
จับตา 5 แกนนำหลักวงการยางพารา
จับตา 5 แกนนำหลักวงการยางพารา ตัวกลางประสานรอยร้าวให้เกษตรกร : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน
แม้เกษตรกรชาวสวนยางพาราในภาคใต้บางส่วนยอมรับเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตอัตราไร่ละ 2,520 บาท ก็ตาม แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังปักหลักชุมนุมแยกควนหนองหงษ์ ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคายางพาราตามที่เรียกร้องมาตั้งแต่แรกคือ กก.ละ 120 บาท เนื่องจากเงื่อนไขของรัฐบาลนั้นจะจ่ายเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางที่มีเอกสารสิทธิเท่านั้น ขณะที่เกษตรกรในภาคใต้จำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินของตนเอง
ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ในฐานะประธานสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย 2556 นายสุริยะใส กตะศิลา นายนิติธร ล้ำเหลือ และนักวิชาการอีกหลายคนได้เข้าพื้น เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ชุมนุมพร้อมทั้งร่วมรับฟังปัญหาของผู้ชุมนุม ทั้งเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำ เรื่องเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน และการไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังคงส่งผลให้เกษตรกรยังคงชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการแก้ปัญหาของรัฐบาลเป็นไปอย่างไม่ตรงจุด และการสื่อสารจากภาคเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรงนั้นถูกตัดตอนด้วยการเจรจาที่ไม่ได้นำปัญหาที่แท้จริงเข้าไปแก้ไขนั่นเอง
ขณะที่อีกมุมหนึ่งของแกนนำเกษตรกรจาก 5 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับวงการยางพารา ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด สภาการยางพาราแห่งประเทศไทย สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์เกษตรอุตสาหกรรมการยางแห่งประเทศไทย จำกัด และเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้มีการรวมตัวเพื่อแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องว่าสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันได้เกิดความขัดแย้งเกิดในระหว่างชาวสวนยางกับรัฐบาลและกับชาวสวนยางกันเอง ทำให้บรรดาแกนนำรวมจัดประชุมเพื่อหาทางออกเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
อุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และในฐานะผู้ประสาน 5 องค์กร ได้สะท้อนถึงปัญหาว่า ความรุนแรงที่เกิด หากวันนี้ไม่มีการปรองดองจะเกิดการบานปลายเอาชนะคะคานยืดเยื้อไม่ยุติสงบลงได้ ทั้ง 5 องค์กรที่ก่อตั้งมานาน และเป็นที่พึ่งของเกษตรกรชาวสวนยางมานาน ฉะนั้นทั้ง 5 องค์กรควรหันหน้าเข้าหากัน เพื่อแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ที่รัฐต้องเชื่อองค์กรเหล่านี้ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการเรียกร้องอะไรที่เกินขอบเขต และควรให้ความยุติธรรมกับชาวสวนยาง ส่วนการแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นรัฐควรมีความอดทนให้มากกว่าเกษตรกรชาวสวนยาง นอกจากนี้ขอให้สภาเกษตรกรเข้ามาร่วมเป็นแกนช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ด้วย
"ผมอยู่ในวงการยางพารามา 50 ปี วันนี้เหตุการณ์เรื่องยางได้เป็นปัญหาบานปลาย กลายเป็นความรุนแรงที่สร้างความแตกแยกให้พวกเราในวงการยางพาราอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เหตุการณ์บานปลายนี้ เนื่องมาจากการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาราคายางจนเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน ซึ่งต่างฝ่ายล้วนต้องการบรรลุความมุ่งหมายของตัวเอง เพราะประชาชนก็มาด้วยความเดือดร้อน เรื่องของปากท้อง แต่กลายเป็นเรื่องการเกิดกระทบกระทั่งจนมีผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย หากปล่อยให้เกิดรอยร้าวจะเกิดความแตกแยกสร้างความเสียหายแก่วงการยางพาราไปในวงกว้าง จึงจำเป็นที่จะให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาหาจุดยืนร่วมและรับผิดชอบร่วมกันอย่างจริงใจ และไม่ต้องการให้การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง" นายอุทัย กล่าว
ด้าน บุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ระบุว่า ขณะนี้ผู้แทนเครือข่ายชาวสวนยางจะเป็นผู้ประสานหาทางออกให้แก่ชาวสวนยาง เพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงยืดเยื้อ ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อประเทศชาติ การประสานเพื่อหาข้อยุติของเกษตรกรที่ จ.นครศรีธรรมชาติ ในวันนี้ยังคงเป็นไปได้ หากรัฐบาลรับฟังและมีความอดทนอย่างที่สุดและหาทางออกโดยไม่ใช้ความรุนแรง ปัญหายางพาราหมักหมมมานานจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะแก้ไขได้ทันที ฉะนั้นต้องเวลาบ้าง
ส่วน เพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่ 5 องค์กรยางรวมจับมือกันเป็นเรื่องที่ดี เพื่อจะได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาที่แท้จริง ที่ผ่านมารัฐบาลได้ละเลยสถาบันชาวสวนยางมานาน ทำให้เราต้องอยู่กันเอง ช่วยกันเองเท่าที่จะทำได้ จึงทำให้องค์กรยังไม่แข็งแรง ทุกวันนี้รัฐบาลเลือกสื่อสารกับเกษตรกรเองโดยตรง มากกว่าที่จะหารือผ่าน 5 องค์กรยาง ขณะที่ 5 องค์กรก็จะต้องมีการพัฒนาให้แข็งแกร่ง มีการปรับปรุงพัฒนาให้ทันสมัยเพื่อดูแลเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 6 ล้านคน แต่เหตุการณ์ที่ จ.นครศรีธรรมราช ทั้งแกนนำฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายเกษตรกรยังไม่ได้ส่งตัวจริง ทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจากัน มีตัวแทน ตราบใดที่ยังไม่ส่งคนที่มีอำนาจจริงๆ ลงไปเปิดโต๊ะเจรจา ความไม่ไว้ใจกันก็เกิดขึ้นมา
ขณะที่ ประวิทย์ ถมยาวิทย์ ตัวแทนสภาเกษตรกร สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันการแก้ไขปัญหายางเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า วันนี้ควรเปลี่ยนยุทธศาสตร์เป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วย ทั้งในส่วนของภาครัฐ เอกชน ประชาชน ทั้งในเรื่องการแปรรูปและพัฒนาองค์กรเกษตรกร เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาในการแก้ปัญหา คิดว่าต้องมีการรวมตัวองค์กรยางที่เป็นหนึ่งเดียวที่จะแก้ปัญหา วันนี้การแก้ปัญหาระยะสั้นไม่สำเร็จ ต้องร่วมกันวางมาตรการร่วมกันในการแก้ปัญหาระยะยาว เพื่อก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางยางพาราโลกได้
แม้จะเป็นเพียงยกแรกของ 5 องค์กรเกี่ยววงการยางพาราที่จับมือเพื่อหาแนวทางในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องยางพาราตกต่ำ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมของชาวสวนยางพารา แต่ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทำให้องค์กรที่เกี่ยวกับชาวยางพาราให้เอกภาพและเป็นที่พึ่งของชาวสวนยางในอนาคต
-------------------------
(จับตา 5 แกนนำหลักวงการยางพารา ตัวกลางประสานรอยร้าวให้เกษตรกร : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)



