ไลฟ์สไตล์

ประเดิมจังหวัด'กลางน้ำ'ฟังความฟลัดเวย์ตะวันตก

ประเดิมจังหวัด'กลางน้ำ'ฟังความฟลัดเวย์ตะวันตก

19 ต.ค. 2556

ประเดิมจังหวัด'กลางน้ำ'ฟังความฟลัดเวย์ตะวันตก : รายงาน

              "สมปอง ทองประภา" หนุ่มชัยนาทคนหนึ่งที่แวะเวียนไปยังบูธนิทรรศการทางผันน้ำ ที่จัดขึ้นที่โรงแรมกลางเมืองชัยนาทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา "สมปอง" เป็นหนึ่งในจำนวนเพื่อนร่วมท้องถิ่นจากหลายอำเภอ ใน จ.ชัยนาท อีกนับพันคน ที่เข้าร่วมแสดงความเห็นโครงการบริหารจัดการน้ำ พวกเขาคือราษฎรชุดแรกที่ได้แสดงปฏิกิริยากับสิ่งก่อสร้างอย่างใหม่ที่รัฐบาลหมายมั่นจะให้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทยในนามฟลัดเวย์ หรือชื่อเต็มๆ ว่า คลองผันน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา

              เช่นเดียวกับ "สมปอง"...เมืองชัยนาทของเขาก็เป็นหนึ่งในอีกหลายจังหวัดที่กำลังจะเข้าร่วมชะตากรรมเดียวกัน ไม่ว่าโครงการสวยหรูที่ว่าจะมาดีหรือมาร้ายก็ตาม ด้วยพิมพ์เขียวแบบร่างทางผันน้ำแนวตะวันตกเริ่มลากเส้นกันตั้งแต่ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ผ่านนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี กินระยะทางถึง 281 กิโลเมตร และบวกเพิ่มอีก 2 จังหวัดคือ ราชบุรีกับสมุทรสงคราม ด้วยเหตุที่สองเมืองท้ายน้ำที่ว่านี้ แม้ไม่มีฟลัดเวย์พาดผ่าน แต่ก็ต้องรับน้ำมหาศาลจาก อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ที่แน่นอนว่า ท้องน้ำทั้งสายต้องถูกทะลวงล้วงควักให้จุน้ำได้มากกว่าเดิมอีกเท่าตัว

              "คงเป็นเรื่องยากที่จะให้คนในท้องถิ่นให้การยอมรับได้" สมปอง บอกกับนักข่าว ด้วยเหตุผลที่ว่า สิ่งที่วิทยากรและคณะผู้จัดงานนำมาเผยแพร่เพื่อสร้างความเข้าใจนั้นไม่สัมพันธ์กับเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง "ที่รู้สึกในขณะนี้ ก็คือรัฐบาลกำลังจะเร่งทำโครงการ โดยอ้างถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ไม่มีการอธิบายถึงการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการลงทุนของรัฐ ทุกอย่างที่นำเสนอมีความเป็นวิชาการมาก และต้องใช้เวลามากกว่านี้ที่จะทำความเข้าใจ"

              ชัยนาท มีโครงการที่อยู่ในแผนการบริหารจัดการน้ำ 2 โมดูล คือโมดูล เอ 2 หรือพื้นที่ปิดล้อม คือ เทศบาลเมืองชัยนาท เทศบาลตำบลสรรพยา ส่วนโมดูล เอ 5 หรือคลองระบายน้ำหลาก กินพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.วัดสิงห์ อ.หันคา อ.เนินขาม และ อ.หนองมะโมง ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน พื้นที่ใน 4 อำเภอจะถูกนำไปใช้เป็นทางผันน้ำที่สามารถรองรับการไหลถึง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ริมตลิ่งสองข้างเป็นถนนขนาด 4 เลนสมราคา 1.5 แสนล้าน หลับตาจินตนาการมองเห็นภาพคลองชลประทานที่มีอยู่ประเทศ น้ำบ้าง แห้งบ้าง ถูกขยายใหญ่ออกไปนับสิบเท่า

              แน่นอนว่า โครงการใหญ่ขนาดนี้ ชาวบ้านย่อมคลางแคลงใจถึงหลักประกัน ซึ่งแม้ว่า "อุธร สุรถี" อดีตกำนันตำบลบ่อแร่ อ.วัดสิงห์ จะเล็งเห็นถึงประโยชน์ของโครงการอยู่บ้างเช่นว่า สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนได้ หากแต่เขาย้ำว่า รัฐบาลจะต้องให้หลักประกันถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการด้วย

              สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภายใต้หัวข้อยาวเหยียด "โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย" วงเงินงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ในส่วนของชัยนาทจัดขึ้นตลอดทั้งวันของวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม โดยเวทีแห่งที่ 2 ของการรับฟังความเห็นนี้ใช้โรงแรมชัยนาทธานี เป็นเวทีแห่งที่ 2 ต่อจากลำพูนเมื่อสัปดาห์ก่อน

...............................

(หมายเหตุ : ประเดิมจังหวัด"กลางน้ำ"ฟังความฟลัดเวย์ตะวันตก : รายงาน)