ไลฟ์สไตล์

นานาชาติ...รุกคุแอลกอฮอล์'ไทยแลนด์'อย่าหยุดอยู่กับที่!!

นานาชาติ...รุกคุแอลกอฮอล์'ไทยแลนด์'อย่าหยุดอยู่กับที่!!

25 ต.ค. 2556

นานาชาติ...รุกคุแอลกอฮอล์'ไทยแลนด์'อย่าหยุดอยู่กับที่!! : โดย...ทีมข่าวสาธารณสุข

               "เรียกร้องให้มีการรับประกันว่า ข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศจะต้องไม่ขัดขวางหรือจำกัดความพยายามของประเทศต่างๆ ในการที่จะประกาศและบังคับใช้นโยบายเพื่อลดการบริโภคแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบกำหนดราคาขั้นต่ำ การเก็บภาษีเพื่อสุขภาพ การจำกัดการเข้าถึงและควบคุมการทำการตลาดของสินค้าแอลกอฮอล์" 1 ใน 13 ข้อของ "ปฏิญญากรุงโซล"

                ปฏิญญาเกิดขึ้นภายหลังการประชุมนโยบายแอลกอฮอล์โลกครั้งที่ 2 (Global Alcohol Policy Conference: GAPC 2013) ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2556 มีเครือข่ายนโยบายแอลกอฮอล์โลก จาก 45 ประเทศ เข้าร่วมราว 750 คน ซึ่งอาจจะบ่งบอกได้ว่า หลายประเทศกำลังตกอยู่ในสภาพ "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสินค้าที่มีการเจรจาการค้า" ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันคาดว่ารัฐบาลจะนำสินค้าประเภทนี้เข้าสู่การเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหภาพยุโรป (อียู)

                "ข้อนี้อาจทำให้ผู้ที่เคลื่อนไหวคัดค้านไม่ให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่การเจรจาเอฟทีเอนำมาอ้างกับรัฐบาลได้ว่า นานาประเทศก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งหากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในเอฟทีเอไทย-อียู จะทำให้ไม่มีกำแพงภาษีหรือภาษีเป็นศูนย์ ประเทศผู้ผลิตสามารถผลิตได้ในต้นทุนราคาถูก ส่งผลให้สามารถเพิ่มการส่งออกได้มากขึ้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นำเข้าจากประเทศในอียูจะราคาถูกลง คนไทยเข้าถึงได้ง่ายและดื่มมากขึ้นอย่างแน่นอน สินค้าที่ทำลายสุขภาพจึงไม่น่าจะให้มีการเปิดพรมแดนเพื่อให้มีการทำร้ายสุขภาพประชาชนมากขึ้น" ดร.สุปรีดา อดุลยนนท์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าว

                ก่อนที่จะมีการออกปฏิญญาดังกล่าวตลอด 3 วัน มีการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการและประสบการณ์การทำงานเรื่องการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละประเทศ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และนำกลับไปปรับใช้ให้เหมาะสม อย่างเช่น มาตรการกำหนดราคาขั้นต่ำของสกอตแลนด์ ดร.อีฟลีน กิลลัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแอลกอฮอล์โฟกัส สกอตแลนด์ เล่าว่า การกำหนดราคาขั้นต่ำในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือ ห้ามขายต่ำกว่าราคาที่กำหนด เพราะการขายในราคาถูกจะทำให้คนเข้าถึงได้ง่าย หลังจากที่รัฐสภาผ่านกฎหมายเรื่องนี้ บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฟ้องศาลทันที ขอให้ระงับการใช้กฎหมายฉบับนี้ ศาลชั้นต้นชี้ว่า กฎหมายมีผลบังคับได้ บริษัทอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์จะเริ่มไต่สวนในปี 2014 แต่อย่างน้อยบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ทำให้มีการชะลอการใช้กฎหมายได้สำเร็จ

                การแบนการโฆษณาในแอฟริกาใต้ ศ.ชาร์ล พาร์รี ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับแอลกอฮอล์และการใช้ยาในทางที่ผิด กล่าวว่า  เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ร่างกฎหมายแบนโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกรูปแบบในประเทศแอฟริกาเพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากนี้จะเปิดประชาพิจารณ์ โดยร่างกฎหมายนี้มีการควบคุมที่เข้มข้นมาก อาทิ การโฆษณาที่จุดขายห้ามล้ำออกมานอกร้าน และห้ามสนับสนุนการแข่งกีฬา เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ภาคธุรกิจได้ออกมาคัดค้านว่ากระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงการให้เงินสนับสนุนการทำวิจัย เรื่องห้ามโฆษณาช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ

                ขณะที่ ดร.ซังซู ชอน ผู้อำนวยการสมาคมสาธารณสุขเกาหลีใต้ บอกว่า เกาหลีใต้อยู่ระหว่างการผลักดันร่างกฎหมายควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ โดยมี 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การกำหนดราคาขั้นต่ำ เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะสุราท้องถิ่นหรือโซจู มีราคาถูกมาก ขนาดน้ำเปล่าอาจจะแพงกว่า 2.เปลี่ยนการเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากการเก็บตามมูลค่าเป็นเก็บตามปริมาณ และ 3.นำส่วนหนึ่งของภาษีที่เก็บได้มาตั้งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน

               ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษา สสส.กล่าวว่า ไทยยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการกำหนดราคาขั้นต่ำ เพราะราคาในไทยยังไม่ต่ำมากนัก ส่วนการควบคุมโฆษณามี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อยู่แล้ว สิ่งที่ไทยน่าจะนำมาปรับใช้ควรดูจากประเทศมองโกเลีย ซึ่งประธานาธิบดีมองโกเลียสนับสนุนแผนควบคุมการดื่ม ด้วยการถ่ายรูปชูแก้วนม และประกาศว่า ในงานของราชการห้ามไม่ให้มีการชนแก้วด้วยแอลกอฮอล์ให้ดื่มนมแทนแล้วประชาสัมพันธ์ไปทั่วประเทศ สำหรับไทยหากผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐและเอกชนแต่ละจังหวัดจับมือกันดำเนินการโดยยึดพื้นที่เป็นหลัก น่าจะทำให้การลดปริมาณการดื่มได้มาก อย่างเช่น การทำให้งานกาชาด หรืองานต่างๆ ในจังหวัดปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

               หลายประเทศมีการรุกคืบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้มข้นขึ้น ไทยหนึ่งในประเทศที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จในการควบคุมระดับหนึ่ง จึงไม่ควรหยุดนิ่งอยู่กับที่ ต้องปรับเพิ่ม หรือแก้ไขมาตรการในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ทันสมัยและทันแผนการตลาด ที่สำคัญ อย่าถอยหลังเข้าคลองเปิดทางให้สินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนเข้ามาขายง่ายขึ้น

 ........................

(นานาชาติ...รุกคุแอลกอฮอล์'ไทยแลนด์'อย่าหยุดอยู่กับที่!! : โดย...ทีมข่าวสาธารณสุข )