ไลฟ์สไตล์

'วาฬบรูด้า'ณ บางตะบูน

'วาฬบรูด้า'ณ บางตะบูน

22 ก.ย. 2556

'วาฬบรูด้า'ณ บางตะบูน : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง // ภาพ : ภูฟ้า-ภูตะวัน

               ปกติแล้วเรื่องราวของธรรมชาติที่งดงาม เราได้พบเห็นตามผืนป่าธรรมชาติเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชีวิตของสรรพสัตว์น้อยใหญ่ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าอยู่เคียงคู่กับป่ามาช้านาน กระทั่งมีการค้นพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ คือ วาฬบรูด้า ในอ่าวไทย จริงๆ มีการสำรวจพบวาฬบลูด้าในน่านน้ำทะเลอ่าวไทยมาหลายปี แต่โอกาสที่จะโผล่ขึ้นมาให้เห็นได้ง่ายๆ นั้น ก็นานๆ ที ก็ด้วยเหตุผลทางธรรมชาติที่สร้างวงจรชีวิตของวาฬบรูด้าที่เข้ามาหากินใกล้แนวชายฝั่งมากขึ้น

                ด้วยปัจจัยจากฤดูกาลธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ที่สายน้ำจากแม่น้ำใหญ่ไหลลงสู่ท้องทะเล พร้อมกับสารอาหารแพลงตอน จึงมีฝูงปลาเล็กปลาน้อยเข้ามากินแพลงตอนเป็นอาหาร กลไกความอุดมสมบูรณ์จึงเกิดขึ้นบริเวณปากแม่น้ำ เมื่อมีฝูงลูกปลาอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ วาฬจึงเข้ามาหาอาหารกินฝูงปลาเล็กและแพลงตอนในบริเวณปากแม่น้ำเช่นกัน

                ในบริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนในครอบคลุมตั้งแต่ชลบุรีมาถึงเพชรบุรี แม่น้ำสำคัญได้แก่ บางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง กับแม่น้ำเพชรบุรี และยังลำน้ำสาขาน้อยใหญ่อีกหลายสาย ซึ่งต่างไหลมาลงอ่าวไทย ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่ชีวิตน้ำอีกมากมาย

                การติดตามเฝ้าชมวาฬบรูด้าของผมมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ช่วงระยะเวลาที่ห่างกันถึงสองปี ก็พบว่าจำนวนประชากรของวาฬบรูด้าได้เพิ่มขึ้น สังเกตจากลูกน้อยที่ว่ายเคลียคลอกับแม่วาฬ ซึ่งนักวิชาการได้เข้ามาสำรวจและมีการตั้งชื่อไว้ เช่น แม่กันยากับเจ้ามารวย แม่สาครกับเจ้าท่าฉลอม หรือแม่ข้าวเหนียวกับลูกตัวใหม่ ที่ยังไม่มีการตั้งชื่อกัน

               การสำรวจวาฬบรูด้าทำกันอย่างเป็นทางการ จึงต้องมีการจดบันทึกข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่บันทึกข้อมูลรูปพรรณ ตำหนิ จุดเด่นของวาฬแต่ละตัว เพื่อเก็บเป็นหลักฐานพร้อมกับติดตามศึกษากันมาตลอด จนได้รู้นิสัยของวาฬแต่ละตัว ได้รู้รูปลักษณะ พร้อมกับมีการตั้งชื่อ เพื่อการเก็บข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น

                เรือไปที่ออกไปดูวาฬ จะพบว่า ถ้าเป็นเรือที่ชำนาญเกี่ยวกับวาฬบรูด้า จะมีคิวจองเต็มตลอดทั้งเดือน เนื่องจากกัปตันเรืออย่างเรือลุงเล็ก เรือลุงจำรูญ เรือลุงแดง จากปากน้ำบางตะบูน เขาเชี่ยวชาญและรอบรู้เป็นพิเศษ สามารถติดตามหาวาฬจนเจอ รวมถึงรู้จังหวะเข้าหาวาฬในระยะที่เหมาะสม ทำให้คนที่ไปชมวาฬต่างไม่ผิดหวัง เพราะได้ชมเจ้ายักษ์ใหญ่อย่างใกล้ชิด

               ผืนน้ำท้องทะเลกว้างใหญ่ในแถบบ้านบางตะบูน ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี จึงเป็นแหล่งอาหารของวาฬบรูด้าที่มีการสำรวจพบถึง 10-12 ตัว บางจังหวะโอกาสก็สามารถพบฝูงวาฬเหล่านี้ในบริเวณที่เดียวกัน 7-8 ตัว และสามารถพบเห็นได้ระยะใกล้ ซึ่งจะเป็นระยะที่เหมาะสมสำหรับการชมวาฬ บางครั้งวาฬบรูด้าอาจขึ้นโผล่ผิวน้ำใกล้ๆ กับเรือได้เช่นกัน

                สำหรับทริปล่าสุด เราออกเรือตั้งแต่ 9 โมงเช้า ท่องเรือออกทะเลลึกซึ่งอยู่นอกแนวเขตประมงชายฝั่ง จำพวกโป๊ะปลาทู ลอบจับปลาทู ซึ่งกัปตันเรือได้แล่นเรือเข้าสู่เป้าหมายเดิมที่เคยเจอวาฬมาก่อน

               "เที่ยวนี้ มันหายไปไหนกันหมดนี่ ลองไปเรื่อยๆ รอช่วงน้ำขึ้นอาจจะเจอ"

               กัปตันพยายามส่องกล้องทางไกลควานหาวาฬ หลังจากที่ผ่านไปสองชั่วโมงกว่า ออกเรือมาถึงร่องมหาชัย ถือว่าไกลมากๆ แล้วยังไม่มีวี่แววใดเลย ลักษณะของน้ำทะเลสีแดงๆ ที่ชาวเรือเรียกว่า น้ำแดง อันหมายความว่า เป็นนิมิตหมายที่ดี ลูกปลากะตักที่เป็นอาหารของวาฬก็เยอะ

               ด้วยความพยายาม ความมุ่งมั่น ประกอบกับความเชี่ยวชาญในการค้นหาวาฬ ในที่สุดก็พบเจอตัวจนได้

               "มุ่งหน้าไปยังเรือบรรทุกน้ำมันนั่นเลย อยู่แถวนั้นเอง...ห่างนี้ไปก็ประมาณครึ่งชั่วโมง"

               สายตาจะอะไรขนาดนั้น ส่องหาจนเจอ ระยะเวลาวิ่งเรือไปครึ่งชั่วโมง ก็ใช่ว่าจะใกล้นัก เราจับความเร็วของเรือด้วย GPS แล่นที่ความเร็ว 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลองคำนวณระยะห่างคร่าวๆ ก็น่าจะ 6-7 กิโลเมตร

               ตำแหน่งที่พบวาฬที่มองเห็นแต่ไกล วาฬกำลังกินอาหารอย่างเพลิดเพลิน ช่างเป็นความสุขของวาฬที่อาหารสมบูรณ์ ไม่มีผู้คนมารบกวนหรือไล่ล่า ส่วนเรือของเราก็แล่นเข้าไปอย่างช้าๆ พร้อมกับลอยลำในระยะที่เหมาะสม เพื่อไม่เข้าไปรบกวนการกินอาหารของวาฬ บางจังหวะตัววาฬเองจะว่ายเข้ามาใกล้กับเรือ ทำให้เราตื่นเต้นภาพเจ้ายักษ์ใหญ่กำลังอ้าปากงับปลากะตักอย่างมีความสุข

               ช่วงจังหวะเวลาเดียวกันที่วาฬกำลังอ้าปากเราก็ได้งเห็นเหล่าปลากะตักอยู่เต็มกะพุ้งปาก บ้างกระเด็นออกมาข้างนอก และมีเจ้านกนางนวลบินเข้าโฉบเฉี่ยวกินปลากะตักจากปากวาฬ ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ฝูงนกนางนวลจะเข้ามารุมจนแทบไม่เห็นวาฬเลยทีเดียว

               ธรรมชาติของวาฬบรูด้าจะลอยตัวขึ้นผิวน้ำพร้อมกับพ่นน้ำขึ้นมา มีลักษณะลำตัวสีเทาดำ สันหลังนูน พร้อมมีครีบหลัง เราได้เห็นการลอยตัวแล้วมุดตัวหายไปใต้น้ำ เพื่อตีวงล้อมกระชับฝูงปลากะตักให้เข้ารวมกัน พร้อมกับปฏิบัติการ "อ้ำ" คำโตๆ

               ลักษณะการกินอาหารของวาฬบรูด้า จะกินอาหารโดยการกรอง มีซี่กรองคล้ายหวีสีเทา จำนวน 250-370 ซี่ อาหารที่กินส่วนใหญ่เป็นจำพวกแพลงตอน เคย ลูกปลา และหมึก ซึ่งในบริเวณปากแม่น้ำมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารเหล่านี้ จึงทำให้วาฬเข้ามาหากินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่รู้ว่าวันหนึ่งๆ ต้องกินอาหารเป็นปริมาณเท่าไหร่

               วันนี้นับเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับท้องทะเลไทย เมื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่เข้ามาอาศัยอยู่เป็นประจำ กระทั่งได้แพร่ลูกขยายพันธุ์ให้แก่ท้องทะเลไทยมากยิ่งขึ้น ประกอบกับมีกลุ่มอนุรักษ์และกลุ่มผู้สนใจวาฬเข้ามาดูแลพิทักษ์วาฬให้คงอยู่กับผืนทะเลอ่าวไทยให้ยั่งยืนนานกันต่อไป

               การติดต่อชมวาฬบรูด้า

                สามารถติดต่อเรือได้ที่ คุณจำรูญ พงษ์พิทักษ์ บ้านบางตะบูน โทร.0-3258-1233, เรือลุงเล็ก 08-6796-5506

               
                การเดินทางสู่บ้านบางตะบูน จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางพระราม 2 เพื่อไปปากท่อ และเพชรบุรี เมื่อถึงมหาชัย ข้ามแม่น้ำแม่กลอง ให้ชิดซ้ายเข้าคู่ขนาน ผ่านปั๊ม ปตท.มาเล็กน้อย ก็พบทางแยก(ทางลัดไปชะอำ) ให้เลี้ยวและขับไปตามเส้นทางหลักที่มีป้ายบอกไปชะอำ มาจนกระทั่งถึงบ้านบางตะบูน

 

 ........................................

('วาฬบรูด้า'ณ บางตะบูน : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง // ภาพ : ภูฟ้า-ภูตะวัน)