
'จาตุรนต์'เยี่ยมเด็กอาชีวะถูกอริฟันแขนขาด
'จาตุรนต์' รุดเยี่ยมเด็กอาชีวะที่ถูกคู่อริใช้มีดฟันแขนขาด ขณะที่ทีมแพทย์ศิริราช ชี้ผลการผ่าตัดต่อแขนต้องรอดูอาการวันต่อวัน คาดใช้งานได้ 80 % หากไม่มีการติดเชื้อ
25 ก.ย.56 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ พร้อม นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) นายบัณฑิต ศรีพฤทธางกูล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เดินทางไปที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเยี่ยมอาการของนายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ปวช.1 สถาบันเทคโนโลยีกรุงเทพ ที่ถูกนักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีสยามใช้มีดฟันแขนขาด ส่วนเพื่อนที่ซ้อนท้ายมาด้วยกันก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเป็นบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณเข่าซ้าย ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านกลุ่มนักเรียนฝ่ายตรงข้าม โดยเหตุเกิดขึ้นที่บริเวณฝั่งตรงข้ามของ ร.ร.ช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. เมื่อบ่ายวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา
นายจาตุรนต์ กล่าวภายหลังเยี่ยมอาการว่า การที่นักศึกษาได้รับบาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทกัน นับว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงและเป็นผลเสียหายต่อครอบครัว อีกทั้งยังเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญ ทั้งนี้จากที่ได้พูดคุยเบื้องต้นกับนักศึกษาที่บาดเจ็บนั้นเวลานี้เจ้าตัวมีขวัญและกำลังใจที่ดีและมีความเข็มแข็ง เนื่องจากได้รับการรักษาจากคณะแพทย์ที่มีความสามารถและประสบการณ์สูงจึงสามารถต่อแขนให้ได้สำเร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างดูแลการรักษาต่อเนื่องและพักฟื้นทำให้ลดความเสียหายลง
“สำหรับสาเหตุเป็นการทะเลาะวิวาทของนักศึกษาต่างสถาบันนั้น เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องระหว่างสถาบันแต่อย่างใดจึงขอให้ทาง เลขาธิการ กช. ไปประสานกับวิทยาลัยทั้งสองแห่ง ดังนั้น จึงให้ไปทำความเข้าใจกับนักศึกษาทั้งสองสถาบัน เพื่อให้เข้าใจว่า เหตุที่เกิดไม่ใช่เรื่องบาดหมางหรือขัดแย้งกันระหว่างสถาบันโดยขอให้ดูแลอย่างใกล้ชิน ทราบว่าทั้งสองสถาบันนี้ก็มีกิจกรรมร่วมกันอยู่บ้างแล้วและขอให้สถานศึกษานำมาตรการป้องกันแก้ปัญหานักเรียนอาชีวะทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งกระทรวงศึกษาฯได้ออกเป็นประกาศกระทรวง มาล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเป็นมาตรการที่ครอบคุมและตรงกับปัญหา เพื่อให้สถานศึกษาไปซักซ้อมเป็นระยะเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะ วิวาทหรือเหตุรุนแรงขึ้นอีก” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามได้ขอให้นายชัยพฤกษ์ และนายบัณฑิต กำชับสถานศึกษาให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา ที่ลงนามโดย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมว.ศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นมาตรการที่ครอบคุมและตรงกับปัญหามีทั้งมาตรการดูแลเข้มงวดในเรื่องต่างๆ และมาตรการสร้างความสามัคคีปรองดอง และส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ จึงขอให้ให้สถานศึกษาไปซักซ้อมและดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่องเป็นระยะเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทหรือเหตุรุนแรงขึ้นอีก
“ยืนยันว่าปัญหาการทะเลาะวิวาทเป็นเพียงส่วนน้อย แต่นักศึกษาโดยรวมมีการพัฒนาคุณภาพในทางที่ดี และการแก้ปัญหาทะเลาะวิวาทของเด็กอาชีวะก็เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและมาตรการ ที่จะยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา เพื่อจะทำให้อาชีวศึกษาเป็นการศึกษาที่นักเรียน ผู้ปกครองให้ความสนใจหันมาเลือกเรียนสายอาชีพ ซึ่งเป็นที่ต้องการของประเทศทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการ โดย ศธ.ได้กำหนดเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพและสายสามัญให้ได้ 51:49 ในปีการศึกษา 2557 นี้” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
ด้าน ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช กล่าวว่า การรักษาในกรณีนี้นอกเหนือจากการเก็บรักษาชิ้นส่วนที่ถูกตัดและยังต้องได้รับการห้ามเลือดที่ดีด้วยและดีที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ส่งมาก็ใช้เวลา ดังนั้นการเก็บรักษาของชิ้นแขนที่ถูกตัดอาจจะใช้ได้ไม่ดีพอ ซึ่งทางศิริราชก็ได้เตรียมทีมศัลยแพทย์กระดูก และศัลยแพทยตกแต่งที่ต้องต่อเส้นเลือดเส้นประสาท กล้ามเนื้อกระดูก ช่วยดำเนินการต่อแขนโดยใช้เวลาผ่าตัด 13 ชม. ส่วนผลการรักษาก็ต้องเฝ้ารอดูอาการวันต่อวัน และขณะนี้เฝ้าดูเรื่องของไตว่าจะเกิดภาวะไตวายหรือไม่ และเฝ้าดูเรื่องการติดเชื้อเนื่องจากส่วนที่ถูกตัดผ่านไปหลายชั่วโมงกว่าที่จะมีการต่อเข้าไปได้ ส่วนระยะยาวจะใช้ได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการฟื้นฟู
ผศ.นพ.สรวุฒิ ชูอ่องสกุล อาจารย์ประจำสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง รพ.ศิริราช แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า สำหรับกรณีของคนไข้รายนี้ ได้ถูกตัดบริเวณแขนส่วนปลาย ซึ่งเหตุเกิดเวลา ประมาณ 16.00 น. และทางรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ได้นำส่งตัวมายังรพ.ศิริราช ประมาณ 17.15 น. แพทย์จึงได้ทำการต่อให้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการทำกายภาพบำบัด คาดว่าน่าจะใช้งานได้ 80 เปอร์เซนต์
ด้าน นายบัณฑิต ศรีพฤทธางกูล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวว่า จะเชิญผู้บริหารสถานศึกษาทั้งสองสถาบันมาหารือเพื่อหาทางป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาสองสถาบันนี้ไม่เคยมีเหตุทะเลาะวิวาทกันเลย และยังได้ทำกิจกรรมร่วมกันมาเป็นระยะๆ รวมถึงได้พยายามเปิด ปิดวันเรียนและเวลาเรียนสลับกันแล้ว เพื่อไม่ให้ตรงกันเพื่อป้องกันปัญหาแต่ก็ยังเกิดกรณีนี้ขึ้น โดยทางสถาบันเทคโนโลยีกรุงเทพ ได้เปิดสอนมาตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. ขณะที่ ร.ร.เทคโนโลยีสยาม ยังไม่เปิดเทอม เบื้องต้นทราบเด็กสองคนนี้จบมัธยมมาจากโรงเรียนเดียวกัน และบ้านอยู่ในย่านเดียวกัน และสาเหตุครั้งนี้ก็เกิดจากปัญหาส่วนบุคคลไม่ใช้เกิดจากปัญหาระหว่างสถาบัน



