
ม็อบอสม.-หมออนามัยค้านยุบศูนย์ฝึกอบรม
ม็อบอสม.-หมออนามัยบุกสธ.ค้านยุบศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพประชาชนระดับภาค ชี้กระทบการพึ่งตนเองด้านสุขภาพของประชาชน ขู่ 31 ต.ค.นี้ไม่ได้คำตอบมาใหม่
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. เวลา 10.30 น. เครือข่ายองค์กรพัฒนาสุขภาพประชาชน ประกอบดเวย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) เครือข่ายหมออนามัย และเครือข่ายหัวหน้างานสุขภาพภาคประชาชน ประมาณ 100 คน นำโดยนายรุ่งฤทธิ์ เรืองรุ่ง กรรมการวิชาการสมาคม อสม.ภาคเหนือ เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องไม่ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)ยุบศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพประชาชนระดับภาค โดยมีนายประสาท ตราดธารทิพย์ รองอธิบดีสบส.รับหนังสือ
นายรุ่งฤทธิ์ กล่าวว่า จากการที่เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่าน มีการประชุมของสบส.เรื่องการพิจารณาแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แต่พบว่ามีการยุบศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพประชาชนระดับภาค ซึ่งทำให้งานสุขภาพประชาชน และองค์กร อสม.ไม่ได้รับความสนใจและให้ความสำคัญเพียงพอที่จะสามารถประสานการดำเนินงาน และสามารถสนับสนุนให้ขับเคลื่อนงาน นำไปสู่การพึ่งตนเองทางด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ทั้งในด้านบุคคลและการกระจายผู้บริหารที่มีประสบการณ์ด้านงานสาธารณสุขมูลฐานหรืองานดูแลสุขภาพประชาชนเบื้องต้นและองค์กร อสม.อย่างครอบคลุมเหมาะสมทุกภาค ซึ่งจะนำไปสู่ความถดถอยของงานสาธารณสุขและสุขภาพภาคประชาชนในอนาคต
นายรุ่งฤทธิ์ กล่าวอีกว่า เครือข่ายฯขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)โดยสบส.เปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคีสุขภาพทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นต่อการพัฒนาใน 4 ข้อ ได้แก่1.การทำงานของอสม.และชมรม อสม. ทุกระดับเป็นการทำงานแบบเครือข่าย ไม่สามารถทำงานเพียงองค์กรเดียวต้องทำงานไปด้วยกัน2.การทำงานของอสม.แม้มีความชัดเจนของการทำงาน จนเกิดผลงานและเป็นที่ยอมรับ แต่การทำงานร่วมกันระหว่าง อสม.กับโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป สาธารณสุขอำเภอ. โรงพยาบาลชุมชน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ยังมีความจำเป็นอยู่ซึ่งควรที่จะพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการทำงานให้ชัดเจนขึ้น
3. การเปลี่ยนแปลงภายใต้นโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพของสธ.ที่จะเกิดขึ้นกับบทบาทของอสม. และผลกระทบต่อการทำงานอื่นๆ ควรเปิดโอกาสให้องค์กรอสม.และภาคีเครือข่ายในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและ4.ควรพิจารณาผอ.สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 เขต ให้ได้ผู้ที่สามารถประสานเครือข่ายการขับเคลื่อนงานสุขภาพ ภาคประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยห้ามยุบศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพประชาชนระดับภาค อีกทั้ง การทำงานจะต้องให้ทางเครือข่ายฯมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการดำเนินงาน ทั้งนี้ เครือข่ายขอทราบผลภายในวันที่ 31 ต.ค. 2556 หากไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องจะกลับมาเรียกร้องอีกครั้ง
ด้านนายประสาท กล่าวว่า กรณีที่มีการระบุว่าสบส. จะยุบศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพประชาชนระดับภาคเป็นความเข้าใจผิด เนื่องจากสบส.ไม่ได้มีการยุบศูนย์เพียงแต่ปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับนโยบายสธ.ที่ทำเป็น12 เขตบริการสุขภาพ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานให้สอดคล้องและไม่ให้เกิดงานซ้ำซ้อน โดยขณะนี้ทั้ง 14 ศูนย์ อยู่ภายใต้การบริหารของหน่วยงานระดับกองของสบส. ซึ่งในอนาคตเมื่อมีการปรับโครงสร้างใหม่ จะปรับเป็น 12ศูนย์ตามเขตบริการสุขภาพของสธ. ส่วนอีก 2 ศูนย์ ที่จ.ชลบุรี และยะลาจะเป็นสถานที่ฝึกอบรมแทน
“ข้อกังวลของอสม.ในเรื่องการมีส่วนร่วมนั้นจะพยายามให้เจ้าหน้าที่จัดทำนโยบายที่ให้อสม.เข้าถึงได้มากที่สุดและจะต้องมีการอบรมพัฒนาองค์ความรู้ที่เข้มข้นกว่าเดิมโดยการปรับโครงสร้างในครั้งนี้เข้าใจว่าอาจทำให้เกิดความกังวลแต่จะพยาบาลทำความเข้าใจต่อไป ส่วนโครงสร้างที่ปรับเปลี่ยนไปแล้วนั้นคงไม่สามารถแก้ไขได้เพราะสธ.รับรองโครงสร้างดังกล่าวแล้ว แต่การบริหารจัดการและสร้างการมีส่วนร่วมยังสามรถสร้างให้อสม.เข้ามามีบทบาทได้ โดยผมจะยื่นข้อเสนอนี้ให้อธิบดีสบส.ต่อไป”นายประสาท กล่าว



