
เปิดใจ4จังหวัดชายแดนใต้
เปิดใจ4จังหวัดชายแดนใต้ จับเข่าคุยเฟื่องเรื่อง'วัฒนธรรม' : โดย... ผกามาศ ใจฉลาด
โครงการประชุมสัมมนาการบูรณาการประชาสัมพันธ์ในภาพรวมของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งเพื่อบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการประชาสัมพันธ์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เมื่อเร็วๆ นี้ วธ.ได้นำประชาสัมพันธ์ส่วนกลางจากกรมต่างๆ ในสังกัดกว่า 30 ชีวิตไปเปิดวงเสวนาเล็กๆ นั่งรับฟังวัฒนธรรมจังหวัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ข้อมูลปัญหาการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อขับเคลื่อนงานทางวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัด ณ ห้องเฟื่องฟ้า โรงแรมบีพี สมิหรา บีช รีสอร์ท สงขลา จังหวัดสงขลา
เริ่มต้นจาก อุษณีย์ ธุวโชติ วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จ.นราธิวาส ได้รับงบสนับสนุนจากวธ. มาอย่างต่อเนื่องและมากพอสมควรในการใช้มิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้มีหลากหลายภารกิจ เช่น การบูรณะมัสยิด การส่งเสริมผู้แสวงบุญไปประกอบกิจการฮัจย์ งานอนุรักษ์สืบสานและการนำทุนทางวัฒนธรรมมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เป็นต้น สำหรับการประชาสัมพันธ์กิจกรรมในพื้นที่นั้น จะอาศัยทางประชาสัมพันธ์จังหวัดที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อต่างๆ ในท้องถิ่น
"ชุมชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความต้องการสื่อกระแสหลักมากกว่า แต่เราก็นำข้อมูลวัฒนธรรมไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ยูทูบ และเฟซบุ๊กด้วย โดยปีนี้ จ.นราธิวาสจะเน้นประชาสัมพันธ์โครงการ 1 อำเภอ 1 อัตลักษณ์ความภาคภูมิใจ ใน 13 อำเภอ โดยจัดเวทีประชาคมเพื่อให้คนในชุมชนออกมาบอกเล่าเรื่องราวที่ภาคภูมิในชุมชน แล้วทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส จะนำเรื่องราวเหล่านี้มารวบรวมเป็นองค์ความรู้โดยจัดทำเป็นเอกสารเผยแพร่ให้กับสาธารณชน" อุษณีย์ กล่าว
วัฒนธรรมจังหวัดยะลา ปิยะนุช ศรีสุข กล่าวว่า จ.ยะลา เป็นอู่อารยธรรมสำคัญเผยแพร่ในศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดสรรงบสนับสนุน โดยที่ผ่านมาได้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องเหล่านี้โดยการทำบันทึกเป็นวีดิทัศน์ และทำเป็นแผ่นพับเพื่อเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับรู้ ที่สำคัญทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ได้มีการบ่มเพราะนักจัดรายการวิทยุกว่า 30 คน เพื่อเผยแพร่ข่าวสารหรือกิจกรรมต่างๆ สู่ชุมชน สัปดาห์ละ 3-4 วัน โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมให้การสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้
บุญชวน บัวสว่าง วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การปรับบทบาท วธ.ให้เป็นกระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ ดังนั้น การประชาสัมพันธ์นโยบายดังกล่าวจะต้องมีความชัดเจนให้สังคมเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เช่น สินค้าโอท็อป มีสินค้า 90 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น หากจะดำเนินการในเรื่องโอท็อปวัฒนธรรม จะต้องให้ความรู้ว่าสินค้าเหล่านี้เกิดจากต้นทุนทางวัฒนธรรม ที่มีความหมาย มีเรื่องราว จะทำให้สินค้านั้นๆ มีคุณค่าทางความรู้สึกที่ดึงดูดผู้บริโภค ทำให้คนภายนอกมองเห็นคุณค่า คนในพื้นที่เกิดความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
สุดท้าย วนิดา คงปล้อง ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า จ.ปัตตานีมีภูมิประเทศที่ได้เปรียบในการเป็นประตูสู่อาเซียน โดยมีจุดเด่นในเรื่องของความเป็นพี่น้องชาวไทยมุสลิม มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม เรียกว่าพหุวัฒนธรรม การดำเนินงานด้านวัฒนธรรมก็ต้องมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจโดยใช้มิติทางด้านวัฒนธรรมเข้าไปช่วย
"การประชาสัมพันธ์งานวัฒนธรรมในพื้นที่ หลายครั้งที่มีการจัดกิจกรรมดีๆ แต่ไม่มีโอกาสหรือมีเวทีในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับรู้ เพราะสื่อส่วนใหญ่นำเสนอแต่เรื่องความไม่สงบ ทำให้คนในพื้นที่เกิดความน้อยใจเพราะคนส่วนใหญ่มองว่าปัตตานีไม่น่าอยู่ แต่จริงๆ แล้วยังมีสิ่งดีๆ กิจกรรมดีๆ ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดำเนินการอีกมากมาย จึงอยากให้นำเรื่องดีๆ ของจังหวัดไปเผยแพร่บ้าง" วนิดา กล่าว
ด้าน ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ถือเป็นการนำร่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและส่วนกลาง เพื่อบูรณาการการทำงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกที่สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะและความต้องการที่ได้จากการเสวนาในครั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจะนำมาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ต่อไป
ปิดท้ายการจัดโครงการดังกล่าว โดยการเดินทางไปศึกษาดูงานทำความรู้จักประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เดินทางจากสงขลาผ่านด่านสะเดา มุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงกัวลาสัมเปอร์ ชมจัตุรัสเมอร์เดก้า ศูนย์กลางของเมืองหลวง ชมเสาธงที่มีความสูงที่สุดในโลก 100 เมตร ความงดงามของสถาปัตยกรรม อาคารสุลต่านอับดุลซาหมัด พระราชวังแห่งชาติ ตึกรัฐสภา KL Tower ศึกษาดูงานเมืองปุตราจายา เป็นนครที่มีความทันสมัยและก้าวหน้าลักษณะอย่างสมบูรณ์ที่สุดภายในศตวรรษที่ 21 จากนั้นเดินทางสู่ปีนัง เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า "ไข่มุกแห่งโลกตะวันออก" เป็นเมืองที่ผสมผสานความเป็นโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน นอกจากนี้ยังได้เข้าชมพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน) ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ณ วัดไชยมังคลาราม วัดไทยที่ตั้งตระหง่านตรงข้ามกับวัดพม่า อันมีศิลปะที่งดงามตรึงตา
...........................
(เปิดใจ4จังหวัดชายแดนใต้ จับเข่าคุยเฟื่องเรื่อง'วัฒนธรรม' : โดย... ผกามาศ ใจฉลาด)



