ไลฟ์สไตล์

อีกก้าวโรงสีข้าวพระราชทานน่าน

อีกก้าวโรงสีข้าวพระราชทานน่าน

01 ต.ค. 2556

ทำมาหากิน : อีกก้าวโรงสีข้าวพระราชทานน่าน ยึดหลักสหกรณ์สู่ประโยชน์ชุมชน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 

                              โรงสีข้าวพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อ.ท่าวังผา จ.น่าน นับเป็นอีกหนึ่งองค์กรชุมชนตัวอย่างที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้วยการนำหลักและวิธีการสหกรณ์เข้ามาบริหารจัดการธุรกิจโรงสีข้าว จนค่อยๆ พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างประโยชน์ให้ชาวบ้านในชุมชนได้เป็นอย่างดี

                              จากจุดกำเนิดของโรงสีข้าวแห่งนี้เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการเกิดพายุฝนครั้งรุนแรงในปี 2549 ทำให้อำเภอท่าวังผา มีปริมาณน้ำไหลท่วมพื้นที่ บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเสียหาย ส่งผลให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต ขาดแคลนข้าวในการบริโภค จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองงานในพระองค์นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ และได้ขอพระราชทานจัดตั้งโครงการกองทุนข้าวพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีขึ้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงิน ข้าวสารและเมล็ดพันธุ์ให้แก่กองทุนในเบื้องต้น เพื่อเป็นกองทุนข้าวสำรอง เพื่อช่วยเหลือตนเองของเกษตรกรที่ยากจนและผู้ประสบภัยพิบัติในอนาคต

                              "ชาวบ้านในชุมชนได้สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก พระองค์จึงพระราชทานเครื่องจักรโรงสีข้าวชุมชน สำหรับจัดตั้งเป็นโรงสีข้าวพระราชทานขึ้น เพื่อสนับสนุนกิจกรรมกองทุนข้าวพระราชทานและช่วยเหลือให้เกษตรกรได้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเปิดดำเนินกิจการตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นมา ถึงปัจจุบัน มีสมาชิกจำนวน 1,600 คน"

                              สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้อนอดีตที่มาและปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีส่วนเข้าไปให้การสนับสนุนการดำเนินงานแก่โรงสีข้าวพระราชทานจังหวัดน่าน มีสถานะเป็นกลุ่มเตรียมการ ที่พร้อมจะจัดตั้งเป็นสหกรณ์ในอนาคต โดยสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์จังหวัดน่านทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยเข้าไปให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจของโรงสีและการรวมกลุ่มตามโครงสร้างเหมือนสหกรณ์ เปิดให้ชาวบ้านมาสมัครเป็นสมาชิก มีการถือหุ้นของสมาชิกเพื่อระดมเป็นทุน การเลือกตั้งกรรมการจากที่ประชุมใหญ่เพื่อเข้ามาเป็นตัวแทนในการบริหารงาน

                              โดยโรงสีข้าวพระราชทานจังหวัดน่าน มีขนาดกำลังการผลิต 8 ตันต่อวัน ซึ่งธุรกิจจะเน้นเรื่องการแปรรูปข้าวเปลือกที่รวบรวมผลผลิตมาจากสมาชิก ทั้งข้าวเหนียวกข.6 และข้าวหอมมะลิ 105 แล้วแปรรูปเป็นข้าวสารจำหน่ายให้สมาชิก ชาวบ้านในชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของโรงสี ซึ่งได้เปิดสีข้าวทุกวัน

                              "วิธีการจัดการจะแยกสองส่วน ในหนึ่งสัปดาห์จะสีข้าวตามออเดอร์ของโรงสี ตามที่คู่ค้าสั่งซื้อเป็นเวลา 4 วัน ส่วนที่เหลือจะเปิดสีข้าวให้ชุมชน โดยมีปฏิทินว่าในแต่ละวันจะเปิดรับสีข้าวเจ้า หรือข้าวเหนียว เพื่อให้สมาชิกนำข้าวมาส่งให้โรงสี ขณะเดียวกันก็ยังเปิดบริการสีข้าวฟรีให้สมาชิก โดยจะขอรำปลายเก็บไว้เป็นค่าบริการสีข้าว แต่ถ้าสมาชิกไหนต้องการรำปลายกลับไปเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ก็จะคิดค่าบริการสีข้าว 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม"

                              อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้ำด้วยว่า ทุกครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรความก้าวหน้าของกิจการโรงสีข้าวจะรับสั่งให้ทุกคนช่วยกันดูแลโรงสีและจัดทำระบบบัญชี พร้อมทั้งทรงย้ำว่าการทำบัญชีเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการธุรกิจ และเมื่อกิจการโรงสีข้าวพระราชทานแห่งนี้เริ่มเข้มแข็ง ก็จะเป็นต้นแบบและช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนได้  

                              โรงสีข้าวพระราชทานจังหวัดน่าน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาเพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรของชุมชนที่เข้มแข็ง ด้วยการนำกระบวนการสหกรณ์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ชนบท และยึดหลักวิธีการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสมาชิก ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของการเป็นเจ้าของร่วมกัน ร่วมคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันบริหารงาน อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตและเป็นฐานรากสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป

 

 

------------------------

(ทำมาหากิน : อีกก้าวโรงสีข้าวพระราชทานน่าน ยึดหลักสหกรณ์สู่ประโยชน์ชุมชน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)