
ยกระดับ'องค์การสวนพฤกษศาสตร์'สู่ระดับสากลในอนาคต
ยกระดับ'องค์การสวนพฤกษศาสตร์'สู่ระดับสากลในอนาคต : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.สุญาณี เวสสบุตร ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.)
องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) หน่วยงานที่ทำหน้าที่ดำเนินงานด้านสวนพฤกษศาสตร์ (Botanic Gardens) โดยตรง ทั้งศึกษา ค้นคว้า วิจัย และรวบรวมข้อมูลด้านพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ทันต่อภาวะวิกฤติของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงสถานการณ์การสูญเสียทรัพยากรพืชที่เป็นไปในอัตราอันเป็นที่น่าวิตก ปัจจุบัน อ.ส.พ. เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะมีภารกิจหลักที่สอดคล้องกันในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม
ดร.สุญาณี เวสสบุตร ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) กล่าวว่า ภารกิจหลักคือ การรวบรวมองค์ความรู้และสร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพืช เพื่อส่งเสริมและสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรพืชของประเทศ มีการรวบรวมพรรณไม้หายาก พรรณไม้เฉพาะถิ่น พรรณไม้ใกล้สูญพันธุ์ของไทย มาอนุรักษ์ในสภาพนอกถิ่นที่อยู่อาศัย (ex situ conservation) นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มีการดำเนินงานศึกษาวิจัยด้านการเพาะขยายพันธุ์และนำกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิดในธรรมชาติอีกด้วย
"องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้พระนามาภิไธยในพระองค์ท่าน เป็นชื่อของสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกภายใต้สังกัดว่า สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และเสด็จฯ มาทรงเปิดแพรคลุมป้ายเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2537"
สำนักงานใหญ่ อ.ส.พ. ตั้งอยู่ที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หรือรู้จักในนาม สวนพฤกษศาสตร์แม่สา สังกัดกรมป่าไม้ ตั้งอยู่บริเวณชายเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเชิงเขาลดหลั่นจากระดับความสูง 600 เมตร ไปจนถึง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความร่มรื่นงดงามตลอดปีจากพรรณไม้ในระบบนิเวศที่มีความหลากหลายตั้งแต่ระบบนิเวศป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้งไปจนถึงป่าดิบเขา
ดร.สุญาณี เล่าต่อไปว่า ปัจจุบันสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีสวนพฤกษศาสตร์สาขากระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ รวม 5 แห่ง ได้แก่ 1.สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า ในพระราชดำริ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมอนุรักษ์พรรณไม้ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ในเขตอินโดจีน โดยเฉพาะวงศ์จำปีจำปา กุหลาบพันปี พันธุ์ไม้หายาก รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นชายแดนไทย-ลาว 2.สวนพฤกษศาสตร์ระยอง อ.แกลง จ.ระยอง ตั้งอยู่บนพื้นที่ชุ่มน้ำผืนสุดท้ายของภาคตะวันออกของประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นแหล่งให้ความรู้ด้านความสำคัญของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland Ecosystem) และอนุรักษ์พืชพรรณท้องถิ่นที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชุมชน เช่น กกกระจูด 3.สวนพฤกษศาสตร์ขอนแก่น อ.พล จ.ขอนแก่น เป็นแหล่งรวบรวมพืชและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะพืชในระบบนิเวศป่าบุง-ป่าทาม และสมุนไพรภาคอีสาน 4.สวนพฤกษศาสตร์พระแม่ย่า อ.เมือง จ.สุโขทัย (อยู่ระหว่างดำเนินการ) เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชกับวัฒนธรรม ให้ผู้มาเยี่ยมชมมีความตระหนักและภาคภูมิใจในมรดกทางธรรมชาติที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน (Green Heritage) และ 5.สวนพฤกษศาสตร์เกาะระ อ.คุระบุรี จ.พังงา (อยู่ระหว่างดำเนินการ) เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศเกาะ (Island Ecosystem)
"โครงการนำร่องที่ถือได้ว่าประสบผลสำเร็จและได้รับความร่วมมืออย่างดีกับชุมชนท้องถิ่น คือ โครงการคืนฟ้ามุ่ยสู่ถิ่นกำเนิดในธรรมชาติ กับบ้านโป่งไคร้ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านที่ต้องการนำฟ้ามุ่ยคืนสู่ถิ่น และพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศต่อไป ซึ่งปัจจุบัน อ.ส.พ.มีการประสานงานด้านการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง งานที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการต่อไปจากนี้คือการต่อยอดองค์ความรู้ด้านพืชวงศ์ขิง-ข่า ซึ่งประเทศไทยถือเป็น hot spot ของการกระจายพันธุ์ของพืชวงศ์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำสกุลที่มีศักยภาพ เช่น สกุลมหาหงส์ มาวิจัยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์"
ผอ.อ.ส.พ.กล่าวอีกว่า ในเดือนสิงหาคมปี 2558 อ.ส.พ.ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะจัดให้มีการประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คือ การประชุมขิง-ข่าโลก ครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด "ขิง-ข่าเพื่อชีวิต" (The 7th International Symposium on Zingiberaceae: Zingiberacea for Life) และ มหกรรมพืชวงศ์ขิง-ข่า ครั้งที่ 1 ที่ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ และสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ.เชียงใหม่ งานนี้จะเป็นที่ชุมนุมของผู้เชี่ยวชาญขิง-ข่าในสาขาต่างๆ ทั่วโลก มีการนำเสนอผลงานวิจัย รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากพืชวงศ์ขิง-ข่า โดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นับเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกทางหนึ่ง
การพัฒนาแหล่งเรียนรู้นับเป็นภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของ อ.ส.พ.
นอกจากนี้โครงการสำคัญที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2558 คือ ทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ (Canopy Walkway) ณ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งประกอบไปด้วยทางเดินต่างระดับตั้งแต่ระดับพื้นดินไปจนถึงเหนือเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่ มีป้ายสื่อความหมายให้ศึกษาพันธุ์ไม้สำคัญในระบบนิเวศเป็นระยะๆ เป็นที่คาดหวังว่านอกจากผู้มาเยี่ยมชมจะได้รับความรู้แล้วยังจะได้รับความสนุกเพลิดเพลินไปกับเส้นทางนี้อีกด้วย
ดร.สุญาณี กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้สวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติทั่วโลกมีอยู่กว่าสองพันแห่ง และยังเกิดใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสความนิยม การจัดการสวนพฤกษศาสตร์สากลในไทย นับเป็นเรื่องใหม่ของบ้านเราเมื่อเทียบกับนานาอารยประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่สวนพฤกษศาสตร์ในประเทศเหล่านั้นมีวิวัฒนาการยืนยาวมากว่า 200 ปี อย่างไรก็ตาม ภารกิจที่คล้ายคลึงกันสำหรับสวนพฤกษศาสตร์สากลทั่วโลกก็คือ การเป็นแหล่งอนุรักษ์พรรณไม้ในสภาพนอกถิ่นที่อยู่อาศัย (ex situ conservation) เพื่อเป็นแหล่งพันธุกรรมสำรอง รวมทั้งเป็นแหล่งให้ความรู้และสร้างความตระหนักในความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรพืชและระบบนิเวศที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย
"ตั้งเป้าหมายไว้ในใจว่า อยากให้องค์การสวนพฤกษศาสตร์มีความโดดเด่นเป็นที่รู้จักของประชาชนชาวไทยอย่างกว้างขวาง และต่อยอดเป็นองค์กรชั้นนำในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต"
........................
(ยกระดับ'องค์การสวนพฤกษศาสตร์'สู่ระดับสากลในอนาคต : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.สุญาณี เวสสบุตร ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) )



