ไลฟ์สไตล์

คนอยู่ป่ายัง เกษตร 4 ชั้น บ้านคลองเรือ

คนอยู่ป่ายัง เกษตร 4 ชั้น บ้านคลองเรือ

13 ต.ค. 2556

คนอยู่ป่ายัง เกษตร 4 ชั้น บ้านคลองเรือ : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม

คนอยู่ป่ายัง เกษตร 4 ชั้น บ้านคลองเรือ

 

               “ภูเขาลูกนั้น เป็นเหมือนครูของผม เขาอยู่ได้ เราก็อยู่ได้” ชัยรัตน์ แว่นแก้ว หรือ น้าชาญ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พระโต๊ะ จ.ชุมพร เล่าให้ฟังด้วยสายตามีความหวัง หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาว แทบเอาชีวิตไม่รอด จนมาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านคลองเรือแห่งนี้

               จากศรีสะเกษ รอนแรมหนีความแร้นแค้น เดินทางมาหวังขุดทองที่ชุมพร เพราะข่าวที่ว่า ปลูกกาแฟที่นี่ได้ราคาดี สมัยนั้นราคากาแฟอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท หากแต่พอมาบุกเบิก หักล้างถางพง ปลูกต้นกาแฟไปจนได้ผลผลิตจริงๆ ราคาเหลืออยู่แค่กิโลกรัมละ 28 บาท จนความฝันที่วาดหวังไว้หมดไป

               น้าชาญเล่าว่า สมัยก่อนใครอยากได้ที่ทางตรงไหนก็ไปถากถางเอา บางคนจับจองเสร็จยังเอามาขายให้คนอื่นได้เงินไปก็มี ส่วนตัวเขาเองได้ที่ทางมาจากลุงที่มาตั้งรกรากอยู่ก่อน แรกๆ ไม่เชื่อว่าจะทำอะไรได้ ชาวบ้านยังรุกป่า โดยหารู้ไม่ว่า ที่ทางของป่าแถวนั้น เป็นป่าต้นน้ำชั้นเอ ที่ควรแก่การอนุรักษ์ไว้

               จนเมื่อทางการ นำโดยหน่วยต้นน้ำพะโต๊ะ ที่มี พงษา ชูแนม เป็นหัวหน้าหน่วย เข้ามาจัดการทวงคืนพื้นที่ป่า ป้องกันการบุกรุกเพิ่ม จากแรกเริ่มที่มีการจับกุม เปลี่ยนเป็นการทำความเข้าใจ เปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีสิทธิจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สร้างความเข้มแข็งบนพื้นฐานการพึ่งพาตัวเอง และเป็นการแสดงให้เห็นว่า คนอยู่กับป่าได้ ถ้าป่ารอด คนก็รอด จนเกิดเป็นโครงการ "คนอยู่ ป่ายัง" ในปี 2536 การทำแนวเขตป่า การอพยพคนจากป่าด้านในออกมาอยู่ด้านนอก เป็นแนวกันชน เริ่มจากบ้านคลองเรือ และหลักเหล็กนี่เอง

 

คนอยู่ป่ายัง เกษตร 4 ชั้น บ้านคลองเรือ

 

                น้าชาญเองก็เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการระดับหมู่บ้าน แต่การปลูกพืชแรกๆ ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนท้อ วันหนึ่งนั่งมองไปที่ภูเขาสูงในป่าข้างบ้าน เห็นว่าภูเขาลูกนี้เขียวชอุ่มตลอดปี ไม่เห็นมีใครต้องไปทำอะไร ดูไปดูมาจนเกิดความคิดได้ว่า ป่าไม่เห็นมีใครต้องไปยุ่ง ต้องไปใส่ปุ๋ย ต้องไปฆ่าแมลง ต้นไม้ก็ยังงอกงาม สุดท้ายเลยทดลองทำกับสวนของตัวเองบ้าง

                "แรกๆ คนก็หาว่าเราขี้เกียจ ไม่ดูแลสวน แต่ผมเข้าสวนผมก็ไม่อดตาย อยากกินอะไรก็เก็บจากในสวน" น้าชาญบอก นานเข้าชาวบ้านแถวนั้นเริ่มเข้าใจ หันมาเรียนรู้และชักชวนกันทำ "เกษตร 4 ชั้น" คือมีตั้งแต่ไม้ชั้นบนเป็นไม้ยืนต้น ไม้เศรษฐกิจ, ต่ำลงมาเป็นไม้ชั้นกลาง เช่น พวกผลไม้ มังคุด, ลองกอง ไม้ชั้นล่างจะเป็นพวกพืชผักสวนครัวสารพัดชนิด ไปจนถึงไม้ดอกไม้ประดับ และชั้นล่างสุดคือใต้ดิน เป็นพวกเผือกมัน ขมิ้น ขิง ข่า เป็นต้น

               วิธีการของเกษตร 4 ชั้น ก็อาศัยเรียนรู้จากเขาสูง ที่ต้นไม้ต่างชนิดกัน เติบโตไปด้วยกันได้ เป็นสังคมและระบบนิเวศของป่า เป็นความหลากหลายของสังคมพืช ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี จนปัจจุบันพืชแถบนี้กลับอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ดูงาน ศึกษาเพื่อนำไปปรับใช้กับพื้นที่อื่นๆ

               ทุกวันนี้บ้านคลองเรือได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย รวมถึงการได้รับพระราชทาน “ธงพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต” จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ.2541 ในฐานะหมู่บ้านรักษาป่ายอดเยี่ยม

                ถึงตอนนี้คนคลองเรือก็พูดได้เต็มปากว่า พวกเขาอยู่รอด ป่าก็ต้องอยู่รอด เพราะพวกเขาเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากป่ารู้คุณค่าและอนุรักษ์ป่าให้คงอยู่ต่อไป

 

.............................

(คนอยู่ป่ายัง เกษตร 4 ชั้น บ้านคลองเรือ : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม)