ไลฟ์สไตล์

4นักวิจัยสตรีหวังเพิ่มคุณภาพชีวิต

4นักวิจัยสตรีหวังเพิ่มคุณภาพชีวิต

15 ต.ค. 2556

ไลฟ์สไตล์ : 4นักวิจัยสตรีหวังเพิ่มคุณภาพชีวิต

 

                      งานค้นคว้าวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เป็น “การพัฒนา” อย่างหนึ่งที่จะผลักดันสังคมให้เดินไปข้างหน้า บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญในข้อนี้ จึงเป็นที่มาของโครงการ "เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์" มาอย่างต่อเนื่องและในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ 11 แล้ว

                      สดับพิณ คำนวณทิพย์ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้คณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิด้านสายงานวิทยาศาสตร์ระดับประเทศของโครงการ ได้ทำการคัดเลือกและมอบทุนวิจัยให้แก่ 4 นักวิจัยสตรีจากทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิทยาศาสตร์เคมี และ สาขาวัสดุศาสตร์ จำนวน 250,000 บาทต่อทุน

                      "ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มีนักวิทยาศาสตร์ได้รับทุน 2 ท่าน ได้แก่ ผศ.ทพญ.ดร.ศรัณยา ตันเจริญ จากภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากงานวิจัยหัวข้อ การผลิตโมโนโคลนอล แอนติบอดี ที่จำเพาะกับเปปไทต์ขนาดเล็กสำหรับรักษาโรคปริทันต์อักเสบชนิดลุกลาม และ ดร.จิตติมา พิริยะพงศา จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับงานวิจัยหัวข้อ การใช้เทคนิคชีวสารสนเทศในการศึกษาบทบาทและกลไกใหม่ของไมโครอาร์เอ็นเอในการจับกับตำแหน่งเป้าหมายบนยีนโปรโมเตอร์ ส่วนสาขาวิทยาศาสตร์เคมี ได้แก่ ดร.ธริดาพร บัวเจริญ จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช. ได้รับทุนจากงานวิจัยหัวข้อ การค้าหาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเชื้อจุลินทรีย์ที่พบในประเทศไทย และ สาขาวัสดุศาสตร์ ได้แก่ ดร.ศรชล โยริยะ จากศูนย์เทคโนโลหะและวัสดุแห่งชาติ กับงานวิจัยหัวข้อ โครงการการขึ้นรูปฟิล์มท่อนาโนไทเทเนียมและการประยุกต์ใช้งานด้านชีวการแพทย์" สดับพิณ แจง

                      ผศ.ทพญ.ดร.ศรัณยา เผยว่า ผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเป็นโรคปริทันต์อักเสบถึงร้อยละ 80 โดยปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนรักษาโรคนี้ งานวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การผลิต “โมโนโคลนอล แอนติบอดี” ที่จำเพาะกับเปปไทต์ขนาดเล็กสำหรับรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบชนิดลุกลามให้สำเร็จเพื่อป้องกันและยับยั้งการดำเนินของโรคในผู้ป่วยได้โดยตรงในอนาคต เป็นการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาของประเทศในการส่งเสริมทันตสุขภาพ และอาจนำมาสู่การพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่เพื่อป้องกันการเกิดโรคปริทันต์อักเสบต่อไป

                      ด้าน ดร.จิตติมา กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ใช้เทคนิคชีวสารสนเทศ คือ การนำเอาศาสตร์ทางด้านชีววิทยาและคอมพิวเตอร์มาใช้ร่วมกัน เพื่อทำนายหาตำแหน่งเป้าหมายของไมโครอาร์เอ็นเอ ที่อยู่บนลำดับเบสโปรโมเตอร์ของยีนกว่าสามหมื่นยีนในจีโนมคน และจัดตั้งฐานข้อมูลของข้อมูลดังกล่าวในรูปแบบเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าศึกษาต่อไปในเชิงลึก ซึ่งสามารถช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการดำเนินวิจัยอีกด้วย

                      ส่วน ดร.ธริดาพร กล่าวว่า ประเทศไทยมีความหลากหลายทางด้านทรัพยากรชีวภาพรวมถึงจุลินทรีย์สูง ซึ่งสารออกฤทธิ์ของจุลินทรีย์บางชนิดมีประโยชน์ทั้งทางด้านการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และสิ่งแวดล้อม เป้าหมายของงานวิจัยนี้ คือ ต้องการค้นพบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพใหม่ที่มีศักยภาพเพื่อนำไปพัฒนาต่อสำหรับเป็นยารักษาโรค หรือใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่คนไทยแล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่จุลินทรีย์และทรัพยากรชีวภาพของไทยอีกด้วย

                      สุดท้าย ดร.ศรชล โยริยะ กล่าวว่า การวิจัยขึ้นรูปฟิล์มท่อนาโนไทเทเนียมด้วยกรรมวิธีทางไฟฟ้าเคมีแบบแอโนไดเซชั่นในสารละลายอิเล็กโทรไลต์อินทรีย์ คือการศึกษาคุณสมบัติของท่อนาโนไทเทเนียมและออกแบบโครงสร้าง ขนาด รูปร่าง ให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละด้าน โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้งานทางด้านชีวการแพทย์ เช่น ใช้เป็นวัสดุในการนำส่งตัวยา วัสดุห้ามเลือด และทำโครงร่างรองรับเซลล์ในวิศวกรรมเนื้อเยื่อและกระดูก ทั้งนี้ ฟิล์มท่อที่ค้นพบนี้มีคุณสมบัติความเข้ากันได้กับเลือดและร่างกายมนุษย์ และมีความสามารถในการส่งผ่านโมเลกุลยาหรือโปรตีนผ่านตัวท่อได้เป็นอย่างดี ที่สุดจะทำให้การนำส่งตัวยามีประสิทธิภาพมากขึ้น