
ยกเครื่อง6
ยกเครื่อง 6 : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์
งานยกเครื่อง เครื่องยนต์ของรถยนต์ก็ไม่น่าจะผิดไปจากการสร้างบ้าน ซ่อมบ้าน ซึ่งกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ก็มีแต่จะบานปลายเกินงบประมาณที่ตั้งไว้มากโขอยู่ ต่างกันแต่ว่าสร้างบ้านซ่อมบ้านเงินที่จ่ายออกไปนั้นยังมองเห็นเป็นรูปธรรมสัมผัสได้ ให้ความสดชื่นใจคุ้มกับเงินและเวลาที่เสียไป แต่การยกเครื่องหรือโอเวอร์ฮอลเครื่องยนต์ จ่ายโน่นจ่ายนี่รวมๆ แล้วไปอยู่ในเครื่องมองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้มีแต่ความรู้สึกว่าดีหลังจากช่างบอก (โน้มน้าว) ว่าดี
เจ้าของรถก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับควักกระเป๋าตังค์จ่ายออกไป เสร็จสรรพขับรถออกจากอู่ ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรต่างจากก่อนส่งเข้าอู่เลย (นี่หว่า) งบประมาณบานปลายที่ต้องจ่ายเพิ่มก็มาจาก 2 อย่างด้วยกันหนึ่งคือ ช่างทำเสีย ในขณะถอดหรือประกอบหรือเอาของดีๆ ของเราขายคนอื่นแล้ว บอกว่าของเราเสีย อีกประการหนึ่งบานปลายที่เกิดจากความประณีตละเอียดลออของช่างมืออาชีพ ยกตัวอย่างจากตอนที่แล้วเรื่องการตรวจเช็ก สปริงวาล์ว ส่วนมากมักจะไม่ค่อยมีที่ไหนเปลี่ยนกัน ถ้าช่างที่ดีๆ ตรวจพบ (ล้า ยืด หด) แล้วก็ต้องเปลี่ยนยิ่งมากวาล์วก็มากสปริงและก็มากกะตังค์ด้วย งานในเสื้อเครื่อง (Cylinder block) ที่จริงแล้วไม่มีอะไรมากเพราะชิ้นส่วนมีไม่กี่ชิ้น เพลาข้อเหวี่ยงก็จ้างเจียออกไปแล้ว ชาพท์อก ชาพท์ก้าน ก็เปลี่ยนใหม่แล้ว สลักก้านสูบ (piston pin) ก็เปลี่ยนใหม่ ลูกสูบ แหวน ก็เปลี่ยนใหม่ ปั๊มน้ำมันเครื่องตรวจแล้วการสึกหรอและ แรงดูดแรงดัน ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ จะมีก็แต่บางรุ่นที่เป็นออปชั่นเพิ่มเข้ามาก็คือ เพลาถ่วงสมดุล (Balance shaft) ส่วนใหญ่แล้วชิ้นส่วนหลักๆ (เสียตังค์มากๆ) มักจะไม่มีอะไรสึกหรอจนส่งผลถึงประสิทธิภาพของเครื่องจะมีก็แต่สายพานหรือโซ่หรือเฟืองขับที่อาจจะต้องเปลี่ยนแต่พวกนี้สนนราคาก็ไม่กี่ตังค์
ช่างมืออาชีพจะไม่มองอยู่แค่นี้ ก่อนประกอบจะตรวจเช็ก รูพรุน (Air bubble) ของเสื้อเครื่องที่อาจจะเกิดขึ้น โดยใช้ด้วย น้ำยาเช็กรอยร้าว ซึ่งยากที่จะมองเห็นรูพรุนเกิดขึ้นได้กับเสื้อเครื่องที่เป็นเหล็กหล่อ หรืออัลลอยผสม อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าช่างมืออาชีพจะลงมือ ถอดล้าง ด้วยตนเอง ถ้ามองเห็นแต่แรกว่าเสื้อเครื่อง มีคราบน้ำ คราบน้ำมันที่จุดใดจุดหนึ่งภายนอกรอบเสื้อเครื่อง ที่ซึ่งเป็นที่ใกล้เคียงกับทางเดินภายในของน้ำหรือน้ำมันเครื่อง เขาจะตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าเป็นคราบที่เกิดจาก รูพรุนหรือฟองอากาศ
ปกติแล้วถ้าเจออาการนี้เจ้าของเครื่องมีทางเลือกอยู่ 3 ทางคือ เปลี่ยนเฉพาะเสื้อเครื่อง แน่นอนราคาไม่น้อยถ้าเป็นของใหม่ (มาเฉพาะเสื้อเครื่องล้วนๆ) หรือสอง เปลี่ยนช็อตบล็อก (Short block)ราคาสูงแต่คุ้มค่าเพราะมาใหม่ทั้งเสื้อเครื่องเพลาข้อเหวี่ยงลูกสูบก้านสูบในไซส์มาตรฐานและสาม ซ่อม (อุดฟองอากาศ) ในจุดที่รั่ว (เรื่องอุดฟองอากาศที่รั่วที่เสื้อเครื่องหรือบางแห่งบนฝาสูบมีกรรมวิธีที่ค่อนข้างจะยุ่งยากและมีพิธีรีตองอยู่นิดหน่อย เสียค่าวัสดุประมาณไม่เกิน 100 บาทแต่ต้องขออภัยที่ไม่อาจจะเขียนบอกในที่นี้ได้ ไม่ใช่หวงวิชาอะไรแต่ค่อนข้างอันตรายกับกระเป๋าตังค์ของเจ้าของเครื่องถามไปเป็นการส่วนตัว จะว่าให้ฟัง)
เรื่องฟองอากาศที่เสื้อเครื่องเป็นหน้าที่ของช่าง ที่จะต้องชี้แจงให้เจ้าของเครื่องให้รับรู้และตัดสินใจเลือกหนึ่งใน 3 ทาง และถ้าเลือกการซ่อมช่างจะต้องรู้ถึงวิธีการซ่อม ที่สามารถการันตีได้ เรื่องเสื้อเครื่องไม่ได้มีแต่ฟองอากาศ มืออาชีพยังต้องตรวจการบิดของเสื้อเครื่องอีกด้วย
ก้านสูบไม่ว่าจะใช้ของเก่าหรือของใหม่ ต้องตรวจสอบ การคดการบิด ก่อนประกอบเป็นเรื่องที่ช่างมือใหม่มักจะให้ความสนใจน้อย แต่ช่างมืออาชีพจะเพ่งเล็งและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถ้าเครื่องที่ยกนั้นมีปัญหาจากเครื่องร้อน ชาพท์ละลาย ลูกสูบติด เพลาข้อเหวี่ยงก็ต้องให้ความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะกับเครื่องเรียงแถวยาว 6 สูบ กับเครื่องดีเซลขนาดใหญ่ (ที่อาจจะเกิดปัญหาข้อขาด) หลังจากยกเครื่องได้ไม่นาน ถ้าไม่ตรวจเช็กรอยร้าวให้แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มี เขียนมายาวตั้งใจว่าจะให้จบชุดนี้ในสัปดาห์นี้ แต่จบไม่ลงถ้าไม่พูดถึงสาเหตุที่ทำให้งบยกเครื่องบานปลาย จบแน่ๆ ตอนหน้า
............................
(ยกเครื่อง 6 : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์ )



