'เดิน'ค้านEHIAผ่านเฟซบุ๊ก
'เดิน'ค้านEHIAผ่านเฟซบุ๊ก ห้องเรียน'ยุคดิจิตอล'คนรุ่นใหม่ : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
“มีเขื่อน เท่ากับ ไม่มีป่า ไม่มีทรัพยากร แล้วก็ไม่มีเศรษฐกิจ..วงจรของการดำรงชีพของมนุษย์ มันเป็นผลผูกพันกับสิ่งแวดล้อมอย่างนี้ครับ สำหรับความหมายของผม สิ่งแวดล้อมไม่มีทางที่เศรษฐกิจจะหมุนย้อนไปสู่ทรัพยากร ผมเป็นเด็กผมไม่เชื่อว่า เศรษฐกิจจะรุ่งเรืองเมื่อสร้างเขื่อนตามคำรัฐกล่าวอ้าง" ต้น หรือ ดำรงฤทธิ์ ฤกษ์ชะงาย นักศึกษาปี 2 คณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวถึงความจำเป็นของการรักษาผืนป่า
ต้น เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ชีวิตอยู่กับความทันสมัย เข้าร่วมกิจกรรมการเดินเท้าจาก อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ สู่ กทม. เพื่อต่อต้าน EHIA (Environment and Health Impact Assessment) หรือกระบวนการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการเขื่อนแม่วงก์ ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และภาคี พร้อมกับเพื่อนๆ อีก 50 คนโดยสมัครใจเพราะเห็นข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย
ทันทีที่ "ดร.ทัศนาวลัย อุฑารสกุล" อาจารย์ประจำสาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ชักชวนให้มาเรียนรู้นอกห้อง เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ในฐานะนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ที่มองว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้มีค่ายิ่งต่อการเรียนรู้นอกห้องเรียนของลูกศิษย์
"ต้น" มีความเห็นตรงกันกับ "ไพชยนต์ บัวน้อย" เพื่อนร่วมชั้น ที่อธิบายถึงเหตุผลว่า การมาทำหน้าที่เดินเท้าครั้งนี้ มาในฐานะคนไทย มาในฐานะเด็กไทย ที่ยังหายใจและมีชีวิตอยู่ได้สภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ของประเทศไทย ไม่ได้มาแสดงออกเพื่อต่อต้านรัฐบาล แต่กำลังร่วมแสดงสัญลักษ์ให้เห็นว่า สนับสนุนการมีอยู่ของป่าไม้ สัตว์ทุกชนิด และสนับสนุนการอยู่โดยอาศัยสภาพสมบูรณ์ทางทรัพยากร รวมทั้งต่อต้านการทำ EHIA ของรัฐบาล ที่ไม่เคยคำนึงถึงผลกระทบที่แท้จริง แต่กลับนำประเด็นเรื่องเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้าง
"การตากแดด ตากฝน และทนเดินเป็นการสะท้อนว่า พวกเราจำเป็นต้องใช้ป่า ใช้ทรัพยากรไปอีกยาวนานในอนาคต แต่หากเกิดการสร้างเขื่อน ไม่ว่าจะเป็นแม่วงก์ แก่งเสือเต้น หรือเขื่อนอื่นๆ ในพื้นที่ป่า ก็จะไม่มีต้นไม้ …ไม่มีสัตว์ชนิดต่างๆ อยู่ด้วย ผมชอบเสียงกระรอกในป่า ชอบดูกวาง ดูนก และชอบเสียงลมพัด ไม่ว่าป่าที่ไหนก็ให้ความรู้สึกเท่ากัน วันนี้พวกเราเดินเท้าเข้ากรุงเพื่อให้รู้ว่า การกระทำของรัฐบาลสวนทางกับความต้องการของคนไทย"ต้น ย้ำเจตนารมณ์
ด้าน ชยังกูล ศิลาสะอาด เพื่อนร่วมคณะของต้น คน จ.กาญจนบุรี มีชีวิตและความเป็นอยู่ในจังหวัดที่โอบล้อมด้วยภูเขา คือเรื่องมหัศจรรย์ เสริมว่า แม้ไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์ แต่ก็รักษ์ป่าไม้ไม่ต่างกัน จึงเลือกมาเดินขบวนร่วมกับเพื่อนๆ อีกเกือบ 50 คนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน และทีมองค์การพัฒนาเอกชน รวมทั้งเครือข่ายนักอนุรักษ์ทั่วไทย เพื่อรณรงค์คัดค้าน EHIA ที่ไม่ชอบธรรมเช่นกัน
“การสร้างเขื่อนโดยไม่ประเมินผลกระทบ หรือประเมินไม่สมบูรณ์ ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ผมอยากบอกว่า ให้ยุติการสร้างเขื่อนทุกรูปแบบ ที่ทำลายป่า ทำลายชีวิตชาวบ้าน การเดินในวันนี้ผมจึงแค่แสดงตัวตนให้เห็นว่า ผมเป็นเด็กที่ต้องอาศัยทรัพยากรไปนานๆ ในอนาคตและอยากให้รุ่นน้องของผมมีใช้ด้วย" ชยังกูล อธิบาย
"สารินทร์ สำราญ" เพื่อนร่วมชั้นอีกราย อธิบายว่า ในฐานะที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้ว่า อะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย การเดินเท้าครั้งนี้เป็นประวัติศาสตร์ ที่นักศึกษาทุกคนที่เรียนสาขาไม่ควรพลาด เพราะมันคือห้องเรียนขนาดใหญ่ที่หาไม่ได้ในห้องสี่เหลี่ยม พร้อมชักชวนเพื่อนๆ นักศึกษาให้มาเรียนรู้ร่วมกันให้มากที่สุด
เช่นเดียวกับ "ณัฐวุฒิ จารุดุล" หรือ ป้อง นักศึกษาปี 4 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มศว สมาชิกชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2 เข้าร่วมตั้งแต่วันแรก เพราะรู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่เยาวชนต้องมีส่วนร่วมในการรับฟังปัญหา เพราะสถานการณ์เขื่อนแม่วงก์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานในสังคมไทย และมีประวัติการต่อสู้มานาน เชื่อว่าการเข้ามามีบทบาททางสังคมช่วยให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น การเดินเท้าต้านเขื่อนแม่วงก์ คนรุ่นใหม่สนใจเยอะ เพราะมีเฟซบุ๊ก ช่วยศึกษาที่ต้องการรับรู้ข่าวสารในทุกวันนี้ได้ง่าย
“อยากใช้เป็นตัวอย่างของการเคลื่อนไหวในยุคดิจิตอล การมีส่วนร่วมในการศึกษาข้อมูล ดีใจที่ได้ทำหน้าที่ในการร่วมอนุรักษ์ป่าอันสำคัญของไทย เชื่อว่ายังมีชาวบ้านอีกหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาจากการสร้างเขื่อน และอยากจะมีกระบวนการต่อสู้ที่สำเร็จ ซึ่งหากมีโอกาสจะร่วมทุกการเคลื่อนไหว" ป้อง บอก
"ประกิต จันทร์สมวงศ์" จากกลุ่มกรีน แม้ไม่สมบูรณ์ทางด้านร่างกายก็ยังไปร่วมเดินมา 1 วัน บอกว่า อยากให้นักศึกษา ประชาชน ให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ เพราะถือเป็นประวัติศาสตร์ของการเรียนรู้ EHIA เขื่อนแม่วงก์ ที่ไม่ได้ศึกษาระบบนิเวศของสัตว์ป่า การศึกษาระบบนิเวศทางน้ำ ในลำน้ำแม่วงก์มีปลาตะพากส้มอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องอพยพขึ้นไปวางไข่บริเวณต้นน้ำ ลูกปลาต้องลงมาอาศัยอยู่ทางปลายน้ำ รวมทั้งไม่ได้ศึกษาเรื่องระบบนิเวศของเสือ และศักยภาพของการกระจายตัวของสัตว์ป่าจากห้วยขาแข้งเชื่อมไปยังคลองลาน
การเดินเท้าครั้งนี้ "ศศิน เฉลิมลาภ" เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร อธิบายว่า หลังจากทำข้อมูลวิชาการมา 2 ปี ทั้งการนำเสนอข้อมูลยื่นไปทุกที่ ทุกหน่วยงาน การเคลื่อนไหวคัดค้าน ทำหนังสือสู่สาธารณะ "ทำไม!! ต้องค้านเขื่อนแม่วงก์" ไม่เป็นผล "เลยใช้วิธีเดิน จากหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน ถึงหอศิลป์วันที่ 22 กันยายน กทม.ระยะทาง 388 กม. และใช้ "เฟซบุ๊ก" สื่อสารกับสังคม ประท้วงการทำงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) โครงการเขื่อนแม่วงก์ โดยไม่ฟังข้อมูลวิชาการ พร้อมอธิบายให้เห็นถึงจุดอ่อนจากรายงานที่ยังบกพร่องของกรมชลประทาน ซึ่งล่าสุดมีคนกดไลค์ในเฟซบุ๊กหลายหมื่น
การเดินเท้าครั้งนี้ไม่ใช่การประท้วง แต่เป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ว่า ผู้ที่มาร่วมเดินรณรงค์คือผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อน และต้องการให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรป่าไม้ รวมทั้งมีมาตรฐานการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ตรงตามความเป็นจริง และสร้างยุติธรรมแก่คนไทยทุกคน
..........................
('เดิน'ค้านEHIAผ่านเฟซบุ๊ก ห้องเรียน'ยุคดิจิตอล'คนรุ่นใหม่ : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ)



