
ยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ(จบ)
ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : การยกระดับความปลอดภัย ของรถโดยสารสาธารณะ (จบ) : โดย ... ดร.สุเมธ องกิตติคุณ และคณะนักวิจัย ทีดีอาร์ไอ
มาคุยเรื่องการยกระดับความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะกันต่อ ซึ่งจากการสำรวจผู้ประสบอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะ และการศึกษาการชดเชยเยียวยาและการเรียกร้องค่าเสียหาย ก็ทำให้ได้ข้อสรุปที่สำคัญ ดังนี้
1.วงเงินค่ารักษาพยาบาลตามระบบประกันภัยครอบคลุมเฉพาะการบาดเจ็บทั่วไป แต่ไม่ครอบคลุมกรณีบาดเจ็บสาหัส
2.การชดเชยค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ กรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตตามระบบประกันภัย มีวงเงินต่ำ ทำให้ผู้เสียหายส่วนใหญ่ต้องทำการฟ้องร้องเพื่อให้ได้ค่าชดเชยมากขึ้น
3.การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ศาลพิจารณาให้ชดเชยค่ารักษาพยาบาลตามจริง ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหา แต่ค่าชดเชยอื่นๆ เช่น การขาดรายได้ การขาดไร้อุปการะ ยังขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้พิพากษาแต่ละท่าน
4.การกำหนดค่าชดเชยแก่ผู้เสียหายเป็นมูลค่าที่แน่นอนนั้นทำได้ยาก เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายแต่ละรายแตกต่างกัน ทำให้การเสนอแนะสูตรที่ชัดเจนเป็นไปได้ยาก
5.สิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ามูลค่าของค่าเสียหาย คือระยะเวลาในการชดเชยค่าเสียหาย ซึ่งผลจากการสำรวจระบุว่าการฟ้องร้องใช้เวลามากกว่า 18 เดือน ถ้ามีการเจรจาไกล่เกลี่ย และใช้เวลาประมาณ 23 เดือน ถ้าต้องรอให้ศาลพิพากษา
6.กรณีเสียชีวิต ถ้าไม่มีการขึ้นศาล ค่าเฉลี่ยการชดเชยเยียวยาคือ 366,666 บาท ขณะที่ถ้ามีการขึ้นศาล ค่าเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 594,863 บาท ซึ่งในกรณีที่ไม่ขึ้นศาล ค่าชดเชยจะมากกว่าวงเงินชดเชยของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถประมาณร้อยละ 80 ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการสามารถชดเชยได้เพิ่มเติมประมาณ 160,000 บาท ขณะที่ถ้าผู้เสียหายเรียกร้องเพิ่มเติม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะไม่ยอมจ่าย ทำให้ต้องเรียกร้องค่าเสียหายผ่านการฟ้องร้อง ซึ่งถ้ามีการเพิ่มวงเงินคุ้มครองของระบบประกันภัย จะทำให้ผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งสามารถเรียกร้องค่าเสียหายที่อยู่ภายในวงเงินคุ้มครองของระบบประกันภัย และไม่ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จึงควรปรับเพิ่มวงเงินในระบบประกันภัยให้มีวงเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท
7.การเพิ่มวงเงินคุ้มครองทำได้โดยการออกกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก หมวด 4 การชดเชยค่าเสียหายที่เกิดจากการขนส่ง ซึ่งผู้ประกอบการต้องหาหลักประกันในการคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้น โดยอาจเป็นการทำประกันภัยภาคสมัครใจเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการสร้างระบบร่วมจ่ายระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้ประกอบการ
จากข้อสรุปข้างต้น งานวิจัยชิ้นนี้จึงสรุปแนวทางการปรับปรุงแก้ไขระบบประกันภัยและการประกอบการรถโดยสารสาธารณะ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ ดังนี้
1.เพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาล และไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด
2.แยกเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพออกจากค่ารักษาพยาบาล
3.สร้างกลไกการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการขนส่งให้ใช้เวลาสั้นลง และเพิ่มวงเงินคุ้มครองของระบบประกันภัย
4.สร้างระบบร่วมจ่ายระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้ประกอบการ ทั้งผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตและร่วมบริการ เพื่อสร้างระบบการร่วมรับผิด
--------------------------------
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : การยกระดับความปลอดภัย ของรถโดยสารสาธารณะ (จบ) : โดย ... ดร.สุเมธ องกิตติคุณ และคณะนักวิจัย ทีดีอาร์ไอ)



