
ปภ.ยืนยันสอบโปร่งใส
ปภ.ยืนยันสอบโปร่งใส : เปิดซอง
ช่วยตรวจสอบ การสอบเข้าเป็นพนักงานราชการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยครั้งที่ผ่านมา มีข้อสงสัยหลายอย่าง เช่น
1.ห้ามเขียนชื่อบนกระดาษคำตอบ (ถ้าเขียนจะปรับตกทันที)
2.ใช้ดินสอที่เจ้าหน้าที่เตรียมให้
3.สามารถพกมือถือเข้าห้องสอบได้
4.ไม่ออกจากห้องสอบในเวลาเดียวกัน
5.ข้อสอบชุดเดียวกันทั้งห้อง
6.ข้อสอบหลายข้อที่เหมือนกันทุกตำแหน่งที่สอบ ทั้งที่หน้าที่แต่ละตำแหน่งไม่เกี่ยวกันเลย
7.บางตำแหน่งสอบ 100 ข้อ บางตำแหน่งมี 50 ข้อ
8.ตอนสมัครบอกว่าจะสอบความรู้เกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมืองกับความรู้ทั่วไป พอใกล้วันสอบบอกว่าสอบข้อกฎหมาย พ.ร.บ.หลายตัวมาก (ใครจะอ่านทัน)
9.ประกาศรายชื่อออกมามีพวกพ้องที่ได้นั่งติดๆ กันหลายคน
10.และอื่นอีกมากมาย มีหลายคนบ่นว่าน่าสงสัยหลายอย่าง
วรพล
ตอบ
นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดให้มีการสอบเพื่อเลือกสรรและสรรหาบุคคล จัดจ้างเป็นพนักงานราชการ โดยได้ดำเนินการสอบข้อเขียนในวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2556
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอเรียนชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ดังนี้
คำถาม 1 : ห้ามเขียนชื่อบนกระดาษคำตอบ
คำตอบ 1 : เนื่องจากการตรวจข้อสอบเป็นการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของสถาบันอุดมศึกษาตรวจกระดาษคำตอบและนำผลคะแนนที่ได้มาลงข้อมูลโดยใช้เลขประจำตัวสอบเป็นหลัก การห้ามเขียนชื่อ-สกุลลงบนกระดาษคำตอบทำให้เมื่อได้ผลคะแนนจะไม่มีผู้ใดทราบว่าเป็นคะแนนของใคร เป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
คำถาม 2 : ใช้ดินสอที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้
คำตอบ 2 : การตรวจข้อสอบใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีการกำหนดค่าความเข้มของดินสอตั้งแต่ 2B ขึ้นไป
คำถาม 3 : สามารถพกมือถือเข้าห้องสอบได้
คำตอบ 3 : มีผู้สมัครสอบในทุกตำแหน่ง เป็นจำนวนถึง 5,072 คน และใช้ห้องสอบเป็นจำนวนมาก ซึ่งกองอำนวยการการสอบได้แจ้งประกาศเป็นระยะๆ ในการปฏิบัติตนให้ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเมื่อเข้าห้องสอบ และจากการรับรายงานของเจ้าหน้าที่คุมสอบไม่พบการทุจริตในการใช้เครื่องมือสื่อสาร
คำถาม 4 : ไม่ออกจากห้องสอบในเวลาเดียวกัน
คำตอบ 4 : ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำหนดไว้ ดังนี้
4.1 ผู้เข้าสอบที่ไปถึงห้องสอบภายหลังจากเวลาที่เริ่มดำเนินการสอบ (ภาคเช้าหรือภาคบ่าย) เกินกว่า 30 นาที จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องสอบ
4.2 ภายในเวลา 45 นาที นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการสอบ (ภาคเช้า หรือภาคบ่าย) ผู้เข้าสอบจะออกจากห้องสอบไม่ได้
คำถาม 5 : ข้อสอบชุดเดียวกันทั้งห้อง
คำตอบ 5 : เนื่องจากเป็นการสอบในตำแหน่งเดียวกันจึงใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน
คำถาม 6 : ข้อสอบหลายข้อที่เหมือนกันทุกตำแหน่งที่สอบ
คำตอบ 6 : ประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร โดยการประเมินสมรรถนะด้วยวิธีการสอบข้อเขียน และได้แจ้งการประเมินความรู้แยกเป็นหัวข้อต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน และประเมินความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง การที่มีข้อสอบเหมือนกันของทุกตำแหน่งเนื่องจากเป็นความรู้ทั่วไปซึ่งเกี่ยวข้องกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยตรง ตามที่กรมได้แจ้งให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว
คำถาม 7 : บางตำแหน่งสอบ 100 ข้อ บางตำแหน่งสอบ 50 ข้อ
คำตอบ 7 : ตำแหน่งที่ใช้ข้อสอบจำนวน 100 ข้อ ได้แก่ ตำแหน่งพนักงานนโยบายและแผน พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และพนักงานประจำสำนักงาน ส่วนตำแหน่งพนักงานขับและควบคุมเครื่องจักรกลขนาดเบาจะใช้ข้อสอบจำนวน 50 ข้อ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องมีการทดสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งต้องใช้ทักษะความชำนาญในการปฏิบัติงาน
คำถาม 8 : ตอนสมัครบอกว่าจะสอบความรู้เกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมืองกับความรู้ทั่วไป พอใกล้วันสอบประกาศรายชื่อบอกว่าสอบข้อกฎหมาย พ.ร.บ.หลายตัวมาก
คำตอบ 8 : ประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ระบุถึงการประเมินความรู้ทั่วไปโดยขอบข่ายเนื้อหากล่าวถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไว้อย่างชัดเจนแล้ว ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
คำถาม 9 : ประกาศรายชื่อออกมามีพวกพ้องที่ได้นั่งติดๆ กันหลายคน
คำตอบ 9 : มีการตรวจข้อสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์จากสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งระบบของกระดาษคำตอบไม่มี ชื่อ-สกุล จึงเป็นไปไม่ได้ที่กรมจะเจาะจงให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้คะแนนเพิ่มเพื่อให้ผ่านการสอบข้อเขียน ซึ่งได้แจ้งเกณฑ์การตัดสินไว้แล้ว คือ ต้องเป็นผู้ได้คะแนนจากการประเมินสมรรถนะโดยวิธีการสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ดำเนินการประเมินสมรรถนะด้วยวิธีการสอบ ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะกรมมีเจตนาที่จะแสวงหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ
ลุงแจ่ม
ภรรยา(ตัวแสบ)มีชู้
ผมมีเรื่องอยากถามเรื่องกฎหมายครับ คือว่าผมเพิ่งรู้ว่า ภรรยาของผมมีชายอื่น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็อยู่กันมาอย่างดี ไม่มีปัญหา มาเริ่มมีปัญหาหลังจากผมประสบบอุบัติเหตุเดินไม่ถนัด แล้วต้องออกจากงาน ผมรับราชการครับ แต่ขอเออร์ลี่มาก่อน เนื่องจากว่า ร่างกายไม่พร้อมจะทำงาน มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวได้ แต่ก็ไม่สบายเหมือนเมื่อก่อน ส่วนภรรยาผมไม่ได้ทำงานครับ เมื่อก่อนผมให้อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว เราแต่งงานกันมา 10 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุได้ 7 ขวบแล้วครับ
หลังจากที่ผมทราบเรื่องก็เสียใจมากครับ เมื่อถามก็มีปัญหาทะเลาะกัน จนล่าสุด ภรรยาอยากให้ผมหย่าให้ ผมไม่อยากหย่าครับ จะทำอย่างไรได้บ้าง แม้เธอจะผิดพลาดไปแต่ผมก็ยังอยากอยู่ด้วยกันเช่นนี้ อยากอยู่เป็นครอบครัว ถ้าผมไม่ยอมหย่า ภรรยาจะฟ้องหย่าผมได้หรือไม่ครับ หรือว่าผมควรจะทำอย่างไรดีเพื่อให้อยู่กันไปอย่างนี้โดยไม่หย่า หรือถ้าที่สุดแล้วต้องอยู่แบบไม่มีความสุข แล้วผมต้องหย่าจริงๆ ผมต้องทำอย่างไรครับ
อนันต์
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ ถ้าดูจากข้อมูลที่คุณให้มา ดูแล้วภรรยาไม่มีเหตุผลที่จะอ้างเพื่อขอหย่าจากคุณได้เลย เนื่องจากคุณไม่ได้บกพร่อง หรืออยู่ในข่ายที่ภรรยาจะอ้างเพื่อเป็นเหตุของการขอหย่าจากคุณได้ คุณเองเสียอีกที่มีสิทธิจะฟ้องหย่า เนื่องจากภรรยามีชายอื่น
แต่จากข้อมูล คุณบอกว่า ไม่ต้องการจะหย่า เมื่อไม่อยากหย่า คุณก็ไม่ต้องหย่า แม้ว่าภรรยาอยากหย่า เธอก็ต้องฟ้องเพื่อขอหย่าจากคุณ แต่ถ้าไม่มีเหตุของการฟ้องหย่า การขอฟ้องหย่าของเธอก็น่าจะตกไป ไม่ประสบความสำเร็จ
และถ้าสุดท้ายแล้ว ทนรับสภาพไม่ไหวจริงๆ ต้องหย่าให้ ก็พากันไปที่อำเภอ หรือเขตเพื่อหย่า โดยตกลงกันให้ได้ก่อนว่า ทรัพย์สินที่มีอยู่จะแบ่งกันอย่างไร เพราะตามหลักกฎหมายแล้ว ทรัพย์สินที่หามาได้หลังจากแต่งงาน ซึ่งเป็นสินสมรสก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง ก็อาจจะตกลงกันก่อนว่าจะแบ่งกันอย่างไร แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่เขียนไว้เป็นบันทึกท้ายหย่าไปเลยในเรื่องของทรัพย์สินที่แบ่งกัน และรวมไปถึงเรื่องของลูกด้วย ว่า ใครจะเป็นคนดูแล หรือว่าส่งเสียการเลี้ยงดูให้ลูกอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในบันทึกท้ายหย่าได้เลย เนื่องจากบันทึกท้ายหย่าจะมีผลทางกฎหมาย หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตาม
ลุงแจ่ม



