
ชวนส่งผลงานกระตุ้น'สื่อพัฒนาบ้านนอก'
ชวนส่งบทความ ภาพถ่าย และสารคดีสั้น หัวข้อ 'บ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น' เพื่อกระตุ้นสื่อมวลชนและประชาชน เข้าใจถึงรากเหง้าของชนบท รับรางวัลพระราชทานจากพระเทพฯ
25ก.ย.2556 หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เปิดเผยว่า ปัญหาต่าง ๆของคนในชนบทได้รับความสนใจต่ำ ทำให้ไม่เกิดกระแสความต้องการแก้ไขอย่างเป็นระบบ เช่นเรื่องข้าว เรื่องยางนั้น รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเข้าไปโอบอุ้มทั้งนั้น แต่ไม่ได้ทำให้ชนบทเข้มแข็งขึ้น ทั้ง ๆที่ความทุกข์ของคนในชนบทจะต้องกระทบกับชีวิตของคนทั้งประเทศแน่นอน สิ่งแรกเลยคือชาวไทยควรสนใจเรื่องราวในชนบทให้มาก โดยเฉพาะสื่อมวลชนต้องเข้ามามีบทบาทนำเสนอภาพเรื่องราวของชนบททุกมิติที่มีผลกระทบกับชีวิตคนทั้งประเทศ ซึ่งเมื่อนำความขึ้นกราบทูลฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัลสำหรับผลงานที่ชนะเลิศการประกวดทั้ง 5 ประเภท เพื่อเป็นกำลังใจแก่ทั้งคณะผู้จัดการประกวด คณะกรรมการตัดสิน และผู้ส่งผลงานเข้าร่วม
นายสุปัน รักเชื้อ ประธานชมรมสื่อบ้านนอก กล่าวว่า ชมรมสื่อบ้านนอก เกิดจากการรวมตัวของสื่อมวลชนแขนงต่างๆ สื่อ หนังสือพิมพ์ นิตยสารรายเดือน รายปักษ์ รายเดือนสื่อทีวี สื่อวิทยุ สื่อเว็บไซต์ ที่มีความสนใจที่จะเข้าใจปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นในชนบทเพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาของสังคมตามบทบาทที่เหมาะสมและไม่มุ่งเน้นการสร้างองค์กรไปสู่เกียรติยศ ชื่อเสียง
จากแนวความคิด ที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็ก ซึ่งต้องมีการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกเสมอมา กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ว่าจะทางการเมือง เศรษฐกิจหรือเทคโนโลยีล้วนส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การไล่ตามกระแสทุนของโลกของไทยสั่งสมให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ในสังคมและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความแตกแยกและเผชิญหน้าทางสังคมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในปัจจุบันภาคส่วนต่าง ๆ จึงเริ่มหันกลับไปพิจารณาชนบทซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกละทิ้งทั้ง ๆ ที่เป็นที่อาศัยของประชากรส่วนใหญ่ที่ผลิตอาหารป้อนแก่ประชากรทั้งประเทศ รวมไปถึงแหล่งองค์ความรู้ในหลายๆ ด้านทั้งศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีต่าง แต่ยิ่งพัฒนายิ่งสนใจ ชนบทกลับอยู่ในสภาพที่ด้อยกว่าสังคมเมืองเป็นอย่างมาก สื่อมวลชนเป็นสถาบันที่สำคัญทางสังคมมีบทบาทและอิทธิพลอย่างสูงในการสะท้อนภาพและชี้นำทางสังคม
การเกิดขึ้น ของชมรมสื่อบ้านนอก จึงเสมือนตัวเชื่อมระหว่างเมืองและชนบทที่จะสร้างทำความเข้าใจและเผยแพร่ปัญญาและสภาพความเป็นอยู่ของคนและสังคมวัฒนธรรมในชนบทต่อสังคมเมือง พร้อมทั้งเป็นตัวสะท้อนที่จะสร้างแรงกระตุ้นและสร้างความเท่าเทียมทางความรู้ในการพัฒนาของภาครัฐและภาคเอกชนต่อคนในชนบทให้บูรณาการร่วมกันเพื่อสร้างความผาสุกในการอยู่ร่วมกันโครงการประกวดรางวัลสื่อเพื่อการพัฒนาชนบทนี้ เป็นงานใหญ่ครั้งแรกและมีความสำคัญ ซึ่งทางชมรมสื่อบ้านนอกหวังว่าจะทำให้เกิดกระแสความสนใจเรื่องราวและปัญหาในชนบทเพื่อให้เกิดแนวทางแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
"ชมรมสื่อบ้านนอกมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด ถือเป็นนิมิตรหมายสำคัญของวงการสื่อมวลชน และมีความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายวงการที่สละเวลาเพื่อมาเป็นกรรมการในการตัดสินรางวัลประเภทต่างๆ ให้ได้ผลงานที่ดีและมีมาตรฐานอย่างแท้จริง " นายสุปัน กล่าว
ชัย ราชวัตร กล่าวว่า ผู้ที่ส่งภาพถ่าย ทั้งสื่อมวลชนและบุคคลทั่วไปว่าต้องสะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต หรือความเป็นอยู่ หรือธรรมชาติในชนบทตามเป็นจริงโดยไม่มีการเสริมแต่งทุกกรณี ภาพที่ส่งเข้าประกวดต้องถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต้นสังกัดในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีจนถึงวันปิดรับสมัคร ตีพิมพ์หรืออัดลงบนกระดาษอัดรูป ขนาด 12 x 18 นิ้ว ส่งประกวดได้ไม่เกินคนละ 4 ชิ้นงานต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และไม่ละเมิดกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ และกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
"ภาพที่ชนะเลิศต้องดีจริงๆ หากคุณภาพไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องให้ให้รางวัล " ชัย ราชวัตร กล่าวว่า
เช่นเดียวกับ อ.สกุล บุณยทัต อธิบายว่าบทความและความเรียงว่า ต้องสามารถสะท้อนถึงรากเหง้าของความเป็นชนบทอย่างแท้จริง สามารถสืบค้นได้ถึงที่มา แม้ว่ากาลเวลาและสถานการณ์ต่างจะเป็นไปแล้วก็ตาม ต้องสะท้อน ภาพของชนบทที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของประเทศ การเปลี่ยนแปลงไปวิถีชีวิตผู้คน เช่นการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก จะมีผลกระทบกับชีวิตเด็กๆในชนบทที่ต้องโหนรถสองแถวมาโรงเรียนของพวกเขาอย่างไร การก่อสร่างโครงการต่างๆ การเติบโตทางเศรษฐกิจ มีผลกระทบกับชีวิตผู้คนในชนบทอย่างไร
"คำถามก็คือว่าสื่อ หรือ ผู้ที่ส่งบทความ หรือความเรียง จะนำเสนอเรื่องราวที่มีผลกระทบมากมายแค่ไหน สะท้อนถึงรากเหง้า หรือต้นราก ของชนบทได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น จะทำข่าวแม่น้ำที่มีความสัมพันธ์กับชุมชนแห่งหนึ่ง แต่ต้องไปเจอว่ามีนักการเมืองใช้น้ำในแม่น้ำแห่งนั้นทำน้ำปะปาขาย เราจะสื่อออกมาได้อย่างไร หรือการทุจริตเกิดขึ้นในกระทรวง ที่สร้างคนออกมาสู่สังคมอย่างนี้ หรือการก่อสร้างโครงการต่างๆที่มีผลกระทบต่อชุมชน ต้องมองไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอีก 20ปีข้างหน้าแล้วนำเสนอออกมาซึ่งมีหลายเรื่องๆที่นำเสนอได้" อ.สกุล กล่าว
ชนินทร์ ชมะโชติ กล่าวว่า สารคดีสั้นจะเน้นที่ ศิลปะการเล่าเรื่อง แนวคิด หรือประเด็น การลำดับเรื่อง การสื่อความหมายสอดคล้องกับแนวคิด และการทักษะการใช้ภาษา โดยตั้งใจจะให้เป็นผลงานที่ดีเยี่ยม และได้รับการกล่าวขานตลอดไป ผลงานที่ได้รางวัลต้องมีคุณค่าทุกๆมิติ
"สารคดีชิ้นนั้นๆที่ได้รับรางวัลต้องมีคุณค่าในตัวเอง และเชื่อมโยงอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้าได้อีกด้วย " ชนินทร์ กล่าว
ผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวด สามารถส่งผลงานมาได้ที่ ชมรมสื่อบ้านนอก ตู้ปณ.199 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.10400 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประสานงานชมรมฯ 088-2096177 และ Facebook.com/suebanok หรือดูเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวดได้ที่ www.pidthong.org



