ไลฟ์สไตล์

ถอดรหัส HL7 : การแพทย์ยุคดิจิตอล

ถอดรหัส HL7 : การแพทย์ยุคดิจิตอล

20 ต.ค. 2556

ถอดรหัส HL7 : การแพทย์ยุคดิจิตอล : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า

                 ตลอดเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟ้าฝนกระหน่ำแทบจะทุกพื้นที่ทั่วไทย ผลกระทบที่ตามมาติดๆ นอกเหนือจากมนุษย์เงินเดือนต้องทุกข์ทนกับสภาพการจราจร ทั้งตอนเช้าและหลังเลิกงาน อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับคนหลายเพศหลากวัย ก็คือ อาการไข้ อาการหวัดเริ่มมาเยือน

                  ผู้เขียนเอง พอหันซ้ายแลขวา เห็นหลายคนรอบข้างเริ่มมีอาการฟืดฟาด ปวดหัวตัวร้อนตามกันมาหลายคน เลยตัดสินใจขออุทิศพื้นที่คอลัมน์สัปดาห์นี้ ให้กับพัฒนาการด้านการสาธารณสุขไทย ซึ่งในอดีต เรามักเห็นความล้ำหน้าเฉพาะตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ ซึ่งมีงบมหาศาลจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ไฮเทคมาให้บริการ รวมถึงการลงทุนด้านซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบสารสนเทศสาธารณสุข เพื่อยกระดับความรวดเร็วและประสิทธิภาพให้บริการผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

                  อย่างไรก็ตาม ประเด็นหนึ่งที่หลายคน "ลืม" ตระหนัก ก็คือ ระบบซอฟต์แวร์สารสนเทศที่โรงพยาบาลแต่ละแห่งลงทุนไปอย่างมหาศาลนั้น ยังมีข้อจำกัดข้อใหญ่ ก็คือ เป็นระบบภายในอย่างแท้จริง ดังนั้น กรณีฉุกเฉินที่ผู้ป่วยรายนั้น ต้องเข้าไปเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลอื่น (ซึ่งแม้จะใหญ่เช่นกัน) แต่ระบบสารสนเทศเดิมที่แม้จะเป็นเพียงข้อมูลผู้ป่วยพื้นฐาน ก็ไม่สามารถทำการเชื่อมโยงข้ามโรงพยาบาลได้ นั่นหมายถึงว่า ระบบที่ลงทุนไว้มหาศาลนั้น "สอบตก" ในแง่ประสิทธิภาพความเร็วในการให้บริการผู้ป่วย

                   ที่ผ่านมา มีหลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหานี้ และมีภาครรัฐใน 55 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา, ฟินแลนด์, สหรัฐอเมริกา, เกาหลี, อินเดีย, เยอรมนี, สเปน เป็นต้น  ตัดสินใจสนับสนุนระบบบริการสาธารณสุขของตนเข้าสู่การใช้  มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ที่เรียกว่า  Health Level Seven (HL7) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และถูกออกแบบมาโดยเปิดกว้างให้แต่ละโรงพยาบาล สามารถปรับลักษณะให้เหมาะสมกับกระบวนการทำงานที่ต่างกันได้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ข้อมูลถูกส่งต่อจากระบบหนึ่งไปอีกระบบหนึ่งได้อย่างราบรื่น ทั้งงานการบริหารองค์กร (Administrative) หรือการบริหารงานด้านสุขภาพการแพทย์ (Health and Clinical)

                   การสนับสนุนมาตรฐาน HL7 ให้เป็นมาตรฐานกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพของประเทศ จะช่วยให้ข้อมูลสำคัญรวมถึงประวัติการรักษาผู้ป่วย  (เวชระเบียน) ซึ่งปัจจุบันทุกโรงพยาบาลบันทึกและจัดเก็บอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ตามเทรนด์ชีวิตยุคดิจิตอล) แทนกระดาษนั้น "ทลาย" ข้อจำกัดของกำแพงมาตรฐานระบบสารสนเทศแบบต่างคนต่างพัฒนา และสามารถส่งข้ามระบบกันไปยังโรงพยาลแห่งอื่นๆ ที่ผู้ป่วยเข้าไปรับบริการ และเรียกดูได้ผ่านระบบออนไลน์อย่างรวดเร็ว

                 ล่าสุด ประเทศไทยก็เตรียมเดินหน้าร่วมมาตรฐาน HL7 โดยมีเจ้าภาพหลัก คือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ซึ่งจะร่วมมือกับศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (ศมสท.) และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล นำร่องสนับสนุนการจัดสร้างมาตรฐานข้อมูลสุขภาพในระดับประเทศ

               …ในฐานะผู้ใช้บริการคนหนึ่ง ก็ขอเอาใจช่วยให้โครงการนี้ได้รับความร่วมมือ จากทุกโรงพยาบาลทั่วไทยโดยเร็ว

 

......................

 (ถอดรหัส HL7 : การแพทย์ยุคดิจิตอล : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)