
ปลูกต้นไม้ ช่วยคน ช่วยโลก
ปลูกต้นไม้ ช่วยคน ช่วยโลก : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม
"ปลูกทุกอย่างที่กินได้ กินทุกอย่างที่ได้ปลูก"
ข้อคิดง่ายๆ ที่ลุงไสว แสงสว่าง ผู้จัดการธนาคารต้นไม้ (Tree Bank) คนแรกของโลก พยายามถ่ายทอดสู่ชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะเกษตรกร เพื่อหวังลดหนี้สิน และมีสินทรัพย์สำหรับอนาคตมากขึ้น ซึ่งสินทรัพย์ที่ว่า ก็คือต้นไม้นั่นเอง
การส่งเสริมการปลูกต้นไม้นี้ เป็นไปตามนโยบายของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ประชาชนปลูกป่า 3 อย่างเพื่อประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งก็คือ ไม้กินได้ ไม้ใช้สอย และไม้เศรษฐกิจ ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง ก็คือ เป็นทั้งอาหาร/ยา, ใช้สอย/พลังงาน, เศรษฐกิจ/ขาย/ออม และสุดท้ายคือประโยชน์ด้านระบบนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม
พืชที่ปลูก และใช้ประโยชน์ มีทั้งพืชน้ำ พืชใต้ดิน พืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร ไม้ประดับ ไม้ผล ไปจนถึงไม้เศรษฐกิจที่มีมูลค่ามาก ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ที่ไม้พวกนี้จะเป็นเงินออมและเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่เหมือนบ้าน รถ หรือสิ่งของอื่นๆ ที่เสื่อมค่าลงตามกาลเวลา
ลุงไสว บอกว่า ถ้าเรามีที่ แล้วปลูกไม้เศรษฐกิจไว้ ยกตัวอย่างมีลูก 1 คน ให้ปลูกไว้ 150 ต้น พอลูกโตเข้าเรียนก็ตัดต้นไม้ 50 ต้น ขายเพื่อเอาเงินมาส่งเรียน พอเรียนจบมีครอบครัวก็ตัดอีก 50 ต้น เพื่อใช้เป็นทุนและสร้างบ้านให้ลูก และต้นไม้ที่เหลืออีก 50 ต้นเก็บไว้ยามแก่เฒ่า ถ้าต้องการใข้เงินก็ตัดขาย หรือไม่ก็เก็บไว้เป็นมรดกก็ยังได้ เพราะต้นไม้เป็นทรัพย์สินที่มีค่าเพิ่มขึ้นทุกวัน
และนี่เอง เป็นส่วนหนึ่งของที่มาของ ธนาคารต้นไม้ ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดำเนินงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารต้นไม้ ไม่ได้หมายถึงการนำต้นไม้ไปฝาก แล้วถอนหรือได้ดอกเบี้ยเป็นต้นไม้ หากแต่เป็นการปลูกต้นไม้แล้วเอาไปฝากธนาคาร เพื่อประเมินค่าและจะได้ดอกเบี้ยเป็นตัวเงิน ตอบแทน รวมทั้งต้นไม้เหล่านี้ ยังใช้เป็นหลักประกันหนี้เงินกู้ได้อีกด้วย
ไม้เศรษฐกิจ ที่จะเข้าไปอยู่ในธนาคารต้นไม้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เงื่อนไขก็ไม่มาก คือ เป็นไม้ที่ปลูกในที่ดินของเราเอง หรือที่ดินชุมชน ป่าชุมชน วัด โรงเรียน ส่วนราชการ ตามแต่จะตกลงส่วนแบ่งกัน, ไม้ที่ปลูกต้องมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป มีโอกาสรอดสูง โดยมีขนาดเส้นรอบวงต้นที่ระดับความสูง 130 เซนติเมตรจากโคนต้น ไม่ต่ำกว่า 3 เซนติเมตร อีกทั้งต้องดูการเจริญเติบโตของลำต้นที่สมดุลกับส่วนสูง
แต่ก็มีข้อกำหนดต้นไม้ที่ไม่รับเข้าธนาคาร คือ ต้นยางพารา, กฤษณา, ตะกูยักษ์, ยูคาลิปตัส, พญาคชสาร, มะพร้าว, ตาล, มะขาม และไม้ที่ไม่สามารถนำมาก่อสร้างอาคารบ้านเรือนได้
เมื่อนำต้นไม้มาเข้าธนาคาร จะมีกรรมการตรวจวัดร่วมกับเจ้าของต้นไม้ และประเมินมูลค่าเนื้อไม้ ตามขั้นตอน โดยเจ้าของต้นไม้จะได้สมุดฝากต้นไม้ ที่บันทึกรายละเอียดไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ไม้พวกนี้ปลูกทิ้งไว้ได้เลยรอวันเติบโตและตัดขาย บางชนิดก็ออกผลให้เก็บกินได้เป็นของแถมอีกด้วย ขณะเดียวกันเราก็ปลูกพืชกินได้ ไว้เก็บดอก เก็บผล กินในครัวเรือน ก็จะช่วยลดรายจ่ายของครอบครัวไปได้มาก
ผู้จัดการธนาคารต้นไม้บอกว่า ตั้งแต่ที่ตั้งเป็นธนาคารมา ขณะนี้มีสาขากว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศแล้ว โดยเฉพาะ จ.ร้อยเอ็ด ที่บางตำบลปลูกต้นไม้ฝากธนาคารกันทุกหมู่บ้าน
"การปลูกต้นไม้ ไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่เราปลูกต้นไม้ในใจเราให้ได้ก่อน" ข้อคิดที่ลุงไสวทิ้งท้ายไว้
.......................
(ปลูกต้นไม้ ช่วยคน ช่วยโลก : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม)



