ไลฟ์สไตล์

'อ๋อย'ยันแท็บเล็ตเสีย30%ของร.ร.80แห่ง

'อ๋อย'ยันแท็บเล็ตเสีย30%ของร.ร.80แห่ง

08 ต.ค. 2556

รมว.ศึกษาธิการ เผยผลตรวจสอบแท็บเล็ต ยันเสียหาย 30% ของร.ร.80 แห่ง ไม่ใช่ภาพรวมของทั้งประเทศ สรุปการซ่อมเครื่องแท็บเล็ต ปีงบประมาณ 55 พบเสียหาย 5,344 เครื่อง

               8 ต.ค.56 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการติดตามรายงานผลตรวจสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ได้เข้ามาตรวจสอบโครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษา (OTPC) แล้วพบเครื่องแท็บเล็ตนักเรียนประจำปีการศึกษา 2555 เสียหาย 30% หรือ 2.59 แสนเครื่อง จากทั้งหมด 860,000 เครื่องแล้ว ส่งมาให้นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) จากการตรวจสอบของสพฐ. พบว่ามีเครื่องแท็บเล็ตเสียหาย 30% จริง แต่เป็นการคิด 30%ของเครื่องแท็บเล็ต จำนวน 295 เครื่อง จากประมาณ 990 เครื่องที่ สตง.ทำการสุ่มสำรวจใน 80 โรงเรียน 12 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 11 จังหวัด ซึ่งคิดเป็น 0.2% ของโรงเรียนทั้งหมดกว่า 3 หมื่นโรง ไม่ใช่ภาพรวมของแท็บเล็ตทั่วประเทศ ฉะนั้น ข้อมูลเสียหายดังกล่าวจะมาเทียบกับความเสียหายภาพรวมของทั่วประเทศไม่ได้

               ขณะเดียวกัน กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญากับบริษัทที่ขายเครื่องแท็บเล็ตในปีงบประมาณ 2555 ได้รายงานสรุปการซ่อมเครื่องแท็บเล็ตระหว่างเดือนสิงหาคม 2555 -สิงหาคม 2556 พบเครื่องแท็บเล็ตเสียหาย ทั้งสิ้น 5,344 เครื่อง คิดเป็น 0.62% จากทั้งหมด 858,886 เครื่อง ซึ่งแยกเป็นความเสียหายที่ฮาร์ดแวร์มากสุด 3,571 เครื่อง รองมาเป็นความเสียหายที่ซอฟแวร์ 1,773 เครื่อง อย่างไรก็ดี ตามเงื่อนไขที่ได้ทำสัญญาไว้ในส่วนการซ่อมแซมที่อยู่ในประกัน 2 ปี หากเกินระยะเวลาการส่งซ่อม 5 วัน ทางบริษัทคู่สัญญาต้องส่งเครื่องแท็บเล็ตสำรองให้ผู้ใช้ได้ใช้ทดแทน เมื่อซ่อมเรียบร้อยแล้วจะส่งเอสเอ็มเอสให้โรงเรียนมารับภายใน 3 วัน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาเรื่องการส่งเครื่องแท็บเล็ตซ่อมเลย

               รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีศูนย์ซ่อมที่ จ.สระบุรีนั้น พบว่าจังหวัดดังกล่าวมีศูนย์ซ่อม 2 ศูนย์ ทั้งที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าสุขอนันต์ และห้างสรรพสินค้าทวีกิจ แต่ขณะนี้สาขาทวีกิจปิดทำการไปแล้ว แต่ลูกค้าของสาขาทวีกิจสามารถมารับเครื่องที่ส่งซ่อมได้ที่สาขาสุขอนันต์ได้ อย่างไรก็ดี จากการสอบถามบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด หรือบริษัทคู่สัญญา พบว่าบริษัทฯ ยังไม่ได้รับรายงานการปิดศูนย์ซ่อม มีเพียงการย้ายสถานที่ไปอยู่บริเวณใกล้เคียง จำนวน 3 ศูนย์เท่านั้น และบริษัท แอดไวซ์ โฮลดิงส์ กรุ๊ป จำกัด ที่เป็นศูนย์ซ่อมแท็บเล็ต จากบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ ถือว่ายังซ่อมได้ตามเงื่อนไขที่ได้ทำสัญญาไว้กับกระทรวงไอซีที เนื่องจากในทีโออาร์ ต้องมีศูนย์ซ่อมทั่วประเทศ แต่บริษัทแอดไวซ์ ฯ มีศูนย์ซ่อมทั้งหมด 114 ศูนย์ ดังนั้นจึงถือว่าไม่ขัดกับข้อตกลง

               อย่างไรตาม ตอนนี้ ยังไม่ทราบว่าเครื่องแท็บเล็ตเสียหายโดยรวมเท่าไร ซึ่ง สพฐ.และเขตพื้นที่กำลังรวบรวมข้อมูลแต่ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะมีการปิดภาคการศึกษา คาดเร็ว ๆ นี้จะได้ข้อมูลบันทึกว่า เครื่องแท็บเล็ต เสีย ส่งซ่อม ไม่ส่งซ่อมทั่วประเทศเป็นจำนวนเท่าไร อีกทั้ง ได้มอบให้ สพฐ.ไปประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาทางด้านเทคโนโลยี และคอมพิวเตอร์ ให้ร่วมกันทำการสุ่มตรวจแท็บเล็ตโดยให้มีการสำรวจในวงกว้าง ซึ่งการสำรวจครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่เชื่อถือในข้อมูลของใคร แต่เพื่อเป็นการดูความพร้อมและอาศัยความสามารถของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้าไปตรวจสอบ เพราะเวลานี้ยังไม่ทราบว่าเครื่องแท็บเล็ตที่เสียหายนั้นเสียหายเพราะอะไร

               “ผมเน้นย้ำในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียนว่าให้ สพฐ.ดำเนินการสรุปบทเรียนของการจัดซื้อแท็บเล็ตในปีงบประมาณ 2555-2556 เพื่อเป็นแนวทางดำเนินการจัดซื้อในปีงบประมาณ 2557 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยืนยันว่าในปีงบประมาณ 2557 รัฐบาลจะซื้อเครื่องแท็บเล็ตแจกนักเรียนเช่นเดิมไม่ใช่วิธีการอื่น”นายจาตุรนต์ กล่าว

               นายจาตุรนต์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนั้น ทางสตง.ยังมีข้อเสนอแนะให้ ศธ.ว่ามี 4 เรื่องใหญ่ที่ควรเร่งดำเนินการแก้ไข คือ 1.ปัญหาการจัดส่งเครื่องแท็บเล็ตล่าช้าไม่ครบถ้วน 2.โรงเรียนไม่สามารถนำแท็บเล็ตมาใช้เพื่อการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.ปัญหาการรับประกันเครื่องแท็บเล็ต และ4.ปัญหาการควบคุมแท็บเล็ตหรือครุภัณฑ์