ไลฟ์สไตล์

'จาตุรนต์'จี้'สพฐ.'จูงใจเด็กเรียนอาชีวะ

'จาตุรนต์'จี้'สพฐ.'จูงใจเด็กเรียนอาชีวะ

23 ต.ค. 2556

'จาตุรนต์' ชี้ 'สพฐ.' ต้องสร้างแรงจูงใจเด็กหันเรียนอาชีวะ มอบ 'สอศ.' ดูตัวเลขความต้องการแรงงานโครงการ 2 ล้านล. ร่วมภาคอุตฯ เอกชนหรือรัฐ เป็นหลักประกันจบมีงานทำ

 

                          23 ต.ค. 56  นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับนักเรียนในปีการศึกษา 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ตามที่ตนมีนโยบายต้องการให้เพิ่มสัดส่วนการรับนักเรียนในสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญศึกษา จากเดิม 36 : 64 เป็น 51 : 49 ในปีการศึกษา 2558 นั้น ก็เพื่อต้องการให้ผู้ปกครองและนักเรียนเห็นว่า การมาเรียนสายอาชีวศึกษา ผู้เรียนสามารถเลือกที่จะมีงานทำได้มากกว่า และมีอาชีพที่มั่นคง รวมถึงการมีรายได้ที่สูงขึ้น ซึ่งโครงการที่จะทำให้ผู้เรียนหันมาเรียนสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้นนั้น จะต้องมีการดำเนินการทั้งระบบ โดย สพฐ.จะต้องร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในการแนะแนวเรื่องการศึกษาต่อสายอาชีพให้แก่เด็กชั้น ม.3 ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญหากทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนเห็นว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในการมาเรียนสายอาชีวศึกษาคืออะไร และเมื่อมาเรียนแล้วมีงานทำ ซึ่ง สพฐ.จะต้องสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กในการหันมาเรียนอาชีวศึกษา ไม่ใช่เน้นแต่มาตรการการบริหารเพียงอย่างเดียว เพราะเชื่อว่าจะทำให้เด็กมีความสนใจและสมัครใจที่อยากจะมาเรียนอาชีวะมากขึ้น 

                          "หลายโครงการของ สอศ.ที่สามารถดำเนินการแล้ว แสดงให้เห็นผลว่าเรียนอาชีวะจบแล้วมีงานทำ มีรายได้สูง จะต้องดำเนินการในปีการศึกษาหน้าได้ทันที ดังนั้น ผู้ปกครองและเด็กจะเห็นเองว่า เมื่อเรียนจบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) เรียนอาชีวะแล้วลูกหลานของตนเองได้อะไร ส่วนที่มีข้อเสนอว่าอยากให้รัฐบาลจัดโครงการประกันการมีงานทำสำหรับเด็กอาชีวะด้วยนั้น เรื่องนี้ได้มอบนโยบายให้กับ สอศ.ไปวางแผนแล้วว่า โครงการเมกะโปรเจกท์ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลนั้นต้องการคนจำนวนมาก ซึ่ง สอศ.จะต้องไปดูว่าแต่ละโครงการต้องการกำลังคนที่มีคุณลักษณะและความสามารถอย่างไร รวมถึงการไปหารือกับภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง ทำความร่วมมือกับภาคเอกชน และการพูดคุยกับส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ เพื่อที่จะรับประกันการมีงานทำให้กับเด็กอาชีวะ ซึ่งก็จะทำให้เห็นภาพของการเรียนอาชีวะจบแล้วมีงานทำชัดเจนมากขึ้น" รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า ส่วนที่สัดส่วนผู้เรียนอาชีวะจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่นั้น หากมีการรณรงค์ และร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างจริงจัง จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมาก