ไลฟ์สไตล์

สกว.หนุนพัฒนาพลาสติกชีวภาพด้านการเกษตร

สกว.หนุนพัฒนาพลาสติกชีวภาพด้านการเกษตร

25 ก.ย. 2556

สกว.จับมือ PTT GC และมูลนิธิโครงการหลวงพัฒนาพลาสติกชีวภาพด้านการเกษตร

              สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย บริษัท พีทีที โกบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิโครงการหลวง ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันเป็นการแสดงเจตนารมณ์และความร่วมมือสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่อประโยชน์ด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556

              บันทึกข้อตกลงความร่วมเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวง เป็นหนึ่งความร่วมมือในโครงการ Green Project: Save the World, Save Us by Green Technology อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาพลาสติกสำหรับใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร ตลอดจนการนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับผลผลิตทางการเกษตร โดยทางมูลนิธิโครงการหลวงเป็นหน่วยงานผู้สนับสนุนให้ใช้แปลงทดลองของโครงการเป็นสถานที่ทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์พลาสติกที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในขั้นตอนการเพาะปลูกและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ของโครงการ ซึ่ง สกว. ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณวิจัยในระยะต้น การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการโครงการ โดยกำหนดทิศทาง เป้าหมาย แผนงาน ให้คำแนะนำ และติดตามการดำเนินงานวิจัยและประเมินผลงานเป็นระยะ รวมทั้งเสาะหานักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม และสนับสนุนประสบการณ์เรียนรู้แก่ทีมวิจัย ขณะที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนเม็ดพลาสติกของบริษัทเพื่อนำมาใช้ผลิตพลาสติกและพัฒนาสูตรร่วมกับที่ปรึกษาด้านงานวิจัยเพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิต

              ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า ความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพด้านการเกษตร ประกอบด้วยถุงเพาะ ถุงปลูก และพลาสติกคลุมดินที่สามารถย่อยสลายได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นความร่วมมือในระยะที่ 2 ทั้งนี้การพัฒนาพลาสติกชีวภาพเพื่อการเกษตร เป็นเป้าหมายสำคัญของ สกว. ในการมุ่งสนับสนุนการวิจัยทั้งในเชิงดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างผลตอบแทนที่ดีของเกษตรกร และสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ดังนั้นในปี 2551 สกว. จึงได้เริ่มสนับสนุนงานวิจัยชุดโครงการ “วัสดุปลูกเพื่อใช้ในด้านเกษตรกรรม” โดยมีคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ MTEC เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร โดยได้พัฒนาพลาสติกคลุมโรงเรือนซึ่งมีคุณสมบัติกรองแสง จึงช่วยลดความร้อนในโรงเรือนและเพิ่มความเผ็ดของพริก อีกทั้งเติมสีเพื่อไล่แมลง รวมถึงถุงเพาะที่ควบคุมการย่อยสลายได้ เพื่อให้รากกล้าแทงออกได้โดยไม่ต้องถอดถุงเมื่อนำไปปลูกในแปลง ลดการสูญเสียกล้าในระหว่างถอดถุง สามารถนำไปใช้ผลิตกล้าผักกาดหอมห่อและสตรอเบอรี่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้พัฒนาพลาสติกคลุมดินที่ช่วยควบคุมวัชพืช และใช้สีไล่แมลง

              ผลการวิจัยดังกล่าวทำให้บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด สนใจที่จะพัฒนาต่อยอดงานวิจัย จึงได้เสนอทุนสนับสนุนการวิจัยในระยะที่ 1 เป็นเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2555-2557) ในโครงการ “การพัฒนาพลาสติกชีวภาพเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน (Bioplastics for sustainable agriculture practice)” ซึ่งผลการวิจัยในระยะที่ 1 นี้ได้ต่อยอดจากงานวิจัยเดิมจนได้ถุงเพาะที่ใช้ PLA (polyactic acid) ที่ย่อยสลายได้ และมีส่วนประกอบของแป้งมันสำปะหลังดัดแปลงเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 50 และมีสารช่วยเร่งการย่อยโดยจุลินทรีย์ ทำให้การย่อยสลายถุงในดินได้สมบูรณ์ขึ้น ลดการสูญเสียกล้า ให้ผลผลิตดี และลดต้นทุนการผลิตในเรื่องแรงงานการถอดถุง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยืนยันผลทั้งบนพื้นที่สูงและพื้นที่ราบ

              สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการขยายพื้นที่ และทดลองกับพืชชนิดอื่นทั้งพืชอายุสั้นและกล้าไม้ยืนต้น พร้อมกับขยายพื้นที่ไปยังเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโครงการหลวง 30,000 ราย รวมทั้งจะพัฒนางานวิจัยในหลายรูปแบบ อาทิ การย่อยสลาย และการใช้กับพืชอีกหลายชนิด ทั้งนี้ สกว.หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การผลิตและใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายนี้ จะส่งผลดีต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งปัจจุบันและอนาคต “จากการดำเนินการในโครงการนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ให้เกิดขึ้นและจะดำเนินงานวิจัยต่อโดยความร่วมมือจากภาคเอกชนที่เข้มแข็ง เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์สำหรับเกษตรกรรมที่เห็นผลในระยะเวลาอันสั้นที่สุด เพื่อเน้นการแข่งขันกับเวลาและใช้ประโยชน์ในวงการเกษตรกรรมอันเป็นพื้นฐานหลักของประเทศอย่างกว้างขวาง ซึ่ง สกว.มีความชำนาญด้านการวิจัยและพัฒนา สามารถจัดการงานวิจัยให้แล้วเสร็จเกิดเป็นนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้ สกว. มีงานวิจัยอีกมากมายที่น่าจะมีโอกาสได้รับการต่อยอดและสนับสนุนจากภาคเอกชน”

              ด้านนายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการวิจัยนี้เป็นโครงการนำร่องที่สำคัญมาก ทำให้ทุกคนเห็นความสำคัญและผลสำเร็จในการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกทั้งยังสามารถเพิ่มผลผลิตแก่เกษตรกร จึงอยากให้งานวิจัยนี้เข้าถึงมือเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่ รวมถึงลดปริมาณขยะและก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นผลกระทบในเชิงบวกที่สำคัญโดยจะร่วมมือกับ สกว. ต่อไปในการต่อยอดขึ้นไปเป็น Creative Economy โดยจะจัดตั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพในประเทศไทยโดยใช้น้ำตาลจากอ้อยหรือแป้งจากมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่สองของโลกต่อจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้จะทำให้มีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้มากขึ้นด้วย

              ขณะที่ ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ทรงกล่าวว่า งานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นงานวิจัยที่ดี ทุกวันนี้โครงการหลวงกำจัดพลาสติกโดยการฝังกลบ เมื่อมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นทำให้การกำจัดพลาสติกสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ทรงเห็นว่าควรขยายผลไปยังการเพาะปลูกบนพื้นราบด้วยเพราะมีการใช้ถุงพลาสติกจำนวนมาก ทั้งถุงเพาะ ถุงปลูก และบรรจุภัณฑ์ แต่สำหรับโครงการหลวงยังต้องพัฒนาตราผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่นมากขึ้น ทั้งนี้ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรายงานงานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงสนพระทัยเป็นอย่างมาก จึงฝากให้ สกว. พัฒนางานวิจัยพลาสติกให้มากขึ้น