
'ไทย-อินโดฯ'คู่พันธมิตร แลกเปลี่ยนนักเรียนอาชีวะ
'ไทย-อินโดฯ'คู่พันธมิตร แลกเปลี่ยนนักเรียนอาชีวะ : โดย...พัฐอร พิจารณ์โสภณ
ดินแดนที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอย่าง "อินโดนีเซีย"กลายเป็นสถานที่ที่เด็กนักศึกษาและครูไทย มาเริ่มเรียนรู้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ประมาณ 2 สัปดาห์ ภายใต้ "โครงการ School Partnership Program ไทย-อินโดนีเซีย 2013" โดยเป็นเด็กนักเรียนและครูในสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 18 สถานศึกษา จำนวนทั้งสิ้นกว่า 110 คน ภายใต้การกำกับดูแลโดย "ศูนย์พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้" (ศพต.)
การเดินทางไปแลกเปลี่ยนกิจกรรมการเรียนรู้และวัฒนธรรมกับสถานศึกษาคู่พันธมิตรในประเทศอินโดนีเซีย ประกอบด้วยใน "ยอร์กยาการ์ตา" จำนวน 13 สถานศึกษา, "สุราบายา" 1 สถานศึกษา และ "บาหลี" 4 สถานศึกษา โดยได้มีการเดินทางไปนิเทศครูและนักศึกษาที่ประเทศอินโดนีเซีย ในระหว่างวันที่ 21-27 กันยายน 2556 นำโดย ดร.เสริมศักดิ์ นิลวิลัย ผอ.วิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก ที่เดินทางไปในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายวางแผนและความร่วมมือต่างประเทศ (ศพต.)
ในโอกาสนี้เดินทางไปยังเมืองยอร์กยาการ์ตา ได้แก่ สถานศึกษา SMK N1 BANTUL ที่จับคู่กับ วิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก วิทยาลัยการอาชีพละงู สถานศึกษา SMK N2 DEPOK จับคู่กับ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก ปัตตานี ขณะที่บาหลีนั้น สถานศึกษา SMK N1 DENPARSA จับคู่กับ วิทยาลัยการอาชีพเบตง สถานศึกษา SMKN1 MUS UBUD จับคู่กับวิทยาลัยการสารพัดช่างยะลา สถานศึกษา SMKN1 PETANG จับคู่กับ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล
ความเป็นอยู่ตลอด 2 สัปดาห์ของครูและนักศึกษาไทยที่นี่คือเมื่อมาให้วันแรกๆ จะมีการให้แนะนำตัวรวมถึงหลักสูตรที่เรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนในอินโดนีเซียจะเป็นคนจัดตารางสอนให้แก่เด็ก เมื่อตรงกับวันอาทิตย์ก็จะมีการพาครูและนักศึกษาไปดูความเป็นอยู่ในเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวด้วย ซึ่งก่อนจะกลับจะมีการแสดงโชว์เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากประเทศไทยกับอินโดนีเซียด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ที่เด็กไทยนำไปโชว์คือ "การรำ" และ "มวยไทย"
"สวัสดี" "ขอบคุณ", "ฉันรักคุณ", "จะไปไหน" และอีกสารพัดคำภาษาไทย จะถูกเขียนเป็นภาษาคาราโอเกะ ก่อนจะถูกอธิบายความหมายเป็นภาษาอังกฤษ ที่ "อรทัย สุวรรณมณี" อาจารย์จากวิทยาลัยการอาชีพละงู จ.สตูล ได้รับหน้าที่สอนภาษาไทยระหว่างการมาแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละคาบ ทำให้เด็กนักเรียนชาวอินโดนีเซียที่นี่พอจะเข้าใจและรู้จักประเทศไทยมากขึ้น
"ที่นี่จะเน้นแยกส่วน ใครอยู่สาขาไหนก็เน้นกันไป ที่นี่ ปวช.1 จะเรียนวิชาสามัญคือเรียนรวมกันทั้งหมดก่อน พอขึ้น ปวช.2 ก็จะแยกไปสาขาที่ชอบ จากการสังเกตนั้น บางอย่างการเรียนการสอนเขาชำนาญกว่าเรา มีอุปกรณ์และสื่อการเรียนที่ครบกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องนำไปปรับปรุง ซึ่งเราจะได้เทคนิคการสอนที่สามารถจะรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน" อับดุลฮาแลม อาแวมือซา อาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก ปัตตานี สะท้อนสิ่งที่เห็นตลอดสองสัปดาห์ให้ฟัง
ขณะที่เด็กนักศึกษาอย่าง "พัชราพร เพ่งสู" นักศึกษาแผนกการท่องเที่ยว วิทยาลัยการอาชีพละงู จ.สตูล บอกว่า การมาที่นี่คิดว่าได้ความรู้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ หรืออาหาร ส่วนเรื่องการศึกษาหลักสูตรของเขาจะคล้ายคลึงกัน มาที่นี่เราได้หลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาบาฮาซา ภาษาชวา ภาษาอังกฤษ
ไม่ต่างจาก "ชาญชัย เกิดดำ" นักศึกษาสาขาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล บอกเล่าการมาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ว่า มาที่นี่จะใช้ภาษาอังกฤษบ้างภาษามือบ้าง (ฮา) แต่เราก็เตรียมหนังสือ ก-ฮ มาเพื่อสอนเขา และเราก็จะถามเพื่อนชาวอินโดนีเซียว่าคำนี้เรียกว่าอะไร รวมทั้งการสอนร้องเพลง รำวงมาตรฐาน สอนทำขนมโค ที่เราเตรียมมาสอนเขา การมาที่นี่ทำให้ได้มิตรภาพดีๆ วัฒนธรรม ภาษา และการเรียนการสอนของเขา เมื่อกลับไปก็จะนำความรู้ที่ได้นั้นไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังด้วย
อย่างไรก็ตาม ดร.เสริมศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า ครั้งนี้มีโอกาสได้พบกับผู้บริหารของสถานศึกษาซึ่งพูดคุยขยายสัญญาความร่วมมือเดิมซึ่งจะหมดในเดือนตุลาคมนี้ออกไปด้วย ทั้งนี้สถานศึกษาจากประเทศอินโดนีเซียจะมีกำหนดเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ปีหน้าด้วย
เมื่อครบกำหนดเวลาที่ต้องกลับบ้าน หลายคนดีใจที่ได้กลับบ้านแต่อีกใจหนึ่งก็อดใจหายกับการที่ต้องจากเพื่อนๆ ที่หลายคนมีคราบน้ำตาไหลออกมาอาบสองแก้ม แต่ก็หวังว่าจะได้เจอกันใหม่อีกครั้งเมื่อเขามาแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทย พร้อมทั้งสัญญาจะดูแลเขาให้ดีกว่าที่เขาดูแลเราอีก...
.........................
('ไทย-อินโดฯ'คู่พันธมิตร แลกเปลี่ยนนักเรียนอาชีวะ : โดย...พัฐอร พิจารณ์โสภณ )



