'เรียนรู้วิถีชีวิตไทย'เตรียมพร้อมรับอาเซียน
'เรียนรู้วิถีชีวิตไทย'เตรียมพร้อมรับอาเซียน : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
"ปัญหาเด็กและเยาวชนในบ้านเรานับวันยิ่งมีมากขึ้น เราไม่ได้เปิดโอกาสให้นักเรียน เยาวชนได้เรียนรู้ของจริง จึงได้มอบนโยบายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดยุทธศาสตร์แห่งการเรียนรู้ เพื่อที่จะให้เยาวชนเรียนรู้วิถีชีวิตไทยและเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์ รู้ถึงความสำคัญ ความเป็นมาและรู้วิธีการปลูกข้าว โครงการพระราชดำริของในหลวง มีมากมายถึง 2,000-3,000 แห่งที่ต้องการให้เด็กๆ ได้รับรู้ว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นอย่างไร และได้ประโยชน์อะไรบ้าง เพื่อนำไปใช้กับชีวิตประจำวันได้ เพราะเด็กเหล่านี้คือ อนาคตของชาติ ให้เด็กเรียนรู้ และเรียนรู้ถึงอนาคต ซึ่งจะต้องเรียนรู้การที่ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ได้เพราะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด" ปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าว
ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ จึงได้ “จัดทำโครงการเรียนรู้วิถีชีวิตไทยและเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยนำเด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานคร จำนวน 500 คน ร่วมทำกิจกรรม ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จ.ปทุมธานี เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตไทยและเรียนรู้การทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจเพียงตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้กิจกรรมต่างๆ
"รัตนาพร แก้วกาญ" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนวัดหลักสี่ทองใบทิวารีวิทยา บอกว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ได้รู้จักวิธีการทำนาในรูปแบบประหยัด ฐานเรียนรู้การแปรรูปข้าวในพื้นที่โรงสีข้าว ฐานเกษตรพอเพียงเมือง เพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยลดโลกร้อน การปลูกผักในบ่อซีเมนต์ รู้จักวิธีการพึ่งพาตนเองในการผลิตอาหารปลอดสารพิษ และการปลูกไว้รับประทานเองได้ จะนำไปเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตในครอบครัวได้อีกด้วย
"การออกมาทำกิจกรรมนอกสถานที่แบบนี้เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น แทนที่จะเรียนรู้ในห้องเรียนที่เรียนอยู่ทุกวัน ทำให้รอบรู้มากขึ้น โลกภายนอกเปลี่ยนแปลงไปทางไหน เพิ่มทักษะ ทำให้โลกกว้างขึ้น คุณครูบอกว่าอีกไม่กี่ปีจะมีการเปิดประชาคมอาเซียน เด็กๆ ต้องเรียนรู้ให้มากๆ อยากให้มีกิจกรรมทัศนศึกษาแบบนี้บ่อยๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตข้างนอกมากขึ้น" รัตนาพร กล่าว
ขณะที่ "วายุภักดิ์ พารักษ์" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 บอกว่าการที่ได้โยนต้นกล้า ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่หายาก เพราะคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีโอกาสและมีนาให้มาโยนแบบนี้ อยากเชิญชวนเพื่อนๆ รู้เศรษฐกิจพอเพียงต่างๆ มากมาย นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ และอยากให้มีโครงการแบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะจะได้ถ่ายทอดให้แก่เยาวชนรุ่นต่อๆ ไป ได้เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เด็กๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้นและอยากฝากถึงโครงการนี้ให้สืบทอดต่อไปให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง และนำแนวทางของพระราชดำริของในหลวงไปใช้ให้เกิดประโยชน์
ปวีณา อธิบายว่าการที่เด็กๆ ได้มาเรียนรู้ของจริง มีการปฏิบัติจริงและลงพื้นที่สนามจริง จะทำให้จดจำได้ดี เพิ่มการกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ซึ่งในอนาคตจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่เออีซีทุกมิติ ให้เด็กและเยาวชนร่วมกัน เปิดให้ผู้พิการ เด็กสถานสงเคราะห์ต่างๆ โรงเรียน มาร่วมกันเรียนรู้ ทำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เปิดโอกาสให้คนในชุมชนและได้เข้ามาเรียนรู้หรือฝึกอาชีพ เพื่อสร้างรายได้
...........................
('เรียนรู้วิถีชีวิตไทย'เตรียมพร้อมรับอาเซียน : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ )



