
โต้คลื่นเหนือคลื่นขาว@หาดกะตะ
โต้คลื่นเหนือคลื่นขาว @ หาดกะตะ : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์
ตุลาคมแล้ว เทศกาลกินเจแล้วอีกต่างหาก พูดถึงเทศกาลนี้ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องคิดถึง ภูเก็ต จังหวัดเล็กๆ เป็นเกาะไข่มุกแห่งอันดามัน ที่มีประเพณีถือศีลกินผัก ที่ช่างเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนไม่เว้นแต่ละปี โดยเฉพาะช่วงของการแห่เจ้าเข้าทรงและพิธีลุยไฟที่จัดยิ่งใหญ่ทุกปี อีกทั้งใกล้จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ของแหล่งท่องเที่ยวเกาะแก่งในภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันแล้ว รอเวลาแค่พายุผ่านไปสักหน่อย ฟ้าใสๆ ก็มักมาทักทายให้ใจอยู่นิ่งไม่ไหว
แต่ใครเลยจะรู้ ช่วงยามนี้ มีกิจกรรมสนุกๆ ชายหาดภูเก็ต แม้จะเป็นช่วงโลว์ ที่คลื่นลมแรง และนี่เอง ฉันเลยต้องติดสอยห้อยตามพลพรรครักคลื่นทะเล ภายใต้การนำของควิกซิลเวอร์ (Quiksilver) และ โรซี่ (Roxy) ผู้นำแฟชั่นกิจกรรมกลางแจ้งและแฟชั่นชายหาด ไปโต้คลื่นแถว หาดกะตะ ที่อยู่ค่อนไปทางใต้ของเกาะภูเก็ต
ออกจากกรุงเทพ ขึ้น นกแอร์ พาบินไปลงภูเก็ตแบบสบายๆ ในช่วงสายของวัน เพื่อที่เราจะมีเวลาโอ้เอ้ได้เต็มที่ ไหนๆ ก็ไปเที่ยวกันทั้งที โชคดีเป็นซ้ำสองคือฝนไม่ตก ฟ้าเปิดให้สบายใจเป็นระยะ แต่จากสนามบินนานาชาติภูเก็ต เข้าตัวเมือง อย่าลืมเผื่อเวลาไว้ด้วยก็แล้วกัน เพราะแม้การเดินทางจะสะดวกสบายขึ้น หากแต่ถนนหนทาง ก็คดเคี้ยวขึ้นลงขา โดยเฉพาะเส้นเลียบชายหาด แถมยังรถเยอะจนชลอตัวเป็นบางช่วงอีกด้วย
จากสนามบินนานาชาติภูเก็ต ถ้าไม่มีใครไปรับ ก็มีรถตู้ให้เช้าบริการ จอดเรียกลูกค้าอยู่หลายเจ้า สนนราคาเข้าตัวเมืองหรือไปตามหาดต่างๆ ตั้งแต่ 150 -200 บาท
บร๊ะเจ้า ... ภาพของภูเก็ต ที่ฉันเคยไปดูเขาลุยไฟเมื่อ 20 ปีก่อน หายไปในจินตนาการจริงๆ แม้จะรับรู้ผ่านภาพ ผ่านข่าวว่าเดี๋ยวนี้เขาเจริญมากๆ อุดมไปด้วยรีสอร์ต และนักท่องเที่ยว นักช็อป แต่ความเจริญที่เห็นก็มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่วงถนนที่มุ่งเข้าสู่ชายหาดชื่อดังอย่าง หาดป่าตอง ที่คึกคักกว่าใครเขา คณะของเราก็แวะไปเยือนด้วยเหมือนกัน
เดี๋ยวนี้ มีไลฟ์สไตล์มอลล์ ผุดขึ้นติดถนนหน้าหาดป่าตอง อย่าง บานาน่า วอล์ค ที่กลายเป็นแหล่งนัดพบ ชิม ช็อป หน้าหาดไปซะแล้ว ตัวสถานที่เองออกแบบมาได้อย่างกิ๊บเก๋ มีมุมให้ถ่ายรูปได้เยอะ ระหว่างพักเหนื่อยจากการเดินช็อป มีร้านอาหารอร่อยๆ มาเปิดให้บริการ
หลังชิม แล้วช็อป จนคล้อยบ่าย ถึงค่อยออกเดินทางกันต่อไปยัง หาดกะตะ โดยใช้ถนนเส้นรอบเกาะ หรือถ้าไปจากตัวเอง ก็ใช้ถนนถนนเจ้าฟ้าตะวันออก จนถึงห้าแยกฉลอง แล้วค่อยเลี้ยวขวาขึ้นเขาไปหาดกะตะ
หาดกะตะนั้น อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นหาดเล็กๆ ที่อยู่ถัดจาก หาดป่าตอง และหาดกระรน ถนนจากชายหาดเริ่มแคบเข้าสู่ย่านร้านค้า ชุมชน และรีสอร์ท บนหาดเล็กๆ แห่งนี้ มีโรงแรม รีสอร์ต ไม่คต่ำกว่า 20 แห่งให้เลือก แต่เป้าหมายของเราอยู่ที่ Boathouse Resort รีสอร์ตเล็กๆ ออกแนวบูทีค อายุเข้าวัยเบญจเพศแล้วก็จริง แต่มีการปรับปรุงเมื่อเร็วๆนี้ จนดูเหมือนใหม่ ดูด้านนอกไม่เตะตา เท่ากับเดินเข้าไปด้านในที่จ๊ะเอ๋กับชายหาด แค่เดินลงบันไดไปไม่กี่ก้าว ก็ได้สัมผัสผืนทรายละเอียดนุ่มเท้าแล้ว
คุณมารี ลัวเฟรอรี ผู้จัดการทั่วไปของโบ๊ทเฮ้าส์ มาคอยดูแล แนะนำสถานที่เป็นอย่างดี บ่ายนี้เรามีนัดประลองกำลังเบาๆ แต่ไม่ธรรมดากันแล้ว กับกิจกรรมอินเทรนด์อย่าง Flow Rider เซิร์ฟได้ไม่พึ่งทะเลและคลื่นลูกโต ทำนองนั้น
จากโบ๊ตเฮ้าส์ เดินทางย้อนขึ้นไปหน่อย เพื่อไปเล่น Flow Rider ที่ เซิร์ฟเฮ้าส์ภูเก็ต ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะเตรียมรับมือกับพวกเราอยู่แล้ว เจ้าFlow Rider ก็คือการเล่นเซิร์ฟบนเครื่องเล่นผ้าใบยักษ์ที่สร้างคลื่นจำลองกลางแจ้ง ที่ปล่อยกระแสน้ำที่มีความเร็ว 30 กม./ชม. เหมือนเราโต้คลื่นนั่นละ มีบอร์ดทั้งแบบยืน และแบบนอนหรือคุกเข่าให้เลือกเล่น เรียกได้ว่าเล่นเจ้านี่ ก็ไม่ต้องรอเวลาให้ทะเลมีคลื่นลูกโต ที่มักเข้ามาในช่วงมรสุมเท่านั้น สำหรับมือใหม่ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำ ค่อยๆ ซ้อม ให้จับเชือกทรงตัว เก่งแล้วนั่นแหล่ะ ค่อยปล่อยเชือกโชว์ลีลาเซิร์ฟกันได้ตามใจชอบ
เซิร์ฟกันจนเย็น ถึงได้ขึ้นไปชั้นบนของเซิร์ฟเฮ้าส์ เป็นดาดฟ้าเปิดโล่ง ชมอาทิตย์ตกเหนือทะเลหาดกะตะ มีเกาะปู เกาะเล็กๆ เป็นฉากไม่ไกล และค่ำนี้เราก็จะมีปาร์ตี้กันที่นี่ล่ะ
เช้ารุ่งขึ้น ไม่เร่งรีบนัก ออกมานั่งจิบกาแฟ ชมท้องทะเล วันนี้แล้ว ที่พวกเราจะทำความรู้จักหาดกะตะให้มากขึ้น ด้วยการลงไปโต้คลื่นของจริงที่บังคับความแรง ความค่อยและทิศทางไม่ได้
หาดกะตะ เป็นชายหาดช่วงไม่กว้างนัก แต่มีหาดทรายขาวละเอียด และลาดยาวลงทะเล ที่นี่เหมาะทั้งการเล่นน้ำ ดำน้ำดูประการัง เนื่องจากมีแนวประการังติดต่อไปจนถึงเกาะปู และตอนนี้ที่นี่เอง กำลังกลายเป็นสวรรค์ของนักโต้คลื่นไปซะแล้ว ด้วยความที่ช่วงมรสุม แม้จะไม่ใช่คลื่นลูกโต ขนาดเซิร์ฟล้อไปกับคลื่นได้ไกลๆ แต่คลื่นลูกย่อมๆ ของที่นี่ ก็เซิร์ฟกันได้สนุกไม่แพ้ที่ไหน
ระวังอันตรายก็แค่ ตรงไหนที่ปักธงแดง พร้อมคำเตือน No Swim นั่นล่ะ ที่ไม่ควรลงเล่นน้ำบริเวณนั้น แต่ให้ตายซิ ...ฉันเห็นคนก็ยังทำไม่สนใจ ลงไปเล่นน้ำแถวนั่นอยู่ดี ฉันเข้าใจแล้วว่าอุบัติเหตุเกิดจากความไม่ใส่ใจและความประมาทนี่เองเป็นส่วนใหญ่
ใครอยากหัดเล่นเซิร์ฟ มาแถวนี้ก็ไม่ผิดหวัง เพราะเพิ่งมีการเปิดตัวโรงเรียนสอนการเล่นกระดานโต้คลื่น รีกัตต้า เป็นบีชคลับอยู่ที่โบ้ทเฮ้าส์ โดยความร่วมมือของควิกซิลเวอร์ เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมานี่เอง มือใหม่ก่อนจะลงเล่น จะมีเจ้าหน้าที่สอนวิธีการทรงตัวบนบอร์ด มีการให้ซ้อมก่อน แล้วยังตามไปสอนกันในทะเล
ที่นี่เขาไม่มีเวลากำหนดว่าควรจะเลช่นโต้คลื่นตอนไหน เลยได้เห็นคนถือบอร์ด มุ่งสู่ทะเล ทั้งตอนเช้า กลางวัน เย็น ยิ่งตอนอาทิตย์กำลังอ่อนแสงลง สะท้อนพื้นน้ำเป็นสีทอง เหมือนจะยิ่งเชิญชวนให้คนออกไปเล่นโต้คลื่น เล่นน้ำทะเลกันสนุกสนาน ในแสงสุดท้ายแห่งวัน ปิดฉากการเล่นโต้คลื่นได้สุดฟิน
นี่แหล่ะ เสน่ห์ของหาดเล็กๆ ที่มีทั้งหาดทรายขาวละเอียด คึกคักในช่วงไฮซีซั่น แล้วยังมีคลื่นลูกโตๆ มาช่วยกวักมือเรียกนักเซิร์ฟ ในช่วงโลว์ซีซั่น ได้อีก
......................
(โต้คลื่นเหนือคลื่นขาว @ หาดกะตะ : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)



