
สั่งคุมเข้มเด็กนานาชาติหลังกลับจากตปท.
สสจ.เชียงใหม่ สั่งคุมเข้มโรงเรียนนานาชาติหลังนักเรียนทยอยกลับจากต่างประเทศ ด้านอาการนศ.ติดเชื้อหวัด 2009 ดีขึ้นแต่ยังมีไข้ เจ็บคอเล็กน้อย เฝ้าระวังครอบครัว 5 คน รวมทั้งเพื่อนอีก 3 คนที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน คาดทราบผลตรวจเชื้อพรุ่งนี้
(15มิ.ย.) น.พ.วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการแพร่ระบาดหวัดใหญ่ 2009 ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายเดียวคือนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนผู้ป่วยที่เข้าข่าวเฝ้าระวังและต้องส่งเชื้อเข้าตรวจในแล็ปมีประมาณ 30 คน ซึ่ง ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่หมุนเวียนเนื่องจากมีผู้ป่วยต้องสงสัยผ่านเข้ามาทุกวัน
สำหรับการสกัดกั้นการแพร่ระบาดในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ประสาน งานไปยังผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเพื่อแนะนำขั้นตอนต่าง ๆ ขณะที่บัคลากรและ นักศึกษาต่างมีความรู้ความเข้าใจจึงมั่นใจว่าจะไม่แพร่ระบาดลุกลามไปมากกว่านี้
ส่วนโรงเรียนนานาชาติหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ นับว่าเป็นจุดเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีนักเรียนหลายคนเดินทางไปต่างประเทศ และในช่วงนี้ใกล้จะเปิดเทอม ในการป้องกันได้เรียกประชุมผู้จัดการของทุกโรงเรียนให้แจ้งไปยัง นักเรียนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศให้พักดูอาการตัวเองอยู่ที่บ้าน 7 วัน ก่อน จะเข้าเรียน พร้อมทั้งช่วยกันสอดส่องอาการป่วยของนักเรียน หากพบมีอาการต้อง สงสัยให้แยกออกและแจ้งสาธารณสุขจังหวัดทันที
อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นจะยังไม่ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบถึงโรงเรียนนานาชาติ เพราะนักเรียนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศได้ผ่านการตรวจอาการที่สนามบินทั้งสุวรรณภูมิและเชียงใหม่มาก่อนแล้ว แต่หากมีรายงานพบอาการต้องสงสัยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที
ต่อมาเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน นพ.วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงความคืบหน้ากรณี นศ. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังเดินทางกลับจากเดินทางไปโครงการ work and travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันนักศึกษาดังกล่าวพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
นพ.วัฒนา กล่าวว่า นักศึกษาที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เดินทางกลับออกจากอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 23.00 น.ของวันที่ 10 มิถุนายน จากนั้นพักเพื่อรอต่อเครื่องบินมาจ.เชียงใหม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยในเวลา 09.00 น.ของวันที่ 11 มิถุนายน นักศึกษาที่ป่วยเดินทางกลับมาจ.เชียงใหม่ พร้อมเพื่อนที่ไปด้วยกันอีก 3 คน ด้วยเที่ยวบินทีจี 102 ของสายการบินไทย
ทั้งนี้ช่วงที่รอต่อเครื่องกลับจ.เชียงใหม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นักศึกษาเริ่มมีอาการป่วย เมื่อมาถึงจ.เชียงใหม่ จึงนอนพักรักษาตัวที่บ้าน แต่อาการไม่ทุเลาวันที่ 12 มิถุนายน จึงเข้ารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ตามสิทธิ์ประกันของ มช.ที่ทำให้นักศึกษา แพทย์ได้ส่งตัวอย่างเชื้อไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ เขต 1 ซึ่งผลการตรวจออกมาเมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) นักศึกษาคนดังกล่าวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือ H1 N1
นพ.วัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้ สสจ.เชียงใหม่ ได้เฝ้าระวังผู้ใกล้ชิดรวม 8 คน คือ ครอบครัวของนักศึกษาที่ป่วย 5 คน คือ ตายาย พ่อแม่และน้องสาว รวมทั้งเพื่อนนักศึกษาที่เดินทางกลับมาพร้อมกันอีก 3 คน โดยไม่ได้กักตัวทั้งหมดแต่ขอความร่วมมือให้หยุดเรียนและหยุดงาน เพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อ และนำตัวอย่างเสมหะไปตรวจหาเชื้อที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ คาดว่าจะทราบผลในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) เบื้องต้นได้ให้ยาทามิฟลูกับทั้ง 8 คนตามหลักวิชาการ สำหรับอาการของนักศึกษาที่ป่วยล่าสุดเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังมีไข้เล็กน้อยและเจ็บคออยู่
ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกันมีจำนวนกว่า 100 คน ได้ประสานขอรายชื่อจากสายการบินแล้ว เพื่อได้ติดต่อกับผู้โดยสารโดยเฉพาะที่นั่งใกล้กับนักศึกษาที่ป่วย เพื่อสอบถามอาการและขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลมาเป็นระยะ และติดตามอาการของผู้โดยสารคนอื่นในเที่ยวบินดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
นพ.วัฒนา กล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) อธิบดีกรมควบคุมโรคจะเดินทางมาจ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมโรงเรียนต่างๆและพบผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งมีนักศึกษาเดินทางกลับจากต่างประเทศในเปิดเทอมนี้ เพราะการแพร่ระบาดของโรคในต่างประเทศมักเกิดในโรงเรียนจึงต้องเฝ้าระวังและขอความร่วมมือกับผู้บริหาร
“ในช่วงเปิดเทอมจะมีนักศึกษาทยอยเดินทางกลับจากต่างประเทศมาจ.เชียงใหม่อีกกว่า 1,000 คน นักศึกษาส่วนใหญ่ที่ไปต่างประเทศนอกจากไปท่องเที่ยวจะทำงานพิเศษตามร้านอาหารด้วย จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและขอความร่วมมือจากนักศึกษาที่เดินทางกลับมาถ้ามีอาการป่วยให้หยุดเรียนและรีบพบแพทย์ ทันที ต้องแยกของใช้ส่วนตัวกับคนใกล้ชิดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ”นพ.วัฒนากล่าว
นพ.วัฒนา กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้เข้มงวดและเฝ้าระวังในกลุ่มโรงเรียนมาก เพราะมีบทเรียนจากการแพร่ระบาดของโรคในโรงเรียนที่กรุงเทพฯมาแล้ว สสจ.จะนำแผนรับมือโรคในกรุงเทพฯมาปรับใช้ที่จ.เชียงใหม่ แต่การเฝ้าระวังยังคงอยู่ในระดับ A หรือมีผู้ติดเชื้อจากที่อื่นไม่ได้ติดเชื้อในพื้นที่ ขณะกรุงเทพฯการเฝ้าระวังอยู่ในระดับ C ซึ่งมีการติดเชื้อและทุกคนมีโอกาสเป็นโรคได้ หากจ.เชียงใหม่สามารถควบคุมโรคได้ก็จะไม่ปรับแผนเป็นระดับ B หรือ C
สำหรับครอบครัวของนักศึกษาที่ติดเชื้อได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามดูที่บ้านแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ส่วนแผนนำสื่อเข้าไปที่บ้านผู้ป่วยต้องยกเลิกไป เพื่อสิทธิ์ของผู้ป่วยและครอบครัว รวมทั้งไม่ต้องการให้เพื่อนบ้านหรือชุมชนใกล้เคียงตระหนกตกใจ ส่วนนักเรียนของโรงเรยนเอกชนที่ป่วยเป็นไข้หวัดพร้อมกันถึง 18 คน ผลตรวจเชื้อยืนยันแล้วว่าเป็นเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์เดิม หรือ H3 N2



