
จุดเปลี่ยน..เชื่อมวัย'เขาดินวนา'
จุดเปลี่ยน..เชื่อมวัย'เขาดินวนา' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
"สัญชัย จุลมนต์" ขาดคุณสมบัติ ไร้วิสัยทัศน์ ทำลาย "องก์การสวนสัตว์" ..ป้ายผ้าขนาดใหญ่ยังถูกติดไว้บนซุ้มประตูทางเข้าสวนสัตว์ดุสิต (เขาดินวนา) นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 75 ปี ตั้งแต่มีการก่อตั้งสวนสัตว์แห่งแรกขึ้นมา พนักงานลูกจ้างสวนสัตว์ทั่วประเทศลุกฮือขับไล่ ผอ.องก์การสวนสัตว์ รัฐวิสาหกิจ ซึ่งกำกับดูแลสวนสัตว์ 5 แห่งทั่วประเทศไทย..ออกจากตำแหน่ง!!
"เขาไม่รู้ระบบสวนสัตว์ ทำให้การทำงานไม่คล่องตัว ปกติ ผอ.สวนสัตว์แต่ละแห่งจะสามารถตัดสินใจอะไรได้เอง แต่ตอนนี้ต้องผ่าน ผอ.องค์การสวนสัตว์ก่อน ทำให้การทำงานล่าช้า ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการเมืองภายในที่สนับสนุนบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพมานั่งในตำแหน่งนี้.." เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เขาดินรายหนึ่งบอกสั้นๆ ถึงที่มาของป้ายประท้วงผืนใหญ่
"สัญชัย" เคยให้สัมภาษณ์ว่า การเข้ามาทำงานที่องค์การสวนสัตว์ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาอย่างถูกต้อง ไม่ได้มาจากการสนับสนุนจากสายการเมืองแต่อย่างใด และยอมรับว่า ถึงจะไม่มีประสบการณ์ทำงานด้านสัตว์ป่า แต่มีประสบการณ์ทำงานบริหาร จากบทพิสูจน์คือการทำงานที่ผ่านมา ส่งผลให้องค์การสวนสัตว์มีผลกำไรเพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์?!!
จุดเปลี่ยนผ่าน...นำมาซึ่งความขัดแย้งภายในองค์การสวนสัตว์ครั้งนี้ อาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนักเที่ยวที่เข้าชมสัตว์หรือพักผ่อนหย่อนใจในสวนสัตว์เหล่านี้ แต่ในอนาคตพวกอาจจะต้องควักเงินในกระเป๋ามากขึ้น เพื่อแลกกับความสุขความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น
"อยากมาดูฮิปโปโปเตมัส อยากรู้ว่าตัวมันใหญ่แค่นั้น หนูเคยมาตั้งแต่ตัวมันยังเล็กๆ อยากมาดูอีกว่ามันโตขึ้นหรือยัง" เสียงเจื้อยแจ้วของ "น้องผิง" ภัทรธิดา ธนารัตนาพิสิฐ วัย 8 ขวบ บอกกับ "คม ชัด ลึก" ขณะยืนอยู่ส่วนจัดแสดงดาวเด่นของเขาดิน "แม่มะลิ" วัย 47 ปี ขวัญใจของเด็กๆ ซึ่งนับเป็นฮิปโปโปเตมัสที่มีอายุยืนที่สุดในประเทศไทย มีลูกมาแล้วถึง 14 ตัว โดยลูกของแม่มะลิได้ส่งไปตามสวนสัตว์ขององค์การทั่วประเทศ
อาม่าของน้องผิง "สมสมัย พรหมศิริสมบัติ" วัย 66 ปี ย้อนความทรงจำให้ฟังว่า เคยมาครั้งแรกตั้งแต่ตัวเองอายุ 9 ขวบ และมาครั้งล่าสุดเมื่อ 4 ปีก่อน มากับ "น้องผิง" นี่แหละ พอกลับมาครั้งนี้แทบจำไม่ได้ เขาดินเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก สมัยก่อนอาคารต่างๆ จะเป็นไม้ พื้นปูนก็ไม่มี มีแต่พื้นหญ้า วันนี้เขาพัฒนาขึ้น มีสัตว์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น แต่มากี่ครั้งก็ต้องมาหา "แม่มะลิ" ทุกครั้ง
นอกจาก "แม่มะลิ" ยังมีดาราหน้าใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจคือ ลูกงูอนาคอนด้า เกิดใหม่จากการผสมพันธุ์ที่เลี้ยงอยู่ในส่วนจัดแสดงในตู้ ระหว่างพ่อพันธุ์กับแม่พันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่ออกมาจะตายหมด แต่ตอนนี้สามารถรอดได้ถึง 8 ตัว และมี "ไฮแรกซ์" เพศผู้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หาชมได้ยาก ที่นำมาจากสวนสัตว์เชียงใหม่ 1 ตัวด้วย
"ดวงใจ ประกายสิทธิ์" วัย 66 ปี เดินทางมาจากสระบุรี เล่าให้ฟังว่า ตั้งใจมาเที่ยวสวนสัตว์เขาดิน เพราะไม่ได้มานาน 30 ปีแล้ว สมัยก่อนเคยพาลูกมาตั้งแต่เล็กๆ มาเดือนละหลายครั้ง พอมาวันนี้ ดูอะไรๆ พัฒนาขึ้นมาก
"กลับมาเที่ยวที่นี่อีกครั้ง ทำให้คิดถึงอดีต มันกลายเป็นความผูกพัน แม้ว่าจะมีสวนสัตว์เอกชน สวนสัตว์ในห้างสรรพสินค้า ก็มีส่วนทำให้คนมาเที่ยวสวนสัตว์เขาดินน้อยลง แต่พอกลับมานานๆ ที รู้สึกดี ยิ่งพาหลานมาเที่ยวที่นี่ ทำให้นึกถึงตอนเราเป็นเด็กๆ ที่เรารู้จักว่าสัตว์ต่างๆ ก็เพราะมาเที่ยวสวนสัตว์ วันนี้ก็ได้สอนหลานให้รู้จักสัตว์ต่างๆ มองว่าสวนสัตว์ยังจำเป็นต้องอยู่คู่กับคนไทย ถึงจะมีการจ่ายเงิน เพื่อดูสัตว์เพิ่ม เลี้ยงอาหารสัตว์ แต่ไม่ได้แพงมากพอรับได้ คิดว่าเป็นการช่วยเหลือค่าอาหารสัตว์ ถึงแม้ว่าจะสวนสัตว์ที่อื่นๆ เปิดใหม่ แต่ก็ลืมที่นี่ไม่ได้" ดวงใจ กล่าว
ไม่ต่างจาก "จันทนา นะติกา" วัย 64 ปี กลับมาที่นี่อีกครั้งเพราะหลานอยากมาดูสัตว์ มาวันนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงมีระเบียบมากขึ้น แยกสัตว์เป็นประเภทมากขึ้น มีสวนร่มรื่นที่สามารถมาพักผ่อนหย่อนใจ สมัยก่อนจะตั้งใจมาดูสัตว์ มาปั่นเรือ แต่ไม่มีร้านอาหารเยอะแบบทุกวันนี้
"มาเขาดินอีกครั้งก็เพราะหลานอยากมาดูสัตว์ อยู่กับธรรมชาติ เลยพาหลานชายวัย 5 ขวบ มาเที่ยว ก่อนมาเขาเตรียมดินสอ ดินสอสี พร้อมกระดาษมาด้วย เขาบอกว่าจะมาดูสัตว์แล้ววาดรูป ตอนนี้วาดรูปสัตว์ไปหลายชนิดแล้ว เป็นการทบทวนความจำของเขาจากสิ่งที่เห็น ทำให้เขาเรียนรู้ได้มากขึ้น" จันทนา บอกด้วยรอยยิ้ม
ภายใต้พื้นที่กว่า 118 ไร่ "เขาดินวนา" มีสัตว์ทั้งสิ้น 1,387 ตัว 243 ชนิด แบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 78 ชนิด 396 ตัว สัตว์ปีก 79 ชนิด 606 ตัว สัตว์เลื้อยคลาน 85 ชนิด 348 ตัว และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 1 ชนิด 1 ตัว โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ อาทิ สัตว์แอฟริกา, ค่าง, เสือ-สิงโต, ลิงชิมแปนซี, สัตว์เลื้อยคลาน, ฮิปโปโปเตมัส-หมี, สัตว์ป่าสงวน, ไก่ฟ้า-นกยูง, ชะนี, นกฟลามิงโก้, แมวน้ำ, เพนกวิน และสัตว์หากินกลางคืน
สวนสัตว์ดุสิตเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-18.00 น. ราคาค่าเข้าชม ชาวไทยผู้ใหญ่ 70 บาท, นักศึกษา ข้าราชการ ผู้สูงอายุ 30 บาท เด็กนักเรียน 10 บาท คนพิการ, พระภิกษุ, สามเณร เข้าชมฟรี ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
สำหรับส่วนแสดงโชว์สัตว์ ซึ่งบริหารงานโดยสวนสัตว์ ตอนนี้มีอย่างเดียวคือ โชว์แมวน้ำ ถ้าใครซื้อบัตรเข้าชมจากหน้าประตูจะเข้าชมฟรี แต่หากไม่มีบัตรเข้าชมจะคิดค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นอกจากนี้ยังมีการเก็บค่าบริการเข้าชมในโซนอื่นๆ ซึ่งบริหารงานโดยเอกเชน อาทิ โซนปลาฉลามชนิดต่างๆ และสัตว์น้ำแปลกประหลาด คนละ 10 บาท, รถพ่วงหรรษา ผู้ใหญ่ 25 บาทต่อรอบ เด็ก 10 บาทต่อรอบ รถจักรยานชมสวน ชั่วโมงละ 50 บาท จักรยานนาวา ครึ่งชั่วโมงราคา 80 บาท, ป้อนนมแพะ 20 บาทต่อขวด เป็นต้น
ปัจจุบันพื้นที่หลายจุดภายในสวนสัตว์ดุสิต กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานที่ อาทิ บริเวณทางเข้าสวนสัตว์ทางด้านรัฐสภา กำลังทำเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, การปรับปรุงศูนย์อาหาร, โรงพยาบาลสัตว์, ส่วนจัดแสดงนกน้ำ, ส่วนแสดงช้าง นอกจากนี้กำลังเตรียมพื้นที่ส่วนจัดแสดง "โคอาล่า" และส่วนจัดแสดงการจำลองอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
"ภาวนา วงศ์มณีวรรณ" หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ สวนสัตว์ดุสิต ยอมรับว่า ทำงานที่นี่มา 20 ปี เขาดินมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ดีขึ้น คนที่ไม่เคยเข้าสวนสัตว์มาเป็นเวลานาน 5-10 ปีขึ้นไป จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เนื่องจากพื้นที่ของสวนสัตว์มีจำกัด ต้องหมุนเวียนสัตว์มาจัดแสดงบ้าง เมื่อก่อนเคยมีสัตว์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแรด ช้างเอเชีย แต่เมื่อพื้นที่มีจำกัดก็ต้องหมุนเวียนไปสวนสัตว์อื่นบ้าง ส่วนผู้เข้าชมในทุกวันนี้ ครอบคลุมทุกวัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แม้ว่าตอนนี้มีปรับปรุงลานแสดงต่างๆ ก็ยังคงมีกิจกรรมที่นำสัตว์โชว์และให้ความรู้แก่คนที่เข้ามาเยี่ยมชมอยู่
"กา กา กา..." นกอีกา ส่งเสียงร้องดังกังวาลไปทั่วบริเวณ ผสานกับเสียงสัตว์ป่านานาชนิด ขับขานมาจากคอกขัง กรงเหล็ก หลังกำแพงปูนสูงเพ้นท์วาดระบายสีรูปสัตว์ป่าหลากหลายชนิด นี่คือบ้านของสัตว์ป่าใหญ่น้อยในเมืองใหญ่ ซึ่งกลายเป็นที่พักใจ สานสัมพันธ์ครอบครัว ส่งทอดความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่นมาร่วม 75 ปีแล้ว..แต่ว่า "นานนานแค่ไหนแล้ว ที่คุณไม่ได้มาเขาดิน"!!
...........
(หมายเหตุ : จุดเปลี่ยน..เชื่อมวัย'เขาดินวนา' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



