ไลฟ์สไตล์

ความจริง...เขื่อนแม่วงก์

ความจริง...เขื่อนแม่วงก์

23 ก.ย. 2556

ความจริง...เขื่อนแม่วงก์ : รายงาน

              13 วัน เกือบ 400 กิโลเมตร “ศศิน เฉลิมลาภ” นักอนุรักษ์แห่งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เดินเท้าจากป่าแม่วงก์สู่หมุดหมายหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยใช้สองเท้าคัดค้าน “อีเอชไอเอ” หรือรายงานผลการ
ศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ที่ทำตาม "ใบสั่ง" เพื่อสร้างเขื่อนแม่วงก์

              “ศศิน” ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของผืนป่าแม่วงก์ว่า มีศักยภาพเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าที่ดีมาก ไม่มีชุมชนอาศัยอยู่ ไม่มีการรบกวนของชุมชนเลย และสภาพป่าที่ราบต่ำริมน้ำ มีความสำคัญเป็นอาหารของสัตว์กีบ ห่วงกลางของห่วงโซ่อาหาร ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ "เสือ" สัตว์นักล่าสูงสุดของระบบนิเวศ จากการศึกษาวิจัยโครงการเสือโคร่งของสถานีวิจัยเขานางรำห้วยขาแข้ง บ่งชี้ว่า ผืนป่าแม่วงก์-คลองลาน เป็นความหวังอันเดียวที่จะรองรับปริมาณเสือเพิ่มขึ้นจากห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร เพราะเสือตัวผู้หากินอยู่ 100 ตารางกิโลเมตร ตอนนี้ห้วยขาแข้งเสือค่อนข้างจะเต็มแล้ว กำลังขยายมาสู่ป่าแม่วงก์และคลองลาน

              "งานวิจัยของกองทุนสัตว์ป่าโลก ดร.รุ่งนภา พูลจำปา ระบุชัดเจนว่า พบเสือกระจายอยู่ทั่วไป ตัวข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสือ ก็ส่งข้อมูลไปให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล (สผ.) แล้ว แต่ว่าอีเอชไอเอได้ละเลยศักยภาพและความสำคัญการแพร่กระจายของสัตว์ป่าที่ล้นมาจากห้วยขาแข้ง ทั้งที่การอนุรักษ์ป่า 20-30 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผืนป่าแม่วงก์มีความอุดมสมบูรณ์ แต่อีเอชไอเอไม่ได้ศึกษาข้อมูลแบบใหม่ ถึงความสัมพันธ์ของระบบนิเวศและการกระจายพันธุ์ของเสือโคร่ง"

              ศศิน ย้ำอีกว่า อีเอชไอเอฉบับนี้ คนที่ทักท้วงมากๆ อาทิ ดร.อุทิศ กุฏอินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศป่าไม้ ก็ถูกถอดจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) อย่างน่าสงสัย มีการแทรกแซงทางการเมืองที่ สผ. แต่ยังเชื่อว่า สผ.ยังมีข้าราชการดีๆ จากที่เคยสัมผัสมา ยังมีคนที่มีความรู้พยายามทำงานสิ่งแวดล้อม ซึ่ง สผ.เป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดของสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย โดยมี คชก.เป็นกลไกสำคัญ อย่าง การสร้างเขื่อน ถ้าไม่คุ้มค่าจริงๆ ก็ไม่ควรให้ผ่าน

              ในสมัยที่เป็น คชก. เคยมีผลการสำรวจธรณีเคมีของแมงกานีส ซึ่งมันเกินค่ามาตรฐาน โครงการดังกล่าวชะลอไปตั้งหลายปีกว่าจะหาข้อมูลแมงกานีส ยืนยันว่ามันจะไม่มันตรายต่อคน คชก.ต้องคำนึงถึงระบบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

              "เราต้องการคุณค่าของระบบนิเวศในภาพรวม คือ ป่าตะวันตก มันเป็นป่าที่มีความสำคัญ คชก.ต้องมีความรู้ตรงนี้ มันเป็นกลุ่มป่าที่มีความสำคัญ ถ้าเกิดเขื่อนแม่วงก์ถูกอนุมัติรายงานออกไป โดยละเลยข้อมูลความสำคัญตรงนี้ จะแลกมากับความไม่คุ้มค่าของการได้ใช้ประโยชน์จากน้ำ เท่ากับเปิดศักราชเปิดป่าเพื่อการพัฒนาครั้งใหม่"

              ทั้งนี้ ในฐานะองค์กรอนุรักษ์ส่วนกลาง ที่เหลืออยู่ไม่กี่องค์กร ที่ยังทำงานเคลื่อนไหวตรงนี้อยู่ในเชิงนโยบายเรายอมไม่ได้ ในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กรมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ต้องยืดอกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง สู้กับเขา ให้เห็นถึงการทักท้วง

              ส่วนการมีเขื่อนแม่วงก์จะเหมือน หรือแตกต่างจากเขื่อนทับเสลา "ศศิน" มองว่า คงไม่ต่างจากเขื่อนทับเสลา ได้ใช้น้ำแค่หมู่บ้านเพชรน้ำผึ้ง ซึ่งถูกย้ายออกมาจากเขื่อนนั้น แล้วก็มีสัญญาว่าจะมีน้ำให้หมู่บ้านนี้ สรุปคือมีหมู่บ้านเดียวที่ได้น้ำตามคาดหวัง ส่วนที่ขยับเลยออกมา มาจนถึงหนองฉางก็ไม่เห็นได้ใช้ประโยชน์น้ำจากเขื่อน

              “ผมมีข้อสังเกตว่า เขื่อนแม่วงก์มันอยู่แนวเดียวกับเขื่อนทับเสลา มันไม่มีน้ำ แล้วบริเวณนั้น ชนิดของป่าโดยรอบเป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง เป็นเขตพื้นที่ป่าเงาฝน และในอีเอชไอเอข้อนี้ชัดเจนว่า ข้อมูลปริมาณน้ำฝน เขามาเลือกที่จุด ซีที 5 เอ ซึ่งอยู่ถัดออกมา เลยพื้นที่บริเวณเขาชนกัน (แนวสันเขื่อนแม่วงก์ในอดีต) มาอีก 50-60 กิโลเมตร ออกมาเกือบถึงพื้นที่ชลประทานอยู่ ฝนมันอาจมาตกตรงนี้ก็ได้ แต่ไม่มีข้อมูลยืนยัน”

              กับคำถามที่ว่า สร้างเขื่อนแม่วงก์จะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยหรือ? ศศิน ตอบว่า มันก็ได้น้ำ 1 แสนไร่ ในพื้นที่ 1 ตำบล ชัวร์ๆ ลดน้ำท่วมที่ อ.ลาดยาว 25-30% ตามรายงานอีเอชไอเอ แต่ตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะช่วยลดน้ำท่วมได้แค่ 10% เท่าที่เคยวัดปริมาณน้ำในวันที่น้ำหลากในพื้นที่ลาดยาว วันนี้มีป่าดีๆ อยู่ แต่คุณจะทำอ่างเก็บน้ำที่ได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า น้ำที่ได้หน้าแล้ง 1 แสนกว่าไร่ ในพื้นที่ 1 ตำบล ถ้าได้แค่นี้ น่าจะมีวิธีการจัดการน้ำวิธีอื่น ที่มันคุ้มค่ากว่านี้ อาจทำฝายยกระดับน้ำ ฝ่ายชะลอน้ำ แหล่งน้ำขนาดเล็กในไร่นา หรือว่าทำอ่างเก็บน้ำนอกพื้นป่าและไม่ไปรบกวนใครมากนัก

              “ตอนผมเดินผ่านพื้นที่ลาดยาว หลายๆ คนก็มาแสดงความคิดเห็นว่า น้ำท่วมที่นี่มันไม่เกี่ยวกับการมีเขื่อน หรือไม่มีเขื่อน เพราะสายน้ำที่มาท่วมไม่ได้มาจากจุดที่สร้างเขื่อน แต่มากจากที่อื่น เช่น คลองม่วง คลองแบ่ง และคลองไทร เพราะตัวเขื่อนก็ไม่ได้ผ่านลาดยาว มันกระจายแบ่งน้ำไปลงที่ทุ่งวังม้าได้ การที่ชาวบ้านมาให้ความเห็น เป็นการยืนยันในสิทธิ เปิดโอกาสให้เขาได้พูด เปิดโอกาสให้จับกลุ่มกันคิด พอเราเดินไปก็เอาน้ำมาให้กิน มาเล่าให้ฟังว่า พวกเขาก็รู้อย่างที่เรารู้เหมือนกัน เขาเห็นด้วยกับเรา เป็นการเปิดโอกาสไม่ใช่ถูกครอบงำด้วยการเมืองท้องถิ่น” ศศิน สะท้อนการเดินเท้าผ่านพื้นที่ขัดแย้ง

.............................

(หมายเหตุ : ความจริง...เขื่อนแม่วงก์ : รายงาน