
ศิลปะปูนปั้นหวังปั้นศิลปินรุ่นใหม่
ศิลปวัฒนธรรม : ศิลปะปูนปั้นหวังปั้นศิลปินรุ่นใหม่
ด้วยความรักและประจักษ์ในคุณค่าของงานศิลปะปูนปั้นของไทยอันเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมตกทอดมาเกือบพันปี ทำให้เกิดเวที "ประกวดศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย" จากความร่วมมือระหว่าง วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวทิยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ กรมศิลปากร สมาคมประติมากรไทย และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ซึ่งจัดมายาวนานเป็นที่ 13 แล้ว แน่นอนว่ายังคงได้รับความสนใจจากศิลปินนักปั้นหน้าเก่าไม่สร่างซา ขณะเดียวกันก็มีเยาวศิลปินให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วมประชันด้วย
ในงานเปิดนิทรรศการที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ โดย มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธาน เมื่อวันก่อน นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ นายกสมาคมประติมากรแห่งประเทศไทย เผยว่า งานปูนปั้นที่ส่งเข้าประกวดในครั้งนี้เห็นความก้าวหน้าชัดเจนและมีฝีมือมาก ศิลปินแต่ละคนกำหนดแนวคิดสื่อความหมายในหัวข้อการประกวดแต่ละประเภทได้ชัดเจน โดยนำรูปแบบของไทยมาสร้างสรรค์ส่วนตัว แสดงถึงการสืบทอดงานศิลปะไทยประเพณีมาสู่ปัจจุบัน อีกประการ คือ ทางคณะกรรมการจัดประกวดเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่จึงมีประเภทเยาวชนเพิ่มขึ้น และพบว่าปัจจุบันงานปูนปั้นเยาวชนมีคุณภาพใกล้เคียงระดับประชาชนทั่วไป นับเป็นคลื่นลูกใหม่จริงๆ เพราะศิลปินเหล่านี้ขณะเข้าประกวดมีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมจากการสัมมนา และเดินทางไปสถานที่ที่งานปูนปั้นยังเหลืออยู่ เช่น พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี เชียงแสน ฯลฯ
"ในวันวานงานปูนปั้นพบเห็นใช้ในวัดในวัง เป็นช่อฟ้า ใบระกา ซุ้มประตู เสาต่างๆ แต่ปัจจุบันงานปูนปั้นออกมารับใช้สังคมอย่างกว้างขวาง จากการประกวดแข่งขันทำให้เกิดบุคลากรที่มีฝีมือ เมื่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สร้างอาคาร 100 ปี จึงได้รวบรวมประติมากรปูนปั้นยอดเยี่ยมของไทย 4 คน และประติมากรอีก 6 คน ที่เคยผ่านเวทีนี้ สร้างงานประติมากรรมติดผนังนูนสูงผสมนูนต่ำ ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ยาว 30 เมตร สูง 3 เมตร นับเป็นมิติใหม่งานปูนปั้นที่อยู่ร่วมกับสังคมยุคใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก" ประติมากรแห่งแผ่นดิน เล่าด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมยืนยันว่างานปูนปั้นตลอดจนศิลปินและช่างไทยมีความพร้อมอยู่แล้วขอเพียงสังคมมองเห็นศักยภาพที่แท้จริง
สำหรับกรอบการประชันฝีมือกรรมการกำหนดไว้ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ การปั้นปูนสด หัวข้อเรื่อง มหาชาติ 13 กัณฑ์, การปั้นปูนสำเร็จรูปทีพีไอ หัวข้อเรื่อง พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 ละครนอก โดยเลือกจาก 6 เรื่อง คือ สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ ไกรทอง มณีพิชัย คาวี และสังข์ศิลป์ชัย, ประเภทผลงานสำเร็จรูป หัวข้อเรื่อง ครอบครัวอบอุ่น และ ประเภทเยาวชน การปั้นปูนสำเร็จรูปทีพีไอ หัวข้อเรื่อง การเล่นของไทย
สมพงษ์ สงคลิ้ง เจ้าของรางวัล ชนะเลิศประเภทปั้นปูนสด กับผลงาน "กัณฑ์กุมาร" เล่าว่า เป็น 1 ใน 13 กัณฑ์ที่โดดเด่นและหลายคนคุ้นเคย จึงเลือกมาถ่ายทอด ก็ประทับใจในอารมณ์และเนื้อหา ความยากอยู่ที่จะสื่อพระเวสสันดรต้องยกลูกซึ่งเป็นเสมือนดวงใจให้กับชูชก เป็นเรื่องที่ทรมานใจมาก แต่พระเวสสันดรไม่สามารถแสดงอาการเสียใจ ขณะที่ท่าทางของสองกุมารเศร้าก็ปั้นงานให้นูนและมีมิติ
ขณะที่ศิลปินอิสระผู้เจนเวทีเนื่องจากลงประชันฝีมือมาต่อเนื่อง 9 ปี ธาดา แก้วสมนึก เจ้าของรางวัล ปูนปั้นสำเร็จรูปพีทีไอ กับผลงาน "มนต์เสน่ห์ชาละวัน" บอกเหตุที่หยิบนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ เพราะอยากสื่อเรื่องการผิดศีลข้อกาเม ย่อมนำไปสู่ความวิบัติ และด้วยเหตุนี้ชาละวันจึงต้องพบกับความตาย ส่วนเรื่องเทคนิคเน้นการจัดรูปแบบให้มีความแตกต่าง แอบใส่จินตาการเกินจริงเล็กน้อย และไม่ลืมสื่อเรื่องอารมณ์ควบคู่ไปด้วย
เช่นเดียวกับ มงคล ฤาชัยราม เจ้าของรางวัล ปูนปั้นสำเร็จรูป (รูปลอย) กับผลงาน "วิถีแห่งความสุข" ได้หยิบยกเอาจากวิถีชีวิตตัวเองซึ่งอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ประกอบด้วย พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลูกหลาน ที่ได้รับการปลูกฝังจากผู้ใหญ่ในบ้านเรื่องการพาลูกหลานไปไว้ทำบุญ โดยสื่อออกมาแบบไทยร่วมสมัย แต่ไม่ละทิ้งความอ่อนนุ่มพลิ้วไหวตามแบบฉบับของคนไทย
สุดท้าย ภาณุพัฒน์ วิบูลรุ่งเรือง นักศึกษาปี 2 คณะจิตรกรรม เอกประติมากรรม ม.ศิลปากร เจ้าของ รางวัลปูนปั้นสำเร็จรูปพีทีไอ (เยาวชน) กับผลงาน "วัวเทียมเกวียน" ซึ่งเป็นหนึ่งในการเล่นพื้นบ้านของชาวจังหวัดเพชรบุรีบ้านเกิดของตัวเอง พอหมดฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบ้านจะนำวัวมาแข่งประลองความเร็วกัน ทว่าปัจจุบันนี้เริ่มหาชมได้ยากจึงอยากอนุรักษ์เอาไว้ สำหรับเทคนิคในการปั้นครั้งนี้ เจ้าตัวเล่าว่า นำเอาการปั้นแนวสากลที่ได้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยมาผสมผสานกับเทคนิคช่างเมืองเพชรจนกลายเป็นผลงานร่วมสมัย
นิทรรศการปูนปั้นครั้งที่ 13 จัดแสดงแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2556 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ



