฝ้าระวังและตรวจสอบเชื้อได้ง่ายขึ้น เป็นการป้องกันในเบื้องต้น
"ขณะเดียวกัน หลายโรงพยาบาลทั้งของรัฐฯ และเอกชนได้แสดงความจำนงเพื่อซื้อชุดน้ำยาฯ ไปใช้ในโรงพยาบาล ทำให้ความต้องการใช้ชุดน้ำยา CU-Detect มีมากขึ้น ดังนั้น คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้เตรียมการสำรองชุดน้ำยาดังกล่าว เพื่อให้พอเพียงกับความต้องการใช้ต่อไป สำหรับผู้สนใจหรือมีข้อซักถามเกี่ยวกับชุดน้ำยา CU-Detect สามารถแจ้งได้ที่ 02-218-5555 หรือ [email protected]"ศ.ดร.สุพจน์ กล่าว
นักเรียนอัสสัมชัญติดหวัดผอ.ยันไม่จำเป็นต้องปิดเรียน
หลังจากเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 มิ.ย. มีผู้ปกครองร้องเรียนมายังสื่อมวลชนจังหวัดสมุทรปราการ ว่า ได้รับแจ้งว่า ที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ มีนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ทำให้เกิดความหวั่นวิตกต่อบุตรหลานที่เข้าเรียน ภราดา ผศ.ดร.วินัย วิริยวิทยาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าว โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยเด็กนักเรียนคนดังกล่าวเป็นเด็กชายเรียนอยู่ชั้น ป.3 ขณะนี้ได้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามคำแหง ซึ่งแพทย์ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด คาดว่าอีกไม่กี่วันน่าจะกลับมาเรียนได้ตามปกติ
ทั้งนี้ทางโรงเรียนได้รับแจ้งจากผู้ปกครอง เมื่อวัศุกรฺที่ผ่านมา ว่า นักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 ห้องที่ 8 บุตรชายของตนเองป่วยเป็นไข้หวัด และจากการที่พาไปให้แพทย์ตรวจที่โรงพยาบาลรามคำแหง พบว่า ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ทางโรงเรียนจึงได้อนุญาตให้นักเรียนคนดังกล่าวหยุดเรียนเพื่อรักษาตังให้หาย
ขณะเดียวกันทางโรงเรียนเราก็เกรงว่า จะมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในห้องเรียน จึง ได้แจ้งให้ผู้ปกครองของนักเรียนในชั้นเรียนเดียวกันที่นั่งอยู่แถวเดียวกับที่นักเรียนที่ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 พาบุตรหลานไปให้แพทย์ทำการตรวจร่างกาย เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 ทราบ และ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ก็ได้มาทำการพ่นฉีดยาฆ่าเชื้อในห้องเรียนที่นักเรียนได้รับเชื้อไปแล้ว
ภราดา ผศ.ดร.วินัย กล่าวอีกว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราก็ได้มีการเชิญผู้ปกครองของนักเรียนทั้งหมดมาประชุมพูดคุยทำความเข้าใจ และแจ้งให้ผู้ปกครองของนักเรียนทุกคนทราบว่า ขณะนี้มีนักเรียนภายในโรงเรียนได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว และ ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามคำแหง ทั้งนี้ จากการติดตามผลการรักษาได้ทราบว่านักเรียนคนดังกล่าวอาการดีขึ้นแล้ว คาดว่าไม่น่าเกินอาทิตย์นี้น่าจะกลับมาเรียนได้ตามปกติ
ภราดา ผศ.ดร.วินัย กล่าวอักว่า โรงเรียนมีมาตรการหนึ่งที่ใช้อยู่คือภายในอาทิตย์นี้ห้องเรียนทุกห้องจะปิดแอร์ และเปิดหน้าต่างเรียนกัน ซึ่งอาจจะเรียนหนังสือร้อนไปนิดก็ต้องทน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้อากาศหมุนเวียนอยู่ภายในห้อง โดยแพทย์ที่เข้าร่วมประชุมกับทางโรงเรียนแจ้งว่า เชื้อโรคดังกล่าวจะอยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง
"วันนี้เริ่มเป็นวันแรก เด็กนักเรียน จึงได้ช่วยกันทำความสะอาด ห้องเรียน ห้องน้ำ สบู่เหลว การล้างมือ เพื่อให้โรงเรียนมีความพร้อม และ ยังมีการอบรมทุกระดับชั้นเกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อฯ การอยู่ร่วมกับคนอื่น เวลาจามไอ ให้รู้จักปกปิดเพื่อป้องกันมิให้เชื้อโรคแพร่กระจาย "ภราดา ผศ.ดร.วินัย กล่าว
ด้านนายแพทย์ วีรพล นิธิพงศ์ นายแพทย์สาธารณสุข สมุทรปราการ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ยังมีเด็กนักเรียนอีก 2 คน อายุประมาณ 16-17 ปี ที่ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ เนื่องจากมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งเรียนอยู่ประเทศสิงคโปร และกลับบ้านพักย่านบางพลีช่วงปิดเทอม ติดเชื้อไข้หวัด และแพร่มาติดนักเรียนอีกคน ซึ่งทั้งสองคนได้เข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งโดยไม่ได้นอนพัก แต่แพทย์ได้ให้ยากลับไปกิน และรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ซึ่งคาดว่าอาการทั่วไปยังไม่มีอะไรเป็นที่น่าเป็นห่วง นอกจากนั้นแล้วสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ยังทำการซุ่มตรวจโรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการไปแล้วจำนวย 7 แห่ง พบว่าเด็กนักเรียนส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดธรรมดา ไม่ได้เป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด



