ไลฟ์สไตล์

มิตรภาพ เหนือช่องไฟนรก

มิตรภาพ เหนือช่องไฟนรก

20 ต.ค. 2556

มิตรภาพ เหนือช่องไฟนรก : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม

               แม้ไม่โด่งดังเป็นที่กล่าวขานวงกว้าง จนเมื่อเรื่องราวของเขาถ่ายทอดเป็นบทละครโทรทัศน์ บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ ก็เป็นที่รู้จักในหมุ่คนไทยรุ่นหลังมากขึ้น แม้แต่คนใกล้ชิดในครอบครัว กว่าจะได้รับรู้เรื่องราวของเขา ก็เกือบจะพร้อมๆ กับคนทั่วไป 

               อ.ลำใย สิริเวชชะพันธ์ น้องสะใภ้ของบุญผ่อง เล่าถึงความหลังครั้งเหตุการณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า บ้านเดิมอยู่นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ตอนนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ พอแต่งงาน ย้ายมาอยู่ที่ปากแพรก แรกเริ่มก็ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไร

                "แต่งงานกับน้องชายคนที่ 5 ของพี่ผ่องมา 15 ปี เพิ่งจะมารู้ พี่ผ่องไม่เคยเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟังเลย ไม่พูดถึงด้วย รู้เรื่องก็ตอนที่เขาจะทำละคร"   อ.ลำใยเล่าถึงเรื่องราวในอดีตหลังจากที่สืบค้นข้อมูลซึ่งเป็นเอกสารจากต่างประเทศ รวมถึงรูปภาพที่มีส่งมาที่ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ความผูกพันเหนือความตาย อันเกิดขึ้นในช่วงสงคราม โดยเฉพาะเมื่อตอนที่ญี่ปุ่นเกณฑ์เชลยศึกและแรงงาน มาสร้างทางรถไฟ

                ด้วยความที่เชลยศึกรู้ว่าคุณบุญผ่องพูดภาษาอังกฤษได้ ก็พยายามบอกเล่าถึงความยากลำบากแสนสาหัสของพวกเชลยศึกและแรงงาน คุณบุญผ่องจึงหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ โดยเฉพาะยารักษาโรค ถ่ายไฟฉายที่ใช้กับเครื่องมือสื่อสาร ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อไม่ให้ทหารญี่ปุ่นจับกุมได้ และแม้ทหารญี่ปุ่นมาขอความช่วยเหลือคุณบุญผ่องก็ไม่ได้ปฏิเสธ อีกทั้งยังค้าขายกับพวกญี่ปุ่นเป็นปกติ

               อ.ลำใยเล่าว่า "วันนั้น มีทหารญี่ปุ่นนำกำลังจะมาล้อมบ้าน เหมือนรู้ระแคะระคายเรื่องการช่วยเหลือ แต่เหมือนโชคช่วย จู่ๆ ก็ถอนกำลังกลับไปและประกาศแพ้สงคราม หลังถูกอเมริกาทิ้งนิวเคลียร์โจมตี หลังจากนั้นกลับเป็นพวกเชลยศึก ที่พากันมาที่บ้าน เพื่อมาดูหน้าคนที่ช่วยเหลือพวกเขา เพราะที่ผ่านมาเคยได้ยินแต่ชื่อ  และนี่แหละ คนที่เชลยศึกบอกว่า เขา คือ องค์กร "วี" ที่คอยช่วยเหลือ แถมเชลยศึกที่รอดชีวิตยังได้ยกรถทหารญี่ปุ่น 200 คันให้เป็นของขวัญ ซึ่งคุณบุญผ่องได้นำมาทำธุรกิจ คือรถเมล์บุญผ่อง

                ช่วงหลังสงคราม คุณบุญผ่องถูกยิง พอเชลยทราบข่าว ก็ช่วยกันมาเอาตัวไปรักษา ในค่ายที่วังขนาย แล้วก็ได้คุณหมอเวียรี่ ดัลลอป ที่ติดต่อช่วยเหลือเรื่องส่งยารักษาโรคตอนเป็นเชลยนี่แหล่ะ ช่วยผ่าตัด ส่งเครื่องบินไปเอาเลือดที่สิงคโปร์มาช่วย ทำให้รอดชีวิตมาได้ 

                ความช่วยเหลือกันและกัน ผูกพันมาถึงการก่อตั้ง มูลนิธิแลกเปลี่ยน เวียรี่ ดัลลอป-บุญผ่อง (Weary Dunlop-Boonpong Exchange Fellowship) เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สงคราม และตอบแทนที่ได้รับความช่วยเหลือจากไทย ด้วยการให้ทุนศัลยแพทย์ไทยไปอบรมเทคนิคทางศัลยแพทย์ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่ง อ.ลำใยบอกว่า แพทย์ไทยที่มูลนิธินี้ส่งไปศึกษาต่อ จะได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง รวมถึงใบประกอบโรคศิลปะที่สามารถรักษาคนไข้ในออสเตรเลียได้เลย โดยแพทย์คนแรกที่ส่งไปคือ นพ.จิตตินัตต์ หะวานนท์ ปัจจุบันมีแพทย์ที่ไปอบรมแล้ว 71 คน และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 15 คน

                จนถึงวันนี้ ก็ยังมีลูกหลานของเชลยศึกที่แวะเวียนมาที่บ้านบุญผ่อง เพื่อมาเยี่ยม มาขอบคุณให้ได้สักครั้งในชีวิต

                แม้บ้านบุญผ่องจะปิดประตูไว้ แต่ถ้าแวะไปก็เรียกได้  ดูเหมือนบ้านนี้ยินดีต้อบรับผู้มาเยือนเฉกเช่นเดียวกับในอดีต

 

..............................

(มิตรภาพ เหนือช่องไฟนรก : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม )