ไลฟ์สไตล์

จากป่าสู่เมือง สองเท้าเพื่อผืนป่า

จากป่าสู่เมือง สองเท้าเพื่อผืนป่า

22 ก.ย. 2556

จากป่าสู่เมือง สองเท้าเพื่อผืนป่า : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม : โดย...เรื่อง/ภาพ : รัลย์ ผีเสื้อพเนจร

               "เป็นกำลังใจให้นะ ยายรอขบวนแบบนี้มานานแล้ว" เสียงตะโกนพร้อมกับรอยยิ้มดังมาจากถนนฝั่งตรงข้ามคุณยายอายุร่วม 80 ท่านหนึ่งตะโกนบอกพวกเรา ขณะที่ คณะเดินเท้าคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ เดินผ่านร้านขายกล้วยแขกของคุณยาย ถ้อยคำให้กำลังใจและรอยยิ้มแบบนี้เป็นแรงให้พวกเราเดินต่อได้เป็นอย่างดีโดยไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อย

                4 วันผ่านมาแล้ว ที่คณะเดินเท้าคัดค้าน EHIA (Environment and Health Impact Assessment : กระบวนการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ) นำโดย ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 388 กิโลเมตร ส่วนพวกเราเข้าร่วมเดินเท้ากับ อ.ศศิน ในวันที่ห้าของการเดินทาง ซึ่งขณะนั้นคณะได้เดินทางมาถึง อ.เมือง จ.อุทัยธานีแล้ว ยังเหลือระยะทางอีกยาวไกลนักกว่าจะถึงจุดหมาย

               "ประท้วงฮะ ไม่ได้ประท้วงเขื่อนแม่วงก์นะ ประท้วงสผ. (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ประท้วงมาตรฐานการทำงานที่ตกลงไป ผมยอมไม่ได้หรอก ที่ประเทศไทยจะกลับมาสร้างเขื่อนในป่า มาตัดถนนในป่า โดยมี สผ. เป็นคนเปิดทางให้ ผมสู้เพื่อระบบสิ่งแวดล้อม ระบบการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ผมต้องการใช้ตัวเองเรียกร้องต่อสาธารณชนว่ายังมีคนที่ตั้งใจจริง ถ้าไม่บ้าจริง ไม่อึดอัดจริงๆ คงไม่ทำแบบนี้ ตัวผมอาจจะตายได้นะกลางทาง เพราะเราไม่เคยทำไง แล้วผมก็แก่แล้วด้วย มันก็ต้องแลกด้วยชีวิต มันเท่ากับแลกด้วยชีวิตแล้ว เพราะมัน 400 กิโลเมตร และผมอายุ 45 ต้องให้ฟ้าดินช่วย เพราะเราทำได้เท่านี้แล้ว เรื่องข้อมูลวิชาการผมก็ไม่มีแรงทำแล้ว เพราะทำมา 2 ปี เสนอไป ยื่นหนังสือไปทุกที่ ทำหนังสือสู่สาธารณะ มันก็ได้เท่านี้ นึกไม่ออกว่าจะทำอะไรมากกว่านี้ ผมคิดว่ามันไม่น่าจะเหลือกี่วิธีถ้าจะประท้วง" นี่เป็นคำกล่าวที่ ศศิน เฉลิมลาภ ที่กล่าวไว้ก่อนออกเดินเท้าในครั้งนี้  (ที่มา : สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม)

               ระหว่างทางเราได้พบและพูดคุยกับชาวบ้านหลายคน ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเรากำลังเดินไปไหนและเดินเพื่ออะไร เราหยุดเพื่ออธิบายสั้นๆ

               เมื่อชั่วโมงที่แล้วแดดยังแรงกล้า แต่ขณะนี้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆดำทะมึน ไม่ช้าไม่นานนักสายฝนก็ตกลงมา ทุกคนจึงได้หยิบเสื้อกันฝนขึ้นมาใช้งาน แม้จะต้องเดินฝ่าไปในสายฝน แต่ไม่มีใครบ่น ผมหันไปมองหลายๆ คน รอยยิ้มของนักสู้ยังมีเสมอ

               เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราเริ่มต้นเดินจากแยก อ.มโนรมย์ ถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 32 วันนี้มีผู้ร่วมเดินมากขึ้น มาจากหลายที่และหลายคณะ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กวัดป่าวัดสุนันฯ กลุ่มอนุรักษ์ มศว และกลุ่ม OKNature และอีกหลายกลุ่ม ระหว่างการเดิน อ.ศศิน จะโพสต์กิจกรรมเดินเท้าคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ ผ่าน Facebook เสมอ ซึ่งดูเหมือนว่านี่เป็นช่องทางหลักช่องทางเดียวที่ช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมในครั้งนี้ได้ดีที่สุด และระหว่างทางอีกเช่นกันที่เราจะเห็นน้ำใจจากผู้คนมากมาย หลายคนนำอาหาร น้ำ ขนม ดอกไม้ มาให้ ที่สำคัญกว่านั้นคือ รอยยิ้มและกำลังใจ

               แสงแดดแรงกล้าตั้งแต่เช้าทวีความร้อนแรงมากขึ้นในช่วงบ่าย เราตกลงกันว่า เราจะเดิน 3 กิโลเมตรแล้วจะหยุดพักกันสักครั้งหนึ่ง แล้วออกเดิน

               388 กิโลเมตรกับการเดินเท้าดูเป็นระยะทางที่ยาวไกล อ.ศศิน เดินนำอยู่ข้างหน้า พวกเราเดินตาม แดดร้อน ลมแรง สายฝน ไม่ทำให้เราท้อถอย แต่ละก้าวที่ก้าวไปนั้น เป็นการเดินเพื่อปกป้องผืนป่า ผืนป่าที่ทุกวันนี้เหลือน้อยลงทุกวัน

               ยังมีเวลาสำหรับผู้ที่สนใจร่วมกันเดินเท้าคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ ในวันที่ 22 กันยายน 2556 ที่จุดรวมพลบริเวณ BTS หมอชิต มุ่งหน้าปลายทางที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ บริเวณแยกปทุมวัน หรือพบกันได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เวลา 15.00 น. โดยประมาณ

               
........................

(จากป่าสู่เมือง สองเท้าเพื่อผืนป่า : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม : โดย...เรื่อง/ภาพ : รัลย์ ผีเสื้อพเนจร)