
ก้าวสู่ทศวรรษที่2'วชช.'เติมเต็มความเข้มแข็งชุมชน
ก้าวสู่ทศวรรษที่2'วชช.'เติมเต็มความเข้มแข็งชุมชน : โดย...ทีมข่าวการศึกษา
เมื่อเร็วๆ นี้ นายฌัชชภัทร พานิช ผู้อำนวยการ วชช.น่าน ได้จัดประชุมวิชาการจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่าย วิทยาลัยชุมชนภาคเหนือ ที่โรงแรมเทวราชมี นายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับและบรรยายพิเศษ "เรื่องของเมืองเก่า...น่าน" จากนั้น "รศ.ดร.ชวนีย์ ทองโรจน์" ที่ปรึกษาด้านพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ประธานพิธี และบรรยายพิเศษ เรื่อง “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 : วิทยาลัยชุมชนกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน”
รศ.ดร.ชวนี ทองโรจน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น สกอ. กล่าวว่า การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน : เครือข่ายวิทยาลัยชุมชนภาคเหนือ เป็นหนึ่งในสี่กลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชน การพัฒนาที่ยั่งยืน ดูแลแรงงานที่ออกจากภาคเกษตร การเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาและเติมเต็มศักยภาพบุคคล ความเข้มแข็งชุมชน คืออะไร? ความเข้มแข็งของชุมชนแบ่งออกเป็น 3 มิติ มีความรู้ ความเข้าใจ ภูมิปัญญาอาชีพ วิถีปฏิบัติที่ดี มีความยั่งยืน ความสุขความสงบร่มเย็น
"การวางวิทยาลัยชุมชน (Positioning) ในทศวรรษที่สอง ตามมติกรรมการวิทยาลัยชุมชน (กวชช.) ต้องจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งและตรึงคนอยู่ในพื้นที่ เพื่อผลักดันให้ไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มประชากรวัยแรงงาน (Non Age Group) อายุ 22 ปีขึ้นไป และเสริมด้วยผู้ด้อยโอกาสการศึกษา กระบวนการเรียนรู้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้เรียน ให้คิดเป็น ทำเป็นและสร้างปัญญา จัดการเรียนการสอนและฝึกอบรมในเรื่องที่ชุมชนต้องการและเสริมสร้างให้เกิดนวัตกรรม" รศ.ดร.ชวนี กล่าว
รศ.ดร.ชวนี กล่าวต่อว่า วชช.บทบาทการสร้างความเข้มแข็งชุมชนตามนโยบาย กวชช. การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน (ระดับกลุ่มบุคคล หรือชุมชน) โดยใช้กระบวนทัศน์ในการปรับวิธีทำงานใหม่หลักสูตรอนุปริญญา ปวส. และ ปวช. ประกาศนียบัตร หลักสูตรฝึกอบรม ภายใต้พันธกิจเดิมโดยกระบวนทัศน์ใหม่ นี่คือจุดเปลี่ยนของ วชช.
"กระบวนทัศน์ใหม่ในการจัดการศึกษา/ฝึกอบรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งชุมชน ของวชช. (ตามนโยบายกรรมการวิทยาลัยชุมชน หรือกวชช.ชุดปัจจุบัน) สอนคนชุมชน โดยคนชุมชน ใช้โจทย์ชุมชน เพื่อพัฒนาชุมชน" รศ.ดร.ชวนี กล่าว
เหนืออื่นใดการทบทวนนโยบายการจัดการเรียนรู้ของ วชช. ตามมติ กวชช. รูปแบบที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ตอบสนองความต้องการ มิติเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ การเป็นผู้ประกอบการ ความสงบ และสันติสุขในชุมชนรูปแบบที่ 2 การจัดการศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพ ที่เป็นความต้องการระดับชาติ - ท้องถิ่นมุ่งเน้นความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ เพื่อการประกอบอาชีพ (Competency based Education) จัดในรูปชุดการเรียนรู้ (Modular System)National Certificate และ Institutional Certificate รูปแบบที่ 3 การจัดการศึกษาระดับอนุปริญญา มีความยืดหยุ่น และเอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้ที่ทันสมัย ปรับเข้าสู่ระบบ Modular และหลักสูตรฐานสมรรถนะ เพราะรูปแบบดังกล่าวต้องเปลี่ยนหลักการจัดการศึกษาที่เน้นองค์ความรู้ที่ได้จากอาจารย์ (ตำรา) ไปสู่ความสามารถในการปฏิบัติงานของผู้เรียน เป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นผลของการศึกษา คือ สมรรถนะที่ตอบสนองความต้องการในตลาดแรงงานที่กำหนดโดยนายจ้าง หรือ มืออาชีพ
การจัดการเรียนรู้ระบบ Module มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน เพื่อการประกอบอาชีพในระดับต่างๆ การจัดการเรียนรู้ในแต่ละ Module จะเป็นอิสระต่อกัน มีความเบ็ดเสร็จในตนเอง แต่อาจอาศัยความรู้และทักษะร่วมกันได้ใน Module ควรประกอบด้วย 6-15 หน่วยกิต
ส่วน ทวิภาค แบ่งเป็นสัดส่วน องค์ความรู้ทางวิชาการประมาณร้อยละ 30 การฝึกหัดและการทดลองปฏิบัติงาน ประมาณร้อยละ 70 พัฒนาระบบการเทียบโอนผลการเรียนในแต่ละ Module ไปสู่โปรแกรมการศึกษาในระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตร ด้านวิชาชีพในรูป Credit Bank
"ในปีการศึกษา 2556 วชช.ต้องพัฒนาหลักสูตรเพื่อการประกอบอาชีพอย่างน้อย 1 หลักสูตร โดยอาจร่วมมือกับ วชช.อื่นๆ ได้ไม่เกิน 3 แห่ง เป็น Institutional Certificate ได้ ต่อไปอาจพัฒนามาตรฐานไปสู่ National Certificate และต้องพัฒนาหลักสูตร National Certificate อย่างน้อย 4 หลักสูตร ที่ตอบสนองความต้องการกำลังคน ในสายอาชีพต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล" รศ.ดร.ชวนี กล่าวทิ้งท้าย
นี่คือการปรับโฉมหน้าใหม่ของ "วชช." ก้าวสู่ทศวรรษที่ 2
.......................
(ก้าวสู่ทศวรรษที่2'วชช.'เติมเต็มความเข้มแข็งชุมชน : โดย...ทีมข่าวการศึกษา)



