
ยกเครื่อง5
ยกเครื่อง5 : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์
ผมให้ความสำคัญของชุดบนฝาสูบมากกว่าจุดอื่นๆเมื่อเครื่องยนต์มีปัญหาเกิดขึ้น(แรงตก เบาสั่น เครื่องร้อน กินน้ำฯลฯ)แต่ก็อยู่ในความหมายที่ว่าจุดอื่นๆได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้องไปหมดแล้ว โดยเฉพาะกับเครื่องยนต์สมัยนี้วาล์ว(หลายตัว)อยู่บนฝาสูบเพลาราวลิ้นมีทั้งเดี่ยวและคู่ ตัวควบคุมวาล์วให้เปิด ปิดเป็น ระบบน้ำมัน (ไฮดรอลิกวาล์ว )และที่สำคัญวันนี้มีตัวควบคุมวาล์วให้เปิดหรือปิดตามการทำงานของเครื่องยนต์(รอบเครื่อง)
ความละเอียดรอบคอบในการอ่านโจทย์ก่อนทีจะลงมือแก้ปัญหานั้นต้องละเอียดรอบคอบมากขึ้น และอย่างทีกล่าวไว้หลายครั้งแล้วว่าชิ้นสวนของเครื่องยนต์ในปัจจุบันอนุญาตให้มีความคลาดเคลื่อนได้เพียง.00ของมิลลิเมตรเท่านั้น(เอาดินสอหรือปากกาขีดเส้นบนกระดาษเส้นที่เห็นมีความหนาเพียงหนึ่งมิลลิเมตร) ดังนั้นการผ่าเครื่อง การเปิดฝาสูบ ช่างต้องแม่นยำในสเปกของชิ้นส่วนแต่ละจุดมือต้องนิ่งตาต้องเที่ยง การปรับแต่งแก้ไข(ฝน ไส ขัด พอก ถู เติมแต่ง ปรับตั้ง)ในทางกลจึงแทบจะกระทำไม่ได้ อย่างตอนที่แล้วตรวจเช็คการสึกหรอของเสื้อเพลาราวลิ้น(รวมทั้งประกับเพลา) ถ้าหลวม บิด แกว่ง รถปัจจุบันแทบจะพูดได้อย่างเดียวว่าต้องโยนทิ้ง คงมีคำถามว่าแล้วช่างยุคผมทำกันอย่างไร ก็ทำกันตามีตามเกิด(ความชำนาญ ตาดูหูฟังมือนิ่ง)ก็พอที่จะแก้ไขให้ใช้งานกันได้ อย่างที่ผมเขียนไปว่ายุคผมพอมี
สเปรย์เช็ครอยร้าวให้ใช้ก็ใช้ตัวนั้นแหละ และที่เจอกันบ่อยๆก็คือการร้าวบนฝาสูบในตำแหน่งร่องเกลียวหัวเทียน ไม่ใช่ว่าเขาทำมาไม่ดี แต่เป็นความชุ่ยของช่างที่ถอดใส่หัวเทียน ทำให้ปีนเกลียวหรือไม่ก็ขันแน่นเกินไป(กลัวหลุดกระเด็นเมื่อติดเครื่อง เหมือนกับช่างตามปั๊มขันนอตถ่ายน้ำมันเครื่องจนสุดแรง) เมื่อปีนเกลียวหรือแน่นเกินกว่าที่ร่องเกลียวจะรับแรงได้ ฝาก็ร้าว มองด้วยตาไม่เห็นเมื่อเครื่องเย็น ไม่ออกอาการเมื่อติดเครื่องเดินเบา หรือแม้แต่การไสฝาสูบช่างที่ดีต้องรู้ว่าไสออกไปได้แค่ไหน ไสมาแล้วห้องเผาไหม้แคบลง(บางคนพูดว่าดีกำลังอัดจะได้เพิ่ม) ก็เสริมปะเก็นให้หนาขึ้นถามไปว่าหนาเท่าไร ถ้าไสออกไปแล้วต้องเสริมปะเก็นแล้วจะไสไปทำไม เป็นคำถามที่ช่างยังไม่มีคำตอบให้ หรือการตรวจสอบเพลาราวลิ้นกับเสื้อราวลิ้นรวมทั้งปะกับเพลา ถ้าใช้มือเที่ยงๆหมุนแล้วสะดุด ติดขัดเป็นบางจังหวะก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่บอกใครไม่แก้ไข เครื่องติดแล้วไม่เท่าไรก็พัง ก็หาเรื่องโทษโน่นนี่
เมื่อตรวจเพลาราวลิ้นและส่วนประกอบจนแน่ใจว่าพร้อมใช้งาน ก็ต้องประกอบวาล์วเข้าที่ ผมไม่เคยเห็นใคร(ช่าง)ที่ไหนตรวจเช็คสปริงวาล์วว่าตัวไหนหดตัวไหนยืดบ้าง(เครื่องยนต์ติดสปริงวาล์วทำงานตลอดเวลาทั้งร้อนทั้งรัวเร็ว เรื่องที่สปริงวาล์วจะไม่ยืดไม่หดนั้นเป็นไม่มี) แน่นอนค่าของความยืดหดตามสเปกอนุญาตให้มีได้แต่ได้เท่าไรเป็นเรื่องที่ช่างทำฝาสูบของรถแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อจะต้องรู้หรือมีข้อมูล เอากันง่ายๆผมทะเลาะกับช่าง(ผมทำได้เพราะเป็นหัวหน้า)เรื่องบดวาล์วทุกอู่ที่ไปทำงาน แม้แต่ฝาสูบที่เปลี่ยนบ่าวาล์วใหม่เปลี่ยนวาล์วใหม่เปลี่ยนปลอกวาล์วใหม่ พี่ท่านก็มานั่งปั่นกระแทกตบกันอยู่นั่นแหละ ผมถามไปว่าของใหม่หมดต้องบดทำไม คำตอบเหมือนกันหมดว่าลูกพี่คนเก่าเขาสอนไว้ ผมถามกลับว่าโรงงานประกอบรถยนต์ผลิตเครื่องยนต์ปีละเป็นแสนเป็นล้าน วาล์วก็ใหม่ฝาก็ใหม่บ่าก็ใหม่ ถ้าจำเป็นต้องนั่งบดวาล์วกันทุกเครื่องต้องใช้คนสักเท่าไรและชาติหนึ่งจะประกอบได้สักกี่เครื่องกัน(วะ) แล้วผมก็เดินคล้อยหลังมา เสียงบดวาล์วก็ยังไม่เงียบหายไป.....เฮ้อ
ที่เล่ามานี่เพื่อที่จะบอกว่าเครื่องยนต์สมัยใหม่นั้น ก่อนจะถอดกอนจะรื้อและจนประกอบกลับเข้าที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนกันไม่น้อยกวาหมอผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ช่างทุกวันนี้จึงเอาง่ายเข้าว่า เปลี่ยนเครื่องมือสองดีกว่าพี่ เปลี่ยนฝาเซียงกงคุ้มกว่าพี่ งานฝีมือเลยด้อยลง เรื่องทอปโอเวอร์ฮอลหรือผ่าตัดฝาสูบ จึงมีความสำคัญมากๆก่อนทีจะไปถึงการยกเครื่อง(เรื่องเสื้อสูบ) ถ้าถามว่าถ้ามันยากอย่างนั้นคนใช้รถมิวิ่งเข้าหาทางตันกันทั้งหมดหรือ ตอบได้ว่าไม่เป็นอย่างนั้นถ้าน้ำไม่แห้งน้ำมันเครื่องไม่ขาดตรวจเช็คการทำงานของวาล์ว(ฟังเสียง ดูรอบเครื่อง) ตรวจวัดระยะห่างในเวลาที่เหมาะทีควร เชื่อเถอะว่าคุณไม่ต้องเปิดฝาไปจนขายรถทิ้งนั่นแหละ สัปดาห์หน้าก็ว่ากันเรื่องหมูๆของเสื้อเครื่องก็คงครบถ้วนกระบวนความเรื่องการยกเครื่องกันแล้วละ
...........................
(ยกเครื่อง5 : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์)



