
10อันดับ'รถยนต์แพงที่สุด'ประจำปี2013
22 ต.ค. 2556
'สปอร์ตสคาร์กูรู' เผย 10 อันดับรถยนต์แพงที่สุด ประจำปี 2013 โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลักในการเปรียบเทียบ และพิจารณาเฉพาะรถใหม่ที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน
'สปอร์ตสคาร์กูรู' เผย 10 อันดับรถยนต์แพงที่สุด ประจำปี 2013 โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลักในการเปรียบเทียบ และพิจารณาเฉพาะรถใหม่ที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน แต่ไม่นับรวมรถต้นแบบ , รถที่ถูกดัดแปลง , หรือรถยนต์ที่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่เฉพาะในสนามแข่งเท่านั้น
อันดับที่ 1 ลัมโบร์กินี เวเนโน่ (Lamborghini Veneno)
ค่าตัวกว่า $3.9 ล้าน (3 ล้านยูโร หรือกว่า 127 ล้านบาท) ไม่รวมภาษี
'ลัมโบร์กินี เวเนโน่' เป็นซูเปอร์คาร์ที่ค่ายลัมโบร์กินี ผลิตขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของบริษัทฯ และนำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกภายในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะผลิตขึ้นเพื่อนำมาขับขี่ในสนามแข่งเป็นหลัก แต่รถคันนี้ก็สามารถนำมาวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย
'เวเนโน่' (แปลว่า 'มีพิษ' ในภาษาสเปน) ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ แอลพี 700-4 โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร ขุมพลัง 750 แรงม้า อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 2.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 221 ไมล์ (356 กม.) ต่อชั่วโมง
ค่ายลัมโบร์กินี มีแผนผลิตรถรุ่นนี้เพียง 4 คันเท่านั้น โดยคันแรกเป็นรถโปรโตไทป์ที่มีชื่อว่า 'คาร์ ซีโร่' ซึ่งจะถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลัมโบร์กินี ส่วนอีก 3 คันเป็นรถที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายในราคาคันละ $3.9 ล้าน (3 ล้านยูโร หรือกว่า 127 ล้านบาท ไม่รวมภาษี) แม้จะแพงถึงเพียงนี้ แต่ก็มีเศรษฐีสั่งจองครบทั้ง 3 คันแล้ว โดย 2 ใน 3 เป็นผู้ซื้อที่อยู่ในอเมริกา
นายสเตฟาน วินเคลมานน์ ประธานและซีอีโอ บริษัท ออโตโมบิลี่ ลัมโบร์กินี เปิดตัว 'ลัมโบร์กินี เวเนโน่' ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา
อันดับที่ 2 ดับเบิ้ลยู มอเตอร์ส ไลคาน ไฮเปอร์สปอร์ต (W Motors Lykan Hypersport)
ดับเบิ้ลยู มอเตอร์ส เป็นค่ายรถยนต์สัญชาติเลบานอนที่ก่อตั้งขึ้นในกรุงเบรุตเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยบริษัทฯ ได้เรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกหลังเปิดตัวรถต้นแบบซูเปอร์คาร์รุ่นแรก 'ไลคาน ไฮเปอร์สปอร์ต' ที่มีค่าตัวสูงถึง $3.4 ล้าน หรือประมาณ 110 ล้านบาท ภายในงานกาตาร์ มอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และมีแผนที่จะเปิดตัวโปรดักชั่นคาร์ (รถที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่าย) เป็นครั้งแรกภายในงานดูไบ มอเตอร์โชว์ ระหว่างวันที่ 5-9 พฤศจิกายนนี้
'ไลคาน ไฮเปอร์สปอร์ต' ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง เทอร์โบชาร์จคู่ ที่พัฒนาโดยค่ายรูฟ (RUF) ให้ขุมพลังเต็มเปี่ยมที่ 750 แรงม้า อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 2.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 ไมล์ (395 กม.) ต่อชั่วโมง ถึงแม้จะเป็นค่ายรถเล็กๆ และเป็นน้องใหม่ในวงการซูเปอร์คาร์ แต่ก็ได้รับความร่วมมือในการผลิตจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์อย่าง 'มักน่า สไตยาร์ โตรีโน' (Magna Steyr Torino) ประเทศอิตาลี และค่ายซูเปอร์คาร์ 'รูฟ' (RUF) ประเทศเยอรมนี
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ 'ไลคาน ไฮเปอร์สปอร์ต' ค่าตัวพุ่งสูงถึงหลักร้อยล้านบาท เป็นเพราะได้รับการออกแบบให้มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ อาทิ ระบบแสดงผลโฮโลกราฟฟิกกลางอากาศ (Holographic Mid-Air Display System) แบบอินเตอร์แอคทีฟ เป็นต้น แถมลูกค้ายังเลือกได้ว่าจะนำอัญมณีชนิดไหนมาประดับที่บริเวณไฟหน้า นอกจากนี้ เจ้าของรถรุ่นดังกล่าวยังจะได้รับนาฬิกาข้อมือ 'ไซรัส เคล็ปซีส' (Cyrus Klepcys) รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น มูลค่าประมาณ $200,000 (ราว 6.5 ล้านบาท) เป็นของที่ระลึกอีกด้วย แว่วมาว่ามีผู้สนใจจับจองซูเปอร์คาร์ 'ไลคาน ไฮเปอร์สปอร์ต' ของค่ายดับเบิ้ลยู มอเตอร์ส นับ 100 ราย แต่ค่ายดับเบิ้ลยู มอเตอร์ส มีแผนผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวเพียง 7 คันเท่านั้น
อันดับที่ 3 บูกัตติ เวย์รอน แกรนด์ สปอร์ต วิทเทสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด
(Bugatti Veyron Grand Sport Vitesse World Record)
ค่าตัวกว่า $2.6 ล้าน (1.99 ล้านยูโร หรือราวๆ 85 ล้านบาท) ไม่รวมภาษี
ในช่วงที่รถยนต์บูกัตติ เวย์รอน รุ่น 'ซูเปอร์สปอร์ต' ถูกค่ายคู่แข่งร้องเรียนว่าได้สถิติโลกมาอย่างไม่เป็นธรรมและผิดกฎเกณฑ์ จนกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด เล็งถอนการรับรองรถรุ่นดังกล่าวในฐานะ 'โปรดักชั่นคาร์เร็วที่สุดในโลก' (เหตุเกิดเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา)… ค่ายบูกัตติก็ยังมีเรื่องที่ทำให้ยิ้มออกหลังรถยนต์ 'บูกัตติ เวย์รอน แกรนด์ สปอร์ต วิทเทสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด' ที่ขับโดยนักแข่งรถชาวจีน ทำความเร็วสูงสุดที่ 254.04 ไมล์ (408.84 กม.) ต่อชั่วโมงเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ 'วิทเทสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด' ขึ้นแท่น 'โปรดักชั่นคาร์แบบโอเพ่นท็อปเร็วที่สุดในโลก' (ปัญหาก็คือ สถิติดังกล่าววัดผลและรับรองโดย TÜV แต่ไม่มีตัวแทนของกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด มาร่วมวัดผลและรับรองเหมือนตอนที่ทำการทดสอบรถบูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต)
'บูกัตติ เวย์รอน แกรนด์ สปอร์ต วิทเทสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด' เป็นซูเปอร์คาร์แบบโอเพ่นท็อป (เปิดหลังคาออกได้) ที่ค่ายบูกัตติ นำไปอวดโฉมและเปิดตัวภายในงาน 'เซี่ยงไฮ้ มอเตอร์โชว์ 2013' ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายเดือนเมษายนปีนี้ รถรุ่นดังกล่าวมาพร้อมเครื่องยนต์ควอดเทอร์โบชาร์จ W16 ความจุ 7.9 ลิตร ที่ให้ขุมพลังสูงถึง 1,200 แรงม้า และมีอัตราเร่งตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลาเพียง 2.6 วินาที โดยบูกัตติจะผลิตเวย์รอนรุ่นนี้เพียง 8 คันเท่านั้น
บรรยากาศวันที่นักแข่งรถชาวจีนวัย 29 ปี 'แอนโทนี่ หลิว' พา 'บูกัตติ เวย์รอน แกรนด์ สปอร์ต วิทเทสส์' ทุบสถิติโลกด้วยความเร็วสูงสุดถึง 408.84 กม./ชม. ณ สนามทดสอบรถในประเทศเยอรมนีได้
อันดับที่ 4 บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต (Bugatti Veyron Supersport)
ค่าตัว $2.4 ล้าน (1.99 ล้านยูโร หรือกว่า 77 ล้านบาท)
เป็นที่รู้กันว่าเมื่อ 3 ปีก่อน 'กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด' ประกาศรับรองสุดยอดซูเปอร์คาร์จากแดนน้ำหอม 'บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต' ในฐานะ 'โปรดักชั่นคาร์เร็วที่สุดในโลก' (ที่สามารถนำมาวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย) หลังทำความความเร็วได้สูงสุดถึง 267.8 ไมล์ (431 ก.ม.) ต่อชั่วโมง แต่หลังจากซูเปอร์คาร์สัญชาติอเมริกัน 'เฮนเนสซี่ย์ เวนอม จีที' (Hennessey Venom GT) สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 265.7 ไมล์ (427.6 ก.ม.) ต่อชั่วโมง ก็มีความพยายามที่จะผลักดันรถรุ่นดังกล่าวให้ขึ้นแท่น 'โปรดักชั่นคาร์เร็วที่สุดในโลก' แทนที่ 'บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต' โดยอ้างว่าเมื่อปี 2010 ค่ายบูกัตติได้ถอดอุปกรณ์จำกัดความเร็วสูงสุดออกขณะทำการทดสอบเวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต (โรงงานบูกัตติจำกัดความเร็วสูงสุดของบูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ทุกคันเอาไว้ที่ 258 ไมล์ หรือ 415 ก.ม. ต่อชั่วโมง) จึงถือเป็นการดัดแปลง และผิดหลักเกณฑ์ของกินเนสส์ฯ ซึ่งระบุเอาไว้ชัดเจนว่ารถที่นำมาทดสอบความเร็วจะต้องไม่มีอะไรผิดแผกแตกต่างไปจากรถยนต์ที่จำหน่ายให้ลูกค้า
หลังทราบเรื่อง 'กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด' ก็ถอนการรับรอง 'บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต' เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน กินเนสส์ฯ ก็ออกมาประกาศยืนยันอีกครั้งว่าสถิติ 'โปรดักชั่นคาร์เร็วที่สุดในโลก' ยังคงเป็นของ 'บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต' เพราะแม้จะถอดอุปกรณ์จำกัดความเร็วสูงสุดออกในขณะที่ทำการทดสอบ แต่การกระทำดังกล่าวก็ไม่มีผลกับสมรรถนะของเครื่องยนต์และไม่ได้ทำให้รถวิ่งเร็วขึ้น ที่สำคัญรถของค่ายเฮนเนสซี่ย์ไม่เข้าข่าย 'โปรดักชั่นคาร์' เพราะผลิตขึ้นจำนวนน้อยมาก ถึงแม้จะทำความเร็วได้มากกว่า (สมมติ) ก็ไม่สามารถทำลายสถิติได้อยู่ดี (กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ระบุว่ารถที่เข้าข่าย 'โปรดักชั่นคาร์' จะต้องถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ 50 คันขึ้นไป ซึ่งบูกัตติมีแผนผลิตเวย์รอนแบบคูเป้ จำนวน 300 คัน และแบบโอเพ่นท็อปอีก 150 คัน ปัจจุบัน เวย์รอนแบบคูเป้ผลิตครบตามจำนวนที่กำหนดไว้และหยุดผลิตแล้ว ส่วนแบบโอเพ่นท็อปเหลือโควต้าผลิตรวมกันทุกรุ่นไม่ถึง 90 คัน)
ซูเปอร์คาร์ 'บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต' ใช้เครื่องยนต์ W16 ที่ให้ขุมพลังสูงถึง 1,200 แรงม้า และมีอัตราเร่งสูงสุดตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 2.4 วินาที โดยบูกัตติจะผลิตเวย์รอนรุ่นนี้เพียง 30 คันเท่านั้น
อันดับที่ 5 ปากานี่ ซอนด้า ชิงคเว โรดสเตอร์ (Pagani Zonda Cinque Roadster)
ค่าตัว $1.85 ล้าน (ราว 60 ล้านบาท) หรือ 1.3 ล้านยูโร (กว่า 55 ล้านบาท) ไม่รวมภาษี
'ปากานี่ ซอนด้า ชิงคเว โรดสเตอร์' ก็คือ 'ปากานี่ ซอนด้า อาร์' เวอร์ชั่นโรดคาร์ที่สามารถนำมาวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย และยังเป็นซูเปอร์คาร์ 'ซอนด้า' รุ่นสุดท้ายของค่ายปากานี่ ความจริงแล้วค่ายปากานี่ไม่ได้วางแผนผลิต 'ซอนด้า ชิงคเว โรดสเตอร์' มาตั้งแต่ต้น แต่หลังจากเปิดตัวรถคูเป้รุ่น 'ซอนด้า ชิงคเว' ก็มีเสียงเรียกร้องให้ปากานี่ผลิตซอนด้า ชิงคเว เวอร์ชั่นไม่มีหลังคา และนั่นก็คือที่มาของ 'ซอนด้า ชิงคเว โรดสเตอร์'
ซูเปอร์คาร์สุดดุดัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว และไร้หลังคารุ่นนี้ มีสเปคและสมรรถนะเหมือน 'ซอนด้า ชิงคเว' แบบคูเป้ทุกอย่าง โดยมาพร้อมตัวถัง 'คาร์โบ-ไทเทเนียม' (คาร์บอนไฟเบอร์เสริมไทเทเนียมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง) และใช้เครื่องยนต์ V12 ของ AMG ขุมพลังเต็มเปี่ยมที่ 678 แรงม้า อัตราเร่งตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 217 ไมล์ (349 กม.) ต่อชั่วโมง (ยังไม่ได้รับการรับรอง)
ค่ายปากานี่จะผลิตซูเปอร์คาร์ 'ซอนด้า ชิงคเว โรดสเตอร์' จำนวนจำกัดเพียง 5 คันเท่านั้น (คำว่า ชิงคเว แปลว่า 5 ในภาษาอิตาลี)
อันดับที่ 6 แอสตัน มาร์ติน วัน-เซเว่นเซเว่น (Aston Martin One-77)
ค่าตัว $1.85 ล้าน (£1,150,000 หรือราวๆ 58 ล้านบาท)
ความจริงแล้วมีรายงานว่าซูเปอร์คาร์ 'แอสตัน มาร์ติน วัน-เซเว่นเซเว่น' ซึ่งค่ายแอสตัน มาร์ตินจำกัดการผลิตเอาไว้ที่ 77 คัน ถูกสั่งผลิตครบตามจำนวนที่กำหนดตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว (แต่อาจมีขายที่โชว์รูมนำเข้าบางแห่ง) รถรุ่นดังกล่าวถูกนำมาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในงานปารีส มอเตอร์ไชว์ เมื่อ 5 ปีก่อน แต่ก็เผยให้เห็นด้านหน้ารถเพียงแค่บางส่วน (ส่วนใหญ่ถูกผ้าคลุมไว้) ก่อนที่จะถูกนำมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ปี 2009
'วัน-เซเว่นเซเว่น' มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ความจุ 7.3 ลิตร ขุมพลัง 750 แรงม้า อัตราเร่งตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 3.5 วินาที ในตอนแรกแอสตัน มาร์ติน คาดการณ์ว่ารถรุ่นนี้จะทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 200 ไมล์ (320 ก.ม.) ต่อชั่วโมง แต่หลังทำการทดสอบเมื่อปลายปี 2009 ปรากฏว่า 'วัน-เซเว่นเซเว่น' สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 220 ไมล์ (354 กม.) ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
อันดับที่ 7 คอนิกเส็กก์ อาเกียร่า อาร์ (Koenigsegg Agera R)
ค่าตัว $1.6 ล้าน (ราว 52 ล้านบาท)
ซูเปอร์คาร์สัญชาติสวีเดน 'คอนิกเส็กก์ อาเกียร่า อาร์' เป็นรถสปอร์ตเครื่องวางกลางที่ค่ายคอนิกเส็กก์นำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกภายในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ปี 2011 หลังจากนั้นก็ทุบสถิติโลกด้านความเร็วในฐานะโปรดักชั่นคาร์เป็นว่าเล่น อาทิ สามารถทำอัตราเร่งตั้งแต่ 0-300 กม./ชม. ภายในเวลา 14.53 วินาที และ 0-300 กม./ชม. ภายในเวลา 6.66 วินาที เป็นต้น
'อาเกียร่า อาร์' รุ่นปี 2013 ถูกนำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ปี 2012 โดยมีการอัพเกรดใหม่ในหลายจุด อาทิ ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ , ระบบกันสะเทือน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังอัพเกรดเครื่องยนต์ให้รีดพลังได้สูงถึง 1,140 แรงม้า ขณะใช้น้ำมัน E85 และมากกว่า 960 แรงม้าเมื่อใช้น้ำมันเบนซิน 95 อีกด้วย
'คอนิกเส็กก์ อาเกียร่า อาร์' ใช้เครื่องยนต์ที่พัฒนาและผลิตขึ้นในโรงงานของตนเอง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเครื่องยนต์ไฮเปอร์คาร์ที่เบาและขนาดกระทัดรัดที่สุดในโลก น้ำหนักเพียง 197 กิโลกรัมเท่านั้น โดยเป็นเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ความจุ 5 ลิตร อัตราเร่งตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด (ในทางทฤษฎี) 273 ไมล์ (440 กม.) ต่อชั่วโมง
อันดับที่ 8 ลัมโบร์กินี เรเวนตัน (Lamborghini Reventon)
ค่าตัว $1.6 ล้าน (ราว 52 ล้านบาท)
ลัมโบร์กินี เรเวนตัน หรือ 'เรเบนตอน' ในภาษาสเปน ถูกนำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกภายในงานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ เมื่อปี 2007 ในฐานะโรดคาร์ (สามารถนำมาวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย) ค่าตัวแพงที่สุดของค่ายลัมโบร์กินี (ตอนนั้นลัมโบร์กินียังไม่ได้ผลิต 'เวเนโน่') โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเครื่องบินขับไล่ และพัฒนาต่อยอดมาจากลัมโบร์กินี มูร์เซียลาโก แอลพี 640
ลัมโบร์กินี เรเวนตัน ใช้เครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร ของมูร์เซียลาโก แอลพี 640 อัตราเร่งตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 221 ไมล์ (355.7 กม.) ต่อชั่วโมง ลัมโบร์กินี ประกาศว่าจะผลิตรถรุ่นนี้เพียง 20 คันเท่านั้น (ไม่นับรวมรถโปรโตไทป์รหัส 0/20 ที่จะถูกนำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของลัมโบร์กินี) และรถทั้ง 20 คันก็ถูกสั่งจองจนครบในวันเปิดตัว แถมยังขายหมดก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกต่างหาก (ยังไม่ทันเปิดผ้าคลุมรถออกด้วยซ้ำ)
อย่างไรก็ตามมีข่าวลือว่า จำนวนผลิต 20 คันที่ว่านี้หมายถึง 'ลัมโบร์กินี เรเวนตัน' ที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการแก่ลูกค้าทั่วไป แต่ความจริงแล้วรถรุ่นนี้อาจผลิตจริง (ตามสั่ง) ถึง 100 คันเลยทีเดียว
ลัมโบร์กินี เรเวนตัน ซิ่งแข่งกับเครื่องบินขับไล่ 'ทอร์นาโด' บนรันเวย์ความยาว 3 กิโลเมตรของสนามบินเบรสเชีย ในประเทศอิตาลี
อันดับที่ 9 มายบัค แลนเดาเล็ต (Maybach Landaulet)
ค่าตัว $1.4 ล้าน (กว่า 45 ล้านบาท)
'มายบัค แลนเดาเล็ต' เป็นรถสุดหรูที่มีลักษณะคล้ายลิมูซีน แต่สามารถเปิดประทุนบริเวณเบาะหลัง จึงมักถูกนำมาใช้ในงานสำคัญ หรือโอกาสพิเศษต่างๆ ค่ายมายบัคนำต้นแบบแลนเดาเล็ตไปเปิดตัวเป็นครั้งแรกภายในงานมิดเดิ้ลอีสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่ดูไบ เมื่อปลายปี 2007 และเปิดตัวมายบัค แลนเดาเล็ต รุ่นปี 2009 ที่ดูไบในปีต่อมา
รถเปิดประทุนสุดหรูจากเยอรมนีคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V12 ความจุ 6 ลิตร ทวินเทอร์โบ ขุมพลัง 620 แรงม้า อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 5.2 วินาที
อันดับที่ 10 ปากานี่ ไวร่า (Pagani Huayra)
ค่าตัว $1.3 ล้าน (ราว 42 ล้านบาท)
'ปากานี่ ไวร่า' (ออกเสียง วาย-ร่า ตั้งตามชื่อ 'เทพเจ้าแห่งสายลม' ของอาณาจักรอินคา) ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการบนหน้าเว็บไซต์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2011 ก่อนอวดโฉมให้ชมเป็นครั้งแรกในโลกภายในงานเจนีวา ออโต้ ซาลอน ในอีก 2 เดือนต่อมา
'ปากานี่ ไวร่า' ใช้เครื่องยนต์ V12 ความจุ 6 ลิตร ของเมอร์เซเดส เบนซ์ ที่ให้ขุมพลัง 730 แรงม้า โดยมีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ภายในเวลา 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 ไมล์ (370 กม.) ต่อชั่วโมง ค่ายปากานี่จะผลิตรถยนต์รุ่นนี้เพียง 20 คันต่อปีเท่านั้น
อันดับที่ 10 (ร่วม) เฟอร์รารี่ 'ลาเฟอร์รารี่' (LaFerrari)
ค่าตัว $1.3 ล้าน (ราว 42 ล้านบาท)
รถสปอร์ตไฮบริด 'ลาเฟอร์รารี่' (หรือ 'เดอะ เฟอร์รารี่' ในภาษาอังกฤษ) ถูกนำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกภายในงาน 'เจนีวา มอเตอร์โชว์' เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้าที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าพ่วงระบบสำรองพลังงาน HY-KERS ที่ให้พลัง 163 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร รวมขุมพลัง 963 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ DCT แบบ 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายในเวลาไม่ถึง 3 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 350 กม./ชม. โดยเฟอร์รารี่ จะผลิตขึ้นเพียง 499 คัน
--------------------------
(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
หมายเหตุ : ที่มา - http://paow007.wordpress.com/)



