
ประชาพิจารณ์ห้วยตั้ง'กระทบที่อยู่-ทำกิน'
เวทีแรกประชาพิจารณ์ห้วยตั้งค้านอื้ออึงกระทบที่อยู่-ทำกิน : รายงานพิเศษ
หน้า 3 รายงานพิเศษ / ประชาพิจารณ์เขื่อนห้วยตั้ง
ประเด็น
เวทีแรกประชาพิจารณ์ห้วยตั้งค้านอื้ออึงกระทบที่อยู่-ทำกิน : รายงานพิเศษ
หลังจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ "กบอ." เลือกโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง ซึ่งอยู่ใน Module A1 นำร่องทำประชาพิจารณ์เป็นอันดับแรก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา
ปรากฏว่า ช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ว่าเห็นด้วยกับโครงการนี้หรือไม่ มีชาวบ้านสนใจเข้าร่วมประมาณ 2,000 คน โดยทยอยเข้าร่วมที่หอประชุมบุรีรัตน์ ชั้น 3 และโรงอาหารชั้น 1 โรงเรียนจักรคำคณาทร ตั้งแต่เวลา 09.00 น.จากกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ 833 คน
โดยความคิดเห็นที่น่าสนใจ เสน่ห์ จินาจันทร์ ตัวแทนภาคประชาชนชนลุ่มน้ำลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน กล่าวว่า ชาวบ้านไม่มีความเข้าใจจากโครงการนี้ เพราะไม่มีข้อมูลมาหารือหรือชี้แจงใดๆ กับประชาชนในพื้นที่ แต่กลับมีการจัดเวทีนี้ขึ้นเป็นแห่งแรก โดยมองว่า หากจะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น น่าจะเอางบประมาณ 400 ล้านบาทนี้ไปให้ประชาชนนำไปใช้ในการขุดลอกแม่น้ำสาขาให้มีขนาดกว้าง และปรับปรุงลำน้ำสาขาที่มีอยู่ให้รองรับปริมาณน้ำได้อย่างเหมาะสม
เพราะการสร้างอ่างเก็บน้ำไม่ได้ช่วยให้ประชาชนรอดพ้นจากน้ำท่วม และพื้นที่ที่จะทำอ่างเก็บน้ำ ก็ไม่เหมาะสม มีสภาพเป็นถ้ำ และเป็นหุบเหว ซึ่งประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องที่อยู่อาศัย, ความเสียหายต่อทรัพยากร และยังเป็นพื้นที่ป่าที่เหมาะกับการอนุรักษ์มากกว่า
อีกประการหนึ่งในจังหวัดลำพูนมีหลายหมู่บ้านที่ยังมีความต้องการอ่างเก็บน้ำ อยากให้รัฐบาลลงพื้นที่สำรวจและย้ายไปทำให้กับหมู่บ้านที่ต้องการได้อ่างเก็บน้ำ
เดชา พันธ์ยอด ชาวบ้าน ต.ป่าพูล อ.บ้านโฮ่ง กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายได้มีการทบทวนอีกครั้ง เนื่องจากพิจารณาจากพื้นที่ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง ไม่มีความเหมาะสม เพราะไม่เป็นที่ต้องการของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ น่าจะใช้งบก้อนนี้ไปสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กตามหมู่บ้านต่างๆ ที่มีความต้องการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง และเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนมากกว่า
ทางด้านตัวแทนของชาวบ้านประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน กล่าวว่า ทำไมรัฐบาลไม่เกาให้ถูกที่คัน รัฐบาลควรจะพิจารณาพื้นที่ที่อยากได้อ่างเก็บน้ำ หรือทางลอดน้ำ มากกว่าจะมาสร้างในพื้นที่ชาวบ้านไม่ต้องการ จึงอยากให้เวทีนี้ได้รับทราบว่า ไม่ควรมองข้ามประเด็นนี้ โดยต้องการให้รัฐบาลมาสร้างเป็นทางลอดประตูน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ กลุ่มตัวแทน ต.ทาขุนเงิน อ.บ้านโฮ่ง กล่าวว่า อยากให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อลดความเสียหายเวลามีน้ำหลาก และเกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี สามารถทำการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง การเข้ามารับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเข้ามาช่วยเหลือไม่ให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
จากนั้น ผศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี ผู้ประสานงานเครือข่ายวิทยากร สถาบันการศึกษา กล่าวว่า ข้อสรุปในเวทีรับฟังความเห็นในช่วงเช้านั้น แบ่งออกเป็นผู้ที่เห็นด้วยกับโครงการที่ต้องการให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ประมาณร้อยละ 20 และที่ไม่เห็นด้วยประมาณร้อยละ 80 เนื่องจากกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือกลุ่มที่อยู่ใน ต.ป่าพูล อ.บ้านโฮ่งนั้น ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างอ่างเก็บน้ำในครั้งนี้เลย
ประกอบกับประชาชนในพื้นที่ไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการสร้างอ่างเก็บน้ำ ภาครัฐบาลไม่ได้มีการแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบมาก่อน ประชาชนในพื้นที่เกรงว่าจะไม่มีพื้นที่ทำกินต่อไปในอนาคต และพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวรัฐบาลไม่เคยเข้าไปสำรวจอย่างจริงจัง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหุบเหวและถ้ำ ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะทำการสร้างเขื่อนเก็บน้ำ เพราะจะเป็นระเบิดเวลาสำหรับประชาชนในพื้นที่
ขณะเดียวกัน สมเกียรติ มีธรรม ผู้อำนวยการสถาบันอ้อผะหญา และกลุ่มคัดค้านแผนจัดการน้ำของรัฐบาลหลายกลุ่ม ก็ได้ร่วมกับออกแถลงการณ์โจมตีการทำประชาพิจารณ์ในครั้งนี้ด้วย ประเด็นสำคัญ เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ข้อมูลกับชาวบ้านในพื้นที่อย่างละเอียดเพียงพอ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ก็น้อย
“จึงสรุปได้ว่า การรับฟังเวทีคราวนี้ไม่ได้ดำเนินการตามหลักการรับฟังแผนการจัดการน้ำอย่างทั่วถึงตามที่ศาลปกครองมีคำสั่ง ทั้งนี้ จากการกำหนดการพบว่าจะมีการจัดเวทีการรับฟังเพียงจังหวัดละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 วัน จึงเกิดคำถามว่าจะได้รับฟังอย่างทั่วถึงหรือไม่ ซึ่งทางเครือข่ายภาคประชาชนในนามเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการเงินกู้ 3.5 แสนล้านจะติดตามการดำเนินการรับฟังของหน่วยงานอย่างใกล้ชิดต่อไป” สมเกียรติ กล่าว
ทั้งนี้สาเหตุที่เลือกทำประชาพิจารณ์ "อ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง" เป็นอันดับแรก "กบอ." มีเหตุผลสำคัญคือ 1.เป็นอ่างขนาดเล็กเพียงแค่ 9.23 ล้านลูกบาศก์เมตร ผลกระทบน้อย 2. ชาวบ้าน 2 อำเภอ คือ อ.ห้วยโฮง และ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ส่วนใหญ่ต้องการอ่างเก็บน้ำ เพราะเป็นพื้นที่เพาะปลูก 632 ไร่ และส่วนใหญ่ปลูกลำไยร้อยละ 53.8
3.เพื่อทำให้โครงสำรวจความเห็นในจุดต่อไปง่ายขึ้น โดย ตามโครงการ 3.5 แสนล้าน ต้องสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางประมาณ 21 แห่ง แบ่งเป็นในโมดูลเอ 18 แห่ง โมดูลบี 3 แห่ง โดยเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ความจุเกิน 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) จำนวน 4-5 แห่ง
4. ถ้าเริ่มจากเขื่อนแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ แรงต้านมากกว่า 5.โครงการขนาดเล็กกว่า 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่กบอ.จัดให้ทำรายงานผลกระทบกับสังคม เพราะมีพื้นที่ผลกระทบจากน้ำท่วมในการก่อสร้าง
สำหรับช่วงบ่ายเป็นการแบ่งกลุ่มย่อย 20 กลุ่ม เพื่อชี้แจงข้อมูลทางเทคนิคลงลึกในรายละเอียดให้ชาวบ้านฟังว่า แผนเดิมจะทำที่ไหน ความจุเท่าไหร่ กินขนาดพื้นที่เท่าใด แล้วให้ชาวบ้านแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัย มนตรี ด่านไพบูลย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และ ประเทือง ปานลักษณ์ ได้รับการร้องขอจากราษฎรและสภาตำบล อ.บ้านโฮ่ง จำนวน 8 ตำบล ขอให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง (พ.ศ. 2530)
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2533 กรมชลประทานได้ทำการศึกษา วัตถุประสงค์เพื่อชลประทาน และป้องกันน้ำท่วม มีจุดที่ตั้งบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง หมู่ 2 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน โดยตัดน้ำท่าจากแม่น้ำลี้ ลงสู่แม่น้ำปิง เพื่อลดปริมาณต้นน้ำ ก่อนที่จะไหลลงไปรวมกับเจ้าพระยา
พ.ศ. 2542 ได้มีราษฎรจาก ต.ป่าพลู ขอคัดค้านการก่อสร้างโครงการกว่า 300 ราย ซึ่งอย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดและอำเภอบ้านโฮ่งได้ลงพื้นที่ประชุมชี้แจงราษฎรให้รับทราบและเข้าใจ แต่ราษฎรไม่เห็นด้วย
พ.ศ. 2556 กบอ.ได้พิจารณาเอาพื้นที่เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ เพราะเห็นว่าหากไม่มีอ่างเก็บน้ำ เมื่อเกิดปัญหาภัยแล้งจะไม่มีน้ำเก็บ เกิดปัญหาฝนตกหนักจนน้ำท่วมก็ไม่สามารถป้องกันได้ ถึงแม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านบ้าง ให้เป็นไปตามประชาธิปไตย กระทั่งมีการทำประชาพิจารณ์ดังกล่าว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า หลังชาวบ้านรับรู้รายละเอียดของโครงการแล้ว และรับทราบถึงแนวทางการเยี่ยวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น จะยังคงค้านเป็นจำนวนมากอยู่หรือไม่ และถ้ายังคงคัดค้าน รัฐบาลจะตัดสินใจไปในทางที่ฝืนความต้องการของประชาชนในพื้นที่หรือไม่?
...........
(หมายเหตุ : เวทีแรกประชาพิจารณ์ห้วยตั้งค้านอื้ออึงกระทบที่อยู่-ทำกิน : รายงานพิเศษ)



