
สัญชาตญาณแห่งการออกแบบพัฒนาชาติ
05 ต.ค. 2556
สัญชาตญาณแห่งการออกแบบพัฒนาชาติ : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง
กระบวนการที่สำคัญอย่างหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในยุคใหม่ คือ ขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนไอเดียในการออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์
“นักออกแบบ” โดนฝึกฝนให้มีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์สู่ความจริงที่ปรากฏ “นักออกแบบ” ที่มีความสามารถจะไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และจะต้องเชื่อในสิ่งที่คิด ว่าจะสำเร็จ แม้ดูๆ ไปแล้วมีหนทางยากลำบากเพียงใดก็ตาม “ความท้าทาย” มีมาโดยตลอดจากความคิดที่ “สดใหม่” อาศัยความ “กล้าหาญ” และ “เชื่อในสิ่งที่คิด”
“สัญชาตญาณแห่งการออกแบบ” ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเกิดจากผู้ที่เคยเรียนศิลปะและการออกแบบมาก่อนเสมอ ผู้ที่ไม่เคยเรียนก็สามารถค้นหา ความคิดสร้างสรรค์ในตัวตนออกมาได้ และความคิดสร้างสรรค์จะมีอยู่ในทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยจุดเริ่มต้นอาจมาจากจินตนาการความฝัน อยู่ที่ความกว้างขวางของจินตนาการว่าจะไปได้ถึงขนาดไหน ยิ่งฝัน จินตนาการเยอะที่ดูเหมือนยากและห่างไกล ก็ยิ่งท้าทายมากขึ้นเท่านั้นตามไปด้วย แต่ถ้าเราหยุดหรือขาดจินตนาการ โลกเราก็ไม่มีทางได้เห็นความเจริญก้าวหน้าแต่อย่างใด คงต้องอยู่ป่า อยู่ถ้ำกันเหมือนเดิม
แต่เพราะมนุษย์เชื่อว่าสิ่งที่คิด จินตนาการเป็นไปได้ แม้ไกลตัวเหมือนเดิม แต่ถ้าเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์อย่างเข้มข้น ความฝันจะสามารถเป็นจริงได้แน่นอน “คิดและทำจริง” อย่ากลัวว่าไม่สำเร็จ “เชื่อว่าสำเร็จ” คือกุญแจแห่งความจริงที่สร้างสรรค์นั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำองค์กรครับ จะต้องมีพื้นฐานพลังแห่งความจินตนาการ ที่สามารถนำองค์กรขยายเข้าสู่มิติที่ลึกล้ำ มิติแห่งความท้าทาย ความตื่นเต้นในการรวมองค์กรที่มีเป้าหมายร่วมกัน
นวัตกรรมทางปัญญาเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรแห่งอนาคต ธุรกิจร้านค้าที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้จะต้องอาศัยความพิเศษ แตกต่าง อาศัยประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค อาศัยแรงบัลดาลใจจากจินตนาการเพื่อรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้กับสังคม ในการตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคใหม่
กระบวนการจัดการทางปัญญาเชิงสร้างสรรค์ในยุคการบริหารแนวใหม่จะมีองค์ประกอบดังนี้ครับ
1. ความลึกซึ้งด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
มีความจำเป็นมากในการหยั่งรากลึกและไม่ละเลยต่อรากเหง้าเพื่อจะฟูมฟักให้เกิดลักษณะเฉพาะของตัวเอง นักจัดการเชิงสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพจะไปพร้อมอัตลักษณ์สะท้อนภูมิหลัง ภูมิเกิด ภูมิปัญญาในอดีตที่พร้อมจะต่อยอดอย่างมีทิศทาง
2. วิสัยทัศน์แห่งการมองอนาคตที่แตกต่างและมีโอกาสที่เป็นจริง
มักจะเห็นโอกาสเสมอว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร สามารถสร้างโอกาสดีๆขึ้นมาได้ตลอดเวลา การมองไกลแล้วเห็นชัด เกิดจากการมองทิศทาง กระแสที่จะไปถึง เช่นในอดีตที่นักยุทธศาสตร์เก่งๆ สังเกตทิศทางลมเพื่อเอาชนะในการรบของ 3 ก๊ก ทิศทางกระแสน้ำในการทำการประมง
ในปัจจุบันอาจมองเห็นพฤติกรรมคนที่กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางใด การเมืองโลก กระแสเศรษฐกิจ กระแสความนิยมในปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนไปในอนาคต ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกและธรรมชาติ เป็นต้น
3. จริยธรรมทางความคิด
ความคิดบวกที่ไม่เอาเปรียบตั้งแต่เริ่มต้น เป็นเหตุผลสำคัญในการพัฒนาองค์กรยุคใหม่ ทัศนคติที่ดีและจุดระเบิดที่มีจริยธรรม ทิศทางในการจัดการต่อไปก็จะเป็นทิศทางที่สะอาด สามารถตอบสนองสถานการณ์ต่างๆได้ อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องเสมอ ความสูญเสียจะน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการเชิงสร้างสรรค์แนวใหม่ จะต้องไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ สินค้า และการให้บริการจะต้องประกอบไปด้วยรอยยิ้ม ความปิติ ยินดีปรีดา ในการให้บริการ มีความสุข เพราะคุ้มค่าในการซื้อ ฉะนั้นเมื่อจุดเริ่มต้นแห่งองค์กรมีจริยธรรม ไม่เอาเปรียบ ความสำเร็จจะยิ่งยืนยาวนานกว่าธุรกิจประเภทตีหัวเข้าบ้าน ซึ่งการให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ คือ คติของจริยธรรมทางความคิดครับ
4. นวัตกรรมทางความคิด
มีความเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ และยอมรับพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงจนมีการคิดค้นสิ่งใหม่ ตอบสนองอยู่ตลอดเวลา เป็นโรคขี้เบื่อสิ่งซ้ำๆ เดิมๆ และมักจะหาหนทางเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คิดค้นแก้ปัญหาความจำเจ ในขณะที่คิดสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นไปพร้อมกัน
5. กระบวนการสร้างฝันให้เป็นจริง
มีความมุ่งมั่น ทะเยอมะยานและออกแรงหนักในความพยายามที่จะสร้างฝันให้เป็นจริง เข้าสู่แผนงานทามไลน์ที่มีความเจริญปรากฏอยู่ในทุกขั้น ทุกตอน วางแผนอย่างรอบคอบ แม้เจออุปสรรคก็ไม่มองว่าเป็นกำแพง
6. มีรสนิยม เข้าใจศิลปะและความลงตัว
ผ่านการมองความงาม แต่เป็นความงดงามที่ลึกซึ้ง ไม่เยอะเกินไปและน้อยเกินไป ความพอดีคือ เหตุแห่งรสนิยม มีสุนทรียภาพในการดำรงชีวิต มีความประณีตในความคิด และแสวงหาประสบการณ์ เพื่อสร้างเสริมรสนิยม เช่นการฟังเพลง การแต่งตัว การซื้อ การใช้สอยในชีวิตประจำวัน แล้วนำมาจัดการในระบบขององค์กรที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นจากแผนงาน อันมีศิลปะเป็นที่ตั้ง เกิดเป็นศิลปะในการบริหารจัดการ ศิลปะในการพูด ศิลปะในการฟัง เป็นต้น
7. เอกภาพ
ความมีเอกภาพเกิดจากทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน ทิศทางเดียวกัน กลมกลืน กลมกล่อม แม้แตกต่างแต่ไปในทิศทางเดียวกันได้ เช่น การใช้คอนเซ็ปร่วมกัน การใช้สีในโทนเดียวกัน การใช้วัสดุในกลุ่มเดียวกัน การบริการจัดการในโครงเดียวกัน เสมือนการแสดงละคร บทภาพยนตร์ที่ต้องมีเค้าโครงเรื่อง มีกระดูกสันหลัง มีความเป็นเนื้อเดียวกันเสมือนร่างกายมนุษย์ ที่มีหน้าที่ของอวัยวะแตกต่างกันแต่รวมกันในร่างกายเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ ฉะนั้นการออกแบบที่ดี คนมีความคิดสร้างสรรค์จะต้องเข้าใจศาสตร์แห่งเอกภาพเสียก่อน
ทั้งหมดเหล่านี้ คือ สัญชาตญาณแห่งการออกแบบที่สามารถปรากฏได้ในคนทุกคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทุกอาชีพ ไม่ควรละเลย ความคิดสร้างสรรค์และปัญญาเพื่อปรับเปลี่ยนโลกไปในทิศทางที่เหมาะสม สวยงาม ก่อนที่จะสายเกินไป
.......................................
(หมายเหตุ สัญชาตญาณแห่งการออกแบบพัฒนาชาติ : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง)



