
เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 17 ต.ค.56
คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม : ตอน...รหัส 04 เยาวชนลูกหลานปัตตานี
วันนี้เปิดโลกมุสลิม ขอเจาะความคิดน้องๆ นักศึกษามุสลีมะห์ ลูกหลานชาวปัตตานีกับความคิดที่ได้เห็นเพื่อสะท้อนไปยังจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาที่ถูกวิธี น.ส.สุไมยะห์ วอเดร์ จากจังหวัดยะลา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนานและยากที่จะแก้ไขได้ หลักๆ ก็คือ เป็นปัญหาที่เกิดจากกลุ่มคนรักชาติพันธุ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับศาสนา แต่มีการแอบอ้างศาสนา หรือตามความเข้าใจของคนโดยทั่วไป หรือการตีความที่แตกต่างกัน วิธีแก้ปัญหาที่สำคัญ คือการให้ความเข้าใจในพื้นฐานถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ของปัญหา ที่เกิดขึ้น เพราะบางกลุ่มยังไม่สามารถแยกได้ระหว่างภาษากับศาสนา อย่างเช่น คนที่พูดภาษามลายู คือคนมลายู (หมายถึงมีศาสนาอิสลาม แม้เป็นแค่ชื่อก็ตามแต่) และคนอิสลามหรือไม่ใช่อิสลามก็เหมารวมว่าไม่ใช่คนมลายู หรือคนนับถือศาสนาอิสลาม ตามความคิดของคนที่ยึดภาษาเป็นข้อสรุปเรื่องศาสนา
โดยเฉพาะคนที่ถูกสอนให้รักภาษาศาสนาของคนบางกลุ่ม ซึ่งถูกสอนมาผิดๆ แต่เป็นไปได้ยากมากที่จะให้คนเปลี่ยนแนวคิดความเชื่อที่สืบต่อกันมายาวนาน มีบางกลุ่มเห็นด้วยและที่ไม่เห็นด้วย ถ้าหากต้องการแก้ปัญหาจริงๆ สิ่งแรกคือ ความจริงใจ การสร้างความเข้าใจ ฟังเสียงชาวบ้าน การเสนอแนะต่างๆ ของคนในพื้นที่ การสร้างเจตคติของคนต่างเชื้อชาติศาสนาต้องมาก่อน ถ้าอันนี้ผ่านอย่างอื่นก็สามารถไปต่อได้
ทางด้าน น.ส.การ์ตีนี มะเหาะ เป็นคนจังหวัดนราธิวาส ปัจจุบันทำงานที่สวนนงนุช พัทยา ในตำแหน่ง Translator ปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนใต้นั้นสืบเนื่องมาจากมีประชาชนในสามจังหวัดอยากจะอนุรักษ์ความเป็นปัตตานีและบังเอิญประวัติศาสตร์ได้ถูกจารึกไว้ว่า ปัตตานีเคยเป็นประเทศที่เคยมีการปกครองตัวเอง ทำให้คนบางกลุ่มอยากที่จะรักษาตรงนี้ไว้เหมือนสมัยบรรพบุรุษซึ่งเป็นเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมายากต่อการที่จะลบล้างได้
ดังนั้น การที่รัฐจะเข้ามาแก้ปัญหา รัฐเองต้องมองก่อนว่า ก่อนวุ่นวายทุกวันนี้รัฐได้สร้างความเจ็บช้ำอะไรไว้ให้พวกเขา ต้องจารึกไว้อีกหรือเปล่า ความแค้นบางทีพูดไม่ได้นอกจากต้องมีการล้างแค้นไม่ว่ารูปใดก็แล้วแต่ หากรัฐต้องการแก้ปัญหา รัฐควรจะเข้าหาประชาชนคนในพื้นที่ หันหน้าเจรจากันเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เพราะคนในพื้นที่เองก็ปรารถนาให้สามจังหวัดกลับมาสงบเหมือนเดิม เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต และมีความต้องการที่จะให้ถอนกำลังทหารกลับไปให้หมด ทุกอย่างมันต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา เพราะไม่ง่ายนักกับการที่จะให้เกิดความสงบโดยทันทีทันใด เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นมานานหลายปี เวลาเท่านั้นที่จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นและในช่วงนี้ทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี
นายบุซรอ เจ๊ะเล๊าะ เป็นคนปัตตานี ในมุมมองเรื่องเหตุการณ์ภาคใต้ จากที่ได้ติดตามได้อ่านข่าว มันเหมือนเป็นเหตุการณ์ ความรุนแรงปกติ ที่มีกันทั่วโลก สำหรับช่วงแรกๆ แล้ว อาจจะเกิดความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับศาสนา วัตนธรรม ที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ แต่เดี๋ยวนี้ รู้สึกว่าส่วนใหญ่แล้ว จะเกี่ยวข้องกับการเมืองมากกว่า การแก้ไข ต้องดูด้วยว่า คนในพื้นที่ต้องการ อะไร รัฐสามารถสนับสนุนในด้านต่างๆ ได้หมายถึงรัฐต้องทำให้ประชาชนเจริญก่อน ชาติค่อยตามทีหลังก็ได้ เหตุการณ์ทุกวันนี้หากคิดกันให้ลึกๆ แล้ว มีหลายเรื่องปนเปกันยุ่งไปหมด เช่นเรื่องยาเสพติด การขัดแย้งระหว่างนักการเมืองท้องถิ่น อยากให้รัฐและคนไทยรับรู้ว่า นี่คือความเป็นเรา "มลายูแท้ๆ" ในวิธีแบบอิสลามสากล ไม่ใช่การยัดเยียด มลายูแบบไทย รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของพวกเรามลายู สิ่งนี้คือแบบที่เราต้องการ ถ้าเข้าใจสิ่งนี้ นี่คือการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด
.......................................
(คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม : ตอน...รหัส 04 เยาวชนลูกหลานปัตตานี)



