ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 26 ก.ย.56

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 26 ก.ย.56

26 ก.ย. 2556

คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : รหัส01 เสียงครวญจากแดนใต้

                คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ขอนำแฟนๆ ร่วมคิด ร่วมมองสถานการณ์ เป็นสะพานสู่พี่น้องชาวใต้ เจาะลึกความคิดพี่น้องๆ ในพื้นที่ที่ยังคงใช้ชีวิตทำงานตามปกติ แม้จะอยู่กับความไม่แน่นอนของเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระดับต่างๆ ในหลายพื้นที่ "มาหะมะรอสีดิง โตะเก็ง" เกิดที่ยะลา อาชีพครู กศน.ยะลา เล่าว่า เหตุการณ์ หรือ สถานการณ์ยังคงมีเสียงปืน เสียงระเบิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนชินเสียแล้ว แต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานสักเท่าไหร่ การแก้ปัญหาต้องเข้าใจสังคม และวิถีชีวิตคนในพื้นที่ เพราะเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่นั้นๆ พอเริ่มรู้ปัญหาและเข้ากับประชาชนได้ก็ถูกย้ายไปที่อื่น คนใหม่มาเริ่มต้นใหม่ปัญหายังไม่ทันแก้ หรืออยู่ในการแก้ไขแต่ยังไม่สำเร็จ ทำให้เกิดการเริ่มต้นใหม่ตลอดเวลาทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงจิตใจระหว่างชาวบ้านและทหาร

               "อย่างที่รู้กันอยู่ว่า ประชาชนคนในพื้นที่มีความคิดที่แตกต่างกัน ในการที่รัฐส่งกองกำลังทหารเข้าแก้ปัญหาทางภาคใต้ ดังนั้นการสร้างความเข้าใจและการคุ้นเคยกันจำเป็นต้องมี ต้องเริ่มด้วยความจริงใจ สร้างแรงศรัทธาให้แก่ประชาชน อย่าทิ้งประชาชน และให้โอกาสแก่ทุกฝ่ายอย่างจริงจัง ที่สำคัญที่สุด คือการหันหน้าพูดคุยอย่างสันติ อย่าใช้กำลังหรืออำนาจข่มขู่ เพราะคนในพื้นที่ไม่ชอบการใช้อำนาจ การขู่ การทำร้าย เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าทุกคนยังมีอดีตที่ฝังใจมาตั้งแต่โบราณแล้ว"

               ขณะที่ ไซนูนอาบิดีน อาลี  อาชีพครูรับจ้าง สพป.ยะลา 2 มองการตายของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องที่ธรรมดา การแก้ปัญหารัฐต้องเข้าใจถึงแก่นแท้ของวิถีชีวิตชาวบ้าน ความเข้มงวดของกฎศาสนา และภาษา ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ถ้าเป็นไปได้อยากให้เอาทหารในพื้นที่เป็นแกนนำในการแก้ปัญหา ทุกอย่างน่าจะแก้ปัญหาได้ชัดเจนกว่า เพราะรู้ทุกอย่างชัดเจน กอปรกับเป็นคนในพื้นที่และมีการเข้าถึงมากกว่า การที่รัฐทุ่มงบประมาณมากจนเกินไป บางครั้งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง อยากให้แกนนำเป็นพวกทหารในพื้นที่มากกว่า เอาทหารนอกพื้นที่ออกไป

               ด้าน "น.ส.มากลือซง วาแต" เป็นคนนราธิวาส อาชีพรับราชการครูที่โรงเรียนบ้านเตาปูน (ธนาคารกรุงเทพ 16) สพป.ยล.2 ปัจจุบันอาศัยอยู่ใน อ.เมือง จ.ยะลา ต้องเดินทางไปกลับเพื่อไปทำงานระหว่างตัวเมืองยะลาและอ.บันนังสตา ทุกวันในวันทำการ ในช่วงต้นปีนี้มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ เช่น ลอบยิงประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ เหตุการณ์ระเปิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีทั้งตายและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ก็มาเริ่มเบาบางตอนต้นเดือนรอมาฎอน จนถึงปัจจุบันอาจจะมาจากการเจรจาระหว่างภาครัฐกับขบวนการปลดปล่อยก็ได้ ไม่มีการข่มขู่จากภาครัฐ แต่กลับได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐอยู่หลายครั้ง

               อย่างไรก็ตาม การนำกองกำลังทหารลงมาเพื่อรักษาการประชาชนส่วนหนึ่งเห็นด้วย เพราะมีความรู้สึกว่ามีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนประชาชนที่ไม่เห็นด้วยให้มีกองกำลัง เพราะมีปัญหา การจับกุมลูกหลานเขามาดำเนินคดี จับผู้บริสุทธิ์ เรื่องชู้สาว และการนำสัตว์ป่ามาประกอบอาหาร และหลายคนคิดว่า หากกองกำลังออกไปอะไรๆ จะต้องดีขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรหรือใครออกมายืนยันให้ประชาชนมีความมั่นใจได้

               สิ่งที่อยากให้รัฐสั่งการอย่างเข้มงวด คือ เรื่องชู้สาว ไม่อยากให้มีและปรากฏขึ้น ทุกฝ่ายต้องการเห็นความสงบเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่มีหน่วยงานใดของรัฐบาลสามารถแก้ไขได้นั้น แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาไม่ได้ง่ายในเวลาปัจจุบัน จึงขอเสนอแนะวิธีสมานฉันท์ต้องใช้การมีส่วนร่วมของประชาชน การสร้างความเชื่อมั่น และควบคู่กับการเจรจากับกลุ่มต่างๆ แต่ที่สำคัญควรเจรจากับตัวจริงและสามารถตัดสินใจได้ การจริงใจ ให้อภัย และยอมให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดในการบริหารจัดการ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ลดข้อแม้ และการหันหน้าเข้าหากันเท่านั้น

               "การแก้ปัญหาด้วยการใช้อาวุธเข้าปราบปรามขอยืนยันว่าความสงบไม่เกิดขึ้นแน่นอน การแก้ปัญหาน่าจะเริ่มที่การเจรจา การลดกองกำลัง การลดเหตุรายวัน การมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปผู้นำร่วม เป็น อำนาจคู่ ในรูปการบริหารส่วนกอง อาจจะกลับมาสงบได้ แต่จะให้เหมือนเดิมคงเป็นได้ยาก จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ในรูปใดรูปหนึ่ง เช่น การเจรจาให้ยุติการใช้กองกำลัง ให้กลุ่มกองกำลังปลดปล่อย มีตัวแทนมาร่วมบริหารในรูปแบบคล้าย ศอ.บต. เป็นอำนาจคู่" น.ส.มากลือซง กล่าว

 ...............................

(คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม  ตอน : รหัส01 เสียงครวญจากแดนใต้  )