ไลฟ์สไตล์

'ปู'สั่งบูรณาการงานวิจัยต่อยอดเกษตร

'ปู'สั่งบูรณาการงานวิจัยต่อยอดเกษตร

11 ต.ค. 2556

'ยิ่งลักษณ์'สั่งบูรณาการงานวิจัยใช้ประโยชน์พัฒนาประเทศ มอบ 'คอบช.'จัดหมวดหมู่ให้ชัดเจน ก่อนต่อยอดพัฒนาพืชเกษตรนำร่อง ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และอ้อย

              11ต.ค.2556 นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการทิศทางการวิจัยของประเทศไทย โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม

              นายธีรัตน์กล่าวว่าเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้รายงานต่อที่ประชุมว่าขณะนี้ได้มีการรวบรวมผลงานวิจัยจากหน่วยงาน 6 ส. ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นเครือข่ายองค์การบริหารงานวิจัยแห่งชาติ หรือเรียกว่า คอบช. โดยพบว่าหน่วยงานดังกล่าวมีงานวิจัยรวมกันถึง 178,764 รายการ มีนักวิจัย 112,125 คน ซึ่งในขณะนี้ได้มีความพยายามในการลดความซ้ำซ้อนของการวิจัย สามารถนำไปต่อยอดใช้ได้จริง ด้วยการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันกำหนดทิศทางและปรับพันธกิจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และตั้งเป้าหมายการวิจัยที่มุ่งเกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและพัฒนาชุมชนต่อไป

              ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความเห็นว่างานวิจัยของภาครัฐมีอยู่เป็นจำนวนมากจำเป็นต้องนำมาใช้ในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ รวมถึงการนำงานวิจัยไปพัฒนาภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร และได้ให้แนวทางในการทำงานของคอบช.ว่าการนำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์กับประเทศ ต้องมุ่งเน้นการตอบโจทย์ในการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมถึงการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก โดยมีการกำหนดพืช 4 ชนิดที่จะต้องให้ความสำคัญกับการและมีการนำร่องการวิจัยคือ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และอ้อย รวมทั้งให้มีการนำงานวิจัยไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี เพราะในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องต้นทุนการบริหารจัดการสูง แต่ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ ดังนั้นจึงต้องหาทางในการนำงานวิจัยไปเสริมกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าและมาตรฐาน

              ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการจัดรูปแบบการศึกษาในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชน ในการประยุกต์ผลงานวิจัยมาใช้ และต่อยอดด้วยกองทุนตั้งตัวได้ต่อไป นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งปรับปรุงเวปไซต์ www.tnrr.in.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมงานวิจัยให้เป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน เปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาจับคู่กับงานวิจัยเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ แสดงความคิดเห็นถึงงานวิจัย รวมถึงหามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีหากต้องการมีการนำงานวิจัยไปต่อยอด ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังต้องการเห็นการจัดนิทรรศการงานวิจัยของภาครัฐแบบองค์รวมแล้วเชิญภาคเอกชนเข้ามาเลือกดูงานวิจัยที่เหมาะสม

              ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า เตรียมเสนอให้รัฐบาลขยายสิทธิพิเศษในการจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ด้วยการขยายสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษี โดยภาคเอกชนพร้อมที่จะต่อยอดงานวิจัยของภาครัฐให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มที่