
เพลินใจใน'คุทนา โฮรา'
เพลินใจใน'คุทนา โฮรา' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง
ขึ้นชื่อว่ายี่ห้อ ”เช็ก”ไม่เคยทำให้นักทัศนศึกษาโลกผิดหวังอยู่แล้ว
เช็กไม่ได้มีแค่กรุงปรากเท่านั้นที่เอาไว้เหนี่ยวรั้งนักเดินทาง แต่ยังมีเมืองสวยอีกเป็นกระตั้กเอาไว้อวดแขกเหรื่อ
นอกจากเชสกี้ ครุมลอฟ และคาร์โลวี วารี ที่ฉันเคยไปเยี่ยมเยือนมาแล้ว ยังมีอีกเมืองที่เฉียดไปเฉียดมา แต่ไปไม่เคยถึงซะที ไปเชกรอบนี้เลยไม่ยอมพลาด
จากกรุงเทพฯ ไปตั้งหลักที่กรุงปรากด้วยสายการบินเอมิเรตส์ (0-2664-1040) ก่อน เขามีเที่ยวบินไปปรากทุกวัน แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ก่อนจะบินต่อไปหาปราก จากนั้นค่อยนั่งรถไฟต่อ ซึ่งเที่ยวนี้ฉันใช้ตั๋วรถไฟแบบโกลบอล พาส(www.raileurope.co.th) ใช้นั่งรถไฟทั่วยุโรปได้ 24 ประเทศ จากปรากโคลงเคลงบนรถไฟประมาณชั่วโมงหนึ่งพอดี ก็ถึง คุทนา โฮรา ใครถือตั๋วรถไฟโกลบอล พาส เมื่อถึงสถานีรถไฟประจำเมือง ใช้นั่งโลคอล เทรนนั่งเข้าเมืองได้ฟรี แต่ถ้าไม่มีก็นั่งรถเมล์ที่จอดอยู่หน้าสถานีรถไฟเข้าเมือง ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
คุทนา โฮรา เป็นเมืองเล็กๆ ที่ค่อนข้างสงบ แต่อย่าคิดว่าจะมาเดิน 2-3 ชั่วโมงแล้วเผ่นกลับ ก็ไม่ได้อีก เพราะในความเล็กมีรายละเอียดซ่อนอยู่เต็มไปหมด บางทีอาจจะเป็นเพราะคุทนา โฮราเคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 14 ถือว่าเป็นเมืองศูนย์กลางอำนาจในแคว้นโบฮีเมียนเลยด้วยซ้ำ
ความที่เป็นเหมืองเงิน ที่นี่จึงมีโรงกษาปณ์ที่ผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์ใช้เป็นยุคแรกๆ ทุกวันนี้คนมาคุทนา โฮราจึงมักจะแวะไปที่ Italian Court ที่เขาทำเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเหรียญเงินในยุคต่างๆ รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือในการทำเหรียญในสมัยก่อนด้วย
ที่จริงฉันว่า เมืองนี้น่าจะเรียกว่าเมืองมากโบสถ์ก็ได้นะ ซอกแซกไปตรงไหนเจอโบสถ์ตั้งรออยู่ ไล่ไปตั้งแต่โบสถ์เซนต์บาร์บารา ที่สร้างขึ้นช่วงที่คุทนา โฮรา กำลังอู้ฟู่อยู่ ด้วยชั้นเชิงของสถาปัตยกรรมในแบบโกธิกชั้นสูงที่ทำให้โบสถ์นี้ดูสง่าผ่าเผย และใครอยากดูภาพเขียนในยุคเรเนสซองส์ต้องมาที่นี่
ยังมีโบสถ์สไตล์บาร็อกอย่างโบสถ์เซนต์จอห์นแห่งเนโพมุค ที่สร้างช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ไม่ได้งดงามเฉพาะด้านนอกเท่านั้น แต่ไปที่นี่ให้แหงนคอมองบนเพดาน จะเห็นภาพจิตรกรรมอันวิจิตรประณีตที่บอกเล่าถึงเรื่องราวของนักบวชเซนต์จอห์นเนโพมุค
ส่วนโบสถ์คริสติสไตล์โกธิกที่สร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 15 นั้น เป็นอีกโบสถ์หนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่ใช่น้อยเหมือนกัน เพราะหากใครที่ขึ้นไปบนระเบียงของโบสถ์แห่งนี้ จะได้ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของคุทนา โฮรา
และถ้าจัดว่าเป็นโบสถ์ที่เป็นสุดยอดผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซสไตล์โกธิกของเมือง ก็ต้องเดินไปหา โบสถ์อัสสัมชัญ ที่สร้างขึ้นช่วงที่คุทนา โฮรายังรุ่งเรืองอยู่ และมีความสำคัญสำหรับชาวแคว้นโบฮีเมียนมาแต่ไหนแต่ไร
แต่โบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวแวะไปเยี่ยมเยียนไม่เว้นแต่ละวัน น่าจะเป็น โบสถ์กระดูก ที่สร้างตั้งแต่ปลายของศตวรรษที่ 14 แต่มารื้อปรับขยับแต่งใหม่ในสไตล์บาร็อกในช่วงศตวรรษที่ 16
เป็นโบสถ์ที่แปลกมาก เพราะใช้กระดูกมาตกแต่งทุกอย่าง ที่จริงโบสถ์นี้ถ้าใครโดยสารด้วยรถไฟมา พอออกจากสถานีรถไฟเดินไปไม่ถึงกิโลเมตรก็ถึงแล้ว
ว่ากันว่า กระดูกที่นำมาใช้ตกแต่งในโบสถ์นี้เป็นซากกระดูกคนผู้คนเกือบ 5 หมื่นคน และล้วนแต่เป็นกระดูกที่ถูกเก็บมานานหลายศตวรรษ
ผู้คนมาที่นี่ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกัน เพราะไม่ว่าจะมองไปมุมไหน ก็มีแต่กะโหลก กระดูก กองไว้และห้อยระโยงระยางเต็มไปหมด
สำหรับคนชอบของแปลก คุณอาจจะขลุกอยู่ในนี้ได้นานหน่อย แต่สำหรับคนปอดแหกอย่างฉัน สบตากะโหลกไม่ทันไรขอเดินเผ่นไปเที่ยวเล่นแถวใจกลางเมืองดีกว่า
พูดถึงอาคารบ้านเรือนของเมืองนี้ก็ใช่ว่าจะขี้เหร่ แต่ละซอยโรยไว้ด้วยสีสันทั้งนั้น ในตัวเมืองมีทั้งลานน้ำพุ และจัตุรัสเล็กๆ ให้คนไปนั่งจิบกาแฟกัน มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่ใจกลางเมืองเอาไว้บริการทั้งแผนที่และข้อมูล
ฉันเองก็ไม่พลาด เข้าไปถามไถ่ได้ความว่า เจ้าหน้าที่เชียร์ให้ไปที่ "ฮราเดค" มุมที่เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์เอาไว้แสดงนิทรรศการต่างๆ แต่เดิมทีที่นี่เคยเป็นพระราชวังสไตล์โกธิกที่สร้างขึ้นช่วงต้นศตวรรษที่ 15
ยังมีบ้านของแซงค์ทูรินอฟสกี้ นี่ก็เป็นอาคารสไตล์โกธิกที่เก่าแก่มากสร้างก่อนโบสถ์สำคัญๆ ของเมืองซะอีก ทุกวันนี้มีทั้งพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ตั้งอยู่ในนี้
เดินไปซะทั่วเมือง จึงพบว่าคุทนา โฮราคือเมืองเล็กที่น่าเที่ยว อาจจะไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟคเท่าปราก ไม่ได้สวยหวานเท่าคาร์โลวี วารี หรือน่ารักจุ๋มจิ๋มเหมือนเชสกี้ ครุมลอฟ แต่นี่คือเมืองที่จะทำให้คุณเดินได้อย่างเพลินอารมณ์
...................
(เพลินใจใน'คุทนา โฮรา' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)



