
ปลายฝนต้นหนาว 1
ปลายฝนต้นหนาว 1 : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์
หมดฝนเข้าหนาวสำหรับชาวกรุงที่ขับรถได้ไม่เกิน 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกรุงเทพฯ ก็เป็นอันดับหนึ่งของโลกไปแล้วในเรื่องของรถติด ต่อไปนี้ก็เป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยว คงจะเริ่มกันที่ออกพรรษา ลอยกระทง ปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ ใครที่อยากไปเที่ยวอยากเอารถไปยืดเส้นยืดสายในเทศกาลก็คงเตรียมตัวกันไว้แล้ว
ท่านที่มีรถใช้รถอยู่เป็นประจำนั้น ที่ผ่านมาก็ใช้รถกันแบบลุยน้ำลุยฝนกันมาหลายๆ เดือน เมื่อจะเดินทางท่องเที่ยวกันครั้งหนึ่ง เท่าที่เห็นมาเมื่อจะเดินทางไกลกันครั้งหนึ่งก็นำรถเข้าอู่เข้าศูนย์บริการกันครั้งหนึ่งพร้อมๆ กับคำสั่งว่าให้ตรวจสภาพเพื่อเดินทางไกล
ถ้าเป็นรถที่เข้าตรวจเช็กระยะตามคู่มือประจำรถเป็นประจำซึ่งอาจจะเริ่มที่ตรวจเช็กทุกๆ 5,000 กิโลเมตร 10,000 กิโลเมตร หรือ 15,000 กิโลเมตร ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องวิตกมากมายนักกับการเดินทางไกล เมื่อเป็นอย่างนั้นเราก็ควรจะมากำหนดด้วยตัวเราเองว่าเมื่อต้องการเดินทางไกลในช่วงเทศกาลต่างๆ นั้น เราควรจะตรวจเช็กอะไรกันบ้าง โอกาสและเวลาที่ดีที่สุดก็คือช่วงนี้แหละครับ ปลายฝนต้นหนาว หมดฝนท้องฟ้าเจิดจ้าด้วยแสงแดด
ลองกันใหม่ทำกันด้วยตัวเอง ไม่มีใครรู้จักรถเราดีกว่าตัวเรา
ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่รถเก่า รถเก๋ง รถกระบะ รถอเนกประสงค์ ขับสองล้อสี่ล้อ ควรจะเริ่มกันที่ภายในก่อนครับ เพราะเป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะกระทำได้ด้วยตนเอง
ถอดพรมรองพื้นออกทำความสะอาดตากแดด ทำความสะอาดภายในรถถ้ามีกำลังมากพอ ถอดเบาะนั่งออกให้หมด ถอดพรมปูพื้นออกซักทำความสะอาด ภายในตัวรถก็จะเหลือพื้นที่เป็นเหล็กล้วนๆ กับระโยงระยางของสายไฟ เข็นออกกลางแจ้งเปิดประตูทุกบานฝากระโปรงหน้าหลังเปิดให้เต็มที่ ให้ความร้อนของแสงแดดไล่ความชื้นและฆ่าเชื้อโรคที่หมักหมม
ทำความสะอาดเบาะนั่ง ใช้น้ำยาล้างจานแบบเหลวกับฟองน้ำล้างจาน ที่มีสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นฟองน้ำ อีกด้านจะเป็นใยพลาสติก เอาอันใหม่เอี่ยมจุ่มน้ำแล้วบีบให้แห้งหมาดๆ บีบน้ำยาล้างจานไปที่ฟองน้ำนั้นแล้วขยำให้เข้ากัน เท่านี้ก็นำไปขัดเบาะแผงประตูได้ทั้งคัน หนักเบาในการออกแรงก็ขึ้นอยู่กับคราบไคลที่ติดอยู่ รับรองไม่ทำให้หนังแท้หรือหนังเทียมเสียไป
พรมปูพื้นก็เช่นกันครับ ทำตามวิธีเดียวกัน ทุกชิ้นตากแดดแห้งสนิทแล้วจะใช้น้ำยาเช็ดเบาะเช็ดเบาๆ เท่านี้ก็เหมือนกับได้ของใหม่ ถ้าไปจ้างเขาทำก็ 4,000-5,000 บาท เขาก็ใช้วิธีนี้แหละครับ ถ้าหากยุ่งยากนักมีงบประมาณหมื่นครึ่งหมื่นก็ขับรถเข้าคาร์แคร์ให้เขาจัดการให้ได้ทุกรูปแบบ
เมื่อรถแห้งสนิท สายไฟที่เกะกะอยู่นั้นรวบรวมให้เป็นที่เป็นทาง ใช้ความระมัดระวังกันมากหน่อยในขั้นตอนนี้ และถ้าพอมีความรู้หรือการใช้ฝีมือทางช่างอยู่บ้างก็ไล่ตรวจสายไฟดูเท่าที่ทำได้ว่า คดงอบิดเบี้ยวแตกหักที่ใดบ้าง ขั้วต่อสายไฟขยับดูว่าแน่นหนาหลุดหลวมหรือไม่ ถ้าทำได้ถอดขั้วที่เสียบอยู่ติดกันออก ใช้สเปรย์ทำความสะอาดขั้วไฟ(Electronic contact cleaner) เป็นน้ำยาที่หาซื้อได้ทั่วไปฉีดตามขั้วไฟเพื่อกำจัดคราบสกปรกทั้งหลายแหล่ที่มีอยู่ ตรวจดูทุกอย่างให้อยู่เป็นที่เป็นทางแล้วติดเครื่องเปิดอุปกรณ์ไฟทุกชนิดว่าทำงานครบถ้วนหรือไม่
เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็เอาอุปกรณ์ต่างๆ ใส่เข้าไป ติดเครื่อง ดูอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกจุด ดูมาตรวัดและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ อีกครั้ง เพราะการตรวจตราสายไฟ หรือการใส่พรมประกอบเบาะนั่งอาจจะทำให้สายไฟจุดใดจุดหนึ่งมีปัญหาได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ปิดประตูทุกบานพร้อมฝากระโปรง
ขั้นตอนต่อไปคือ ล้างทำความสะอาดภายนอกตัวรถเพื่อที่จะตรวจดูรอยขูดขีดที่เกิดขึ้นในขณะที่ขับลุยน้ำฝ่าฝนมาเป็นเดือนๆ ว่ามีบ้างไหม
และถ้ามี มีถึงขั้นที่กินเข้าไปถึงเนื้อเหล็กหรือไม่ จะได้เตรียมการซ่อมเพราะเมื่อถึงเนื้อเหล็กก็หมายถึงสนิมเริ่มถามหากันแล้ว แต่ถ้าพบรอยขูดขีดที่ไม่มากนักแม้จะไม่ถึงเนื้อเหล็กแต่ขนาดของแผลนั้นยังไม่มากพอที่จะไปทำสีกันทั้งแผง อาจจะใช้น้ำยาเคลือบเล็บทาไปบริเวณนั้นเพื่อป้องกันความชื้นที่จะเข้าไปทำให้เกิดสนิม
ไม่ว่าจะพบร่องรอยหรือไม่ก็ทำแค่ล้างเท่านั้นพอ ยังไม่ต้องถึงขั้นลงน้ำยาขัดเงา เพราะเท่าที่ทำมาทั้งหมดสองแรงแข็งขันพ่อบ้านกับแม่บ้านก็หมดวันกันแล้วครับ ติ๊ต่างว่าวันนั้นเป็นวันเสาร์ วันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ก็มีเรื่องที่จะให้ตรวจตรากันอีก
...........................
(ปลายฝนต้นหนาว 1 : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์)



